MEDEZE เปิดเกมรุก ปั้นรายได้พันล้าน
คุณค่าบริษัท
“จะผลักดันรายได้รวมให้แตะระดับ 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 800 ล้านบาท” เป็นเป้าหมายที่ต้องพุ่งชนในปี 2569 ของบริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือMEDEZE ซึ่งดำเนินธุรกิจให้บริการตรวจวิเคราะห์ คัดแยก เพาะเลี้ยง และรับฝากสเต็มเซลล์ และตรวจศักยภาพเซลล์ภูมิคุ้มกัน (NK Cells)
โดย MEDEZE มั่นใจว่าจากปัจจัยลบต่าง ๆ คลี่คลาย จะทำให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้นในการจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจากเลือดสายสะดือ (Cord blood), เซลล์ต้นกำเนิดจากเนื้อเยื่อสายสะดือ (Cord Tissue), เซลล์ต้นกำเนิดจากเนื้อเยื่อไขมัน (Adipose), การทดสอบศักยภาพเซลล์ภูมิคุ้มกัน (NK Cells) และการจัดเก็บเซลล์รากผม (Hair Follicle) ซึ่งจะหนุนให้รายได้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้
ผสมผสานกับการเน้นควบคุมต้นทุน ขณะที่บริษัทได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นเวลา 8 ปี ซึ่งช่วยลดภาระภาษีได้ถึง 10% จากเดิมอยู่ที่ 12-15% ลดเหลือ 2% ทำให้ความสามารถในการทำกำไรสูงขึ้น
โดยหนึ่งโครงการที่เป็นความหวังของ MEDEZE คือโครงการศูนย์ต้นแบบการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยา เพื่อการบำบัดรักษาขั้นสูง หรือ Advanced Therapy Medicinal Products Sandbox (ATMPs Sandbox) ที่จะผลักดันเต็มสูบภายในปี 2569 นี้ ประเดิมด้วยโรคข้อเข่าเสื่อม และโรคความเสื่อมของผิวหนัง เป็นกลุ่มแรก ที่เตรียมจะขึ้นทะเบียนยาภายในปี 2569
นอกจากนี้ ยังมีโอกาสเติบโตจากการขยายตลาดของผู้ป่วยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคการชะลอวัย โรคหมอนรองกระดูกทับเส้น โรคผมร่วง โรคไตเสื่อม โรคตับเสื่อม โดยบริษัทมองว่า จะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตจากผลิตภัณฑ์ ATMPs ในปี 2570 และส่งผลให้ปี 2571 รายได้รวมและกำไรจะเติบโต 2 เท่า
ขณะที่ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนของปี 2568 มีรายได้รวม 587.99 ล้านบาท ลดลง 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 159.95 ล้านบาท ลดลง 33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรที่ลดลงมาจากรายได้รวมของกลุ่มบริษัทฯ ที่ปรับตัวลดลง และมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
ได้แก่ ค่าใช้จ่ายพนักงานจากการเพิ่มจำนวนพนักงาน ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในสินทรัพย์เพิ่ม อาทิเช่น อาคารฝ่ายขายและการตลาด อาคารคลังสินค้าแหล่งใหม่ ระบบพลังงานไฟฟ้า Solar Cell และระบบ MEDEZE Plus Auto Matching Software เป็นต้น เพื่อเป็นการรองรับในการขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัทในอนาคต รวมถึงมีค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์โครงการ ATMPs Sandbox และค่าใช้จ่ายในการรับรองระบบ GMP และมาตรฐานธนาคารเซลล์ ซึ่งเป็นพัฒนาการที่่ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มบริษัทฯ
ด้านบล.หยวนต้า มองว่าธุรกิจของ MEDEZE อยู่ในช่วงของการลงทุนเพื่อการเติบโต ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสูงในช่วงแรก แต่จะเป็นบวกในระยะยาวต่อบริษัท มีมุมมองเป็นบวกต่อโครงการ ATMPs Sandbox ที่จะส่งผลดีในระยะยาว ดังนี้ 1) การยกระดับเป็นผู้นำด้านการแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) ในภูมิภาค
2) หาก MEDEZE สามารถนำงานวิจัยใน Sandbox ไปสู่การจดทะเบียนยาใหม่ (คาดว่าจะภายในไตรมาส 4/2569) จะเป็นการเปลี่ยนสถานะจาก “ผู้ให้บริการเซลล์” ไปสู่ “ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพระดับสูง” ซึ่งมีมูลค่าเชิงพาณิชย์สูงกว่าหลายเท่า 3) หลังนำงานวิจัยจดทะเบียนและขออนุญาตกับทาง อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) จะคลายความกังวลจากประเด็นที่เคยถูกโจมตีเรื่องธุรกิจ Stem cell
สำหรับการประเมินมูลค่า (Valuation) ปัจจุบันราคาหุ้น MEDEZE ซื้อขายกันที่ P/E ระดับ 25.23 เท่า เทียบกับ P/E ตลาดโดยรวมที่ระดับ 16.10 เท่า ถือว่าราคาซื้อขายสูงกว่าตลาด สอดคล้องกับ P/BV ที่ระดับ 2.19 เท่า ก็สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดที่ปัจจุบันซื้อขาย P/BV เฉลี่ยที่ 1.24 เท่า โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 7.93 บาท จากราคาต่ำสุด 7.65 บาท และราคาสูงสุด 8.20 บาท