ทรัมป์ลุยตั้งคณะกก.สันติภาพ จับตาแทนที่ UN สื่อชี้สมาชิกต้องจ่ายกว่า 3 หมื่นล้าน
ทรัมป์ลุยตั้งคณะกก.สันติภาพ จับตาแทนที่ UN สื่อชี้สมาชิกต้องจ่ายกว่า 3 หมื่นล้าน
คณะกรรมการสันติภาพ หรือ Board of Peace ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกตั้งขึ้นแล้ว โดยเดิมคณะกรรมการดังกล่าวถูกมองในฐานะกลไกที่มุ่งไปที่การกำกับดูแลการยุติสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาสในฉนวนกาซา แต่ดูเหมือนว่าการจัดตั้งคณะกรรมการดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมความทะเยอทะยานที่จะมีอำนาจหน้าที่กว้างไกลกว่านั้น โดยครอบคลุมวิกฤตความขัดแย้งระดับโลกอื่นๆ ที่อาจจะเทียบเท่ากับบทบาทขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระเบียบโลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ในจดหมายที่ทรัมป์ส่งถึงผู้นำประเทศต่างๆ เมื่อวันที่ 16 มกราคม เพื่อเชิญให้เข้าร่วมเป็น “สมาชิกผู้ก่อตั้ง” ของคณะกรรมการดังกล่าว ทรัมป์ระบุว่า องค์กรนี้จะเริ่มต้นแนวทางใหม่ที่กล้าหาญในการแก้ไขความขัดแย้งระดับโลก
จดหมายเชิญจากทรัมป์ถึงประธานาธิบดีฮาเวียร์ มิเลย์ แห่งอาร์เจนตินา และประธานาธิบดีซานติอาโก เปญา แห่งปารากวัย ซึ่งเผยแพร่บนบัญชีโซเชียลมีเดียของผู้นำทั้งสองเมื่อวันที่ 17 มกราคม ระบุว่า แผนหยุดยิงในฉนวนกาซา 20 ข้อของทรัมป์ ซึ่งรวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมการสันติภาพ ได้รับการรับรองจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) และแสดงให้เห็นว่าคณะทำงานของผู้นำโลกชุดนี้อาจไม่ได้จำกัดขอบเขตการทำงานเฉพาะในฉนวนกาซาเท่านั้น
“ถึงเวลาแล้วที่จะเปลี่ยนความฝันทั้งหมดนี้ให้กลายเป็นความจริง หัวใจสำคัญของแผนนี้คือคณะกรรมการสันติภาพ ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่น่าประทับใจและสำคัญที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยจะถูกจัดตั้งขึ้นในฐานะองค์กรระหว่างประเทศรูปแบบใหม่และคณะบริหารชั่วคราวปกครองช่วงเปลี่ยนผ่าน” ทรัมป์เขียนไว้ในจดหมาย
ผู้นำประเทศอื่นๆ ที่รัฐบาลยืนยันว่าได้รับจดหมายเชิญแล้ว ได้แก่ นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ เอล-ซิสซี ของอียิปต์ และประธานาธิบดีเรเจพ เทยิพ แอร์โดอาน ของตุรกี อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่ามีผู้นำอีกกี่ประเทศ หรือผู้นำคนใดบ้างที่จะได้รับจดหมายเชิญ
รอยเตอร์รายงานโดยอ้างสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ร่างกฎบัตรของคณะกรรมการดังกล่าวระบุว่า รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของทรัมป์ต้องการให้ประเทศต่างๆ จ่ายเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 3.1 หมื่นล้านบาท เพื่อคงสถานะการเป็นสมาชิกในคณะกรรมการสันติภาพ ซึ่งทรัมป์จะดำรงตำแหน่งประธานคนแรกของคณะกรรมการดังกล่าว และประเทศสมาชิกแต่ละประเทศจะดำรงวาระไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่กฎบัตรมีผลบังคับใช้ โดยสามารถต่ออายุวาระได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากประธานคณะกรรมการ
รอยเตอร์ชี้ว่า ไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของรายงานดังกล่าวได้ในทันที ขณะที่ทำเนียบขาวออกมาระบุว่า รายงานนี้ทำให้เข้าใจผิด และยืนยันว่าไม่มีการกำหนดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำในการเข้าร่วมกับคณะกรรมการสันติภาพ
“นี่เป็นเพียงการเสนอสถานะสมาชิกถาวรให้กับประเทศพันธมิตรที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างลึกซึ้งต่อสันติภาพ ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรือง” ทำเนียบขาวระบุบน X
ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอ้างถึงโพสต์ก่อนหน้านี้ของทรัมป์ และนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของเขา ซึ่งไม่ได้มีการกล่าวถึงตัวเลขจำนวนเงินใดๆ เกี่ยวกับการเป็นสมาชิกคณะกรรมการดังกล่าว
ความพยายามของทรัมป์ในการผลักดันให้คณะกรรมการสันติภาพกลายเป็นสถาบันระหว่างประเทศ ที่อาจทำหน้าที่เป็นทางเลือกแทนองค์การสหประชาชาติ มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดข้อถกเถียงอย่างรุนแรง และจะถูกคัดค้านจากหลายประเทศ รวมถึงจีนและรัสเซีย ซึ่งเป็นสมาชิกถาวรของ UNSC ที่มีอำนาจวีโต้ และมีผลประโยชน์สำคัญในการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงระเบียบโลกอย่างสุดขั้ว
ประเทศขนาดเล็กจำนวนมากก็น่าจะมีข้อกังวลเช่นกัน เนื่องจากระบบของสหประชาชาติได้เปิดโอกาสให้ประเทศเหล่านี้มีเสียงในการตัดสินใจระหว่างประเทศที่สำคัญ นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2
แดเนียล ฟอร์ตี หัวหน้าฝ่ายกิจการสหประชาชาติขององค์กรอินเตอร์เนชันแนล ไครซิส กรุ๊ป กล่าวว่า นี่คือทางลัดของสหรัฐในความพยายามที่จะใช้อำนาจยับยั้งของตนในการกำหนดทิศทางกิจการโลก กลไกดังกล่าวเปิดทางให้สหรัฐมีบทบาทเช่นเดียวกับที่เคยมีในประเด็นกาซา–อิสราเอล ซึ่งสหรัฐสามารถกำหนดทิศทางต่างๆ ได้ตามใจชอบ และพยายามขยายรูปแบบนั้นไปสู่ความขัดแย้งอื่น ๆ
ฟอร์ตียังบอกด้วยว่า แนวคิดนี้จะทำให้ผู้นำโลกที่เกี่ยวข้องมีกลไกบางอย่าง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อตกลงที่มีมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน เพื่อแลกกับข้อตกลงเชิงธุรกรรม
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐรายหนึ่งกล่าวว่า บทบาทที่ขยายตัวของคณะกรรมการสันติภาพยังคงเป็นเพียงความปรารถนา แต่ทรัมป์และที่ปรึกษาของเขาเชื่อว่าสามารถเป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สหรัฐและประเทศอื่นๆ แสดงความไม่พอใจต่อองค์การสหประชาชาติ ตลอดจนหน่วยงาน องค์กร คณะกรรมาธิการ และคณะที่ปรึกษาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด
เจ้าหน้าที่รายดังกล่าว ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อเพื่อพูดถึงแนวคิดภายในของรัฐบาลทรัมป์ระบุว่า ไม่ได้มีการระบุว่าคณะกรรมการสันติภาพมีเจตนาที่จะมาแทนที่องค์การสหประชาชาติ แต่เห็นว่า มันอาจช่วยกระตุ้นให้สประชาชาติลงมือปฏิบัติมากขึ้น
ที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์มีความขัดแย้งกับองค์การสหประชาชาติอยู่บ่อยครั้ง โดยมุ่งลดงบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์ที่ให้แก่องค์กรระหว่างประเทศและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยรวม ทรัมป์และพันธมิตรยังโจมตีสหประชาชาติว่าไม่สามารถบรรลุศักยภาพสูงสุด และมีหน่วยงานที่เทอะทะ ซ้ำซ้อน และผลักดันอุดมการณ์แบบเสรีนิยมก้าวหน้า (woke)
จดหมายเชิญเหล่านี้ถูกนำมาเปิดเผยหลังจากที่ทรัมป์โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า คณะกรรมการสันติภาพได้ถูกจัดตั้งขึ้นแล้ว และจะมีการประกาศรายชื่อสมาชิกในเร็วๆ นี้ เจ้าหน้าที่ชี้ว่า การประกาศอย่างเป็นทางการคาดว่าจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า ระหว่างการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
เมื่อเย็นวันที่ 16 มกราคม ทำเนียบขาวเผยแพร่รายชื่อผู้นำบางส่วนซึ่งจะมีบทบาทในการกำกับดูแลการดำเนินการเฟสถัดไปในฉนวนกาซา รวมถึงคณะกรรมการบริหารที่จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของคณะกรรมการสันติภาพ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิสราเอลออกมาคัดค้านโดยระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้มีการประสานงานกับอิสราเอล และขัดต่อนโยบายของอิสราเอล
คณะกรรมการบริหารดังกล่าวข้างต้นประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์ เช่น มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และวิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษด้านกิจการตะวันออกกลาง รวมถึงบุคคลจากภาคธุรกิจอย่าง มาร์ก โรว์แวน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Apollo Global Management และบุคคลอื่นๆ อาทิ โทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร และอเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทรัมป์ลุยตั้งคณะกก.สันติภาพ จับตาแทนที่ UN สื่อชี้สมาชิกต้องจ่ายกว่า 3 หมื่นล้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th