โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘Laser ID: รหัส ID สำคัญหลังบัตรประชาชน กับประเด็นความเป็นส่วนตัว’

GM Live

อัพเดต 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.35 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • GM Live | Business, Lifestyle & Investment

ในยุคดิจิทัลที่การยืนยันตัวตนกลายเป็นหัวใจของธุรกรรมออนไลน์ “Laser ID” ถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะเทคโนโลยีระบุตัวบุคคลสมัยใหม่ ที่ GM Live ขอพาทุกท่านทำความเข้าใจกับชุดรหัสสำคัญสำหรับประชาชนในบทความชิ้นนี้

Laser ID คือบัตรประจำตัวประชาชนรูปแบบหนึ่งที่มีการสลักรหัสด้วยเลเซอร์ลงบนผิวบัตรอย่างถาวรในประเทศไทย บัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ตการ์ดที่ออกโดย กรมการปกครอง มีรหัสหลังบัตรที่เรียกว่า “เลข Laser ID”รหัสดังกล่าวเป็นชุดตัวอักษรและตัวเลขที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละบุคคล

จุดประสงค์สำคัญคือเพื่อเพิ่มชั้นความปลอดภัยในการตรวจสอบและยืนยันตัวตน ในเชิงนิยาม Laser ID ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขธรรมดา แต่เป็น “รหัสควบคุม” ที่ผูกกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร กระบวนการผลิตใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ยิงลงบนแผ่นโพลีคาร์บอเนตของบัตร ทำให้ข้อมูลไม่สามารถลบหรือแก้ไขได้โดยง่าย ลดความเสี่ยงการปลอมแปลง เมื่อสแกนหรือกรอกข้อมูลเข้าสู่ระบบ รหัสดังกล่าวจะถูกตรวจสอบกับฐานข้อมูลกลาง นี่คือการเชื่อมโยงโลกกายภาพของบัตร กับโลกดิจิทัลของข้อมูลส่วนบุคคล

การใช้งาน Laser ID ปรากฏชัดในบริการออนไลน์ของรัฐ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มอย่าง กรมสรรพากร และ สำนักงานประกันสังคม ผู้ใช้งานต้องกรอกเลขประจำตัวประชาชนควบคู่กับ Laser ID เพื่อยืนยันตัวตน ขั้นตอนนี้ช่วยป้องกันการสวมรอยสมัครใช้บริการหรือแก้ไขข้อมูล และกลายเป็นมาตรฐานสำคัญในระบบ e-Government ของไทย

ในภาคเอกชน Laser ID ยังถูกใช้ประกอบการสมัครบริการทางการเงิน ธนาคารและบริษัทฟินเทคจำนวนมากต้องการข้อมูลดังกล่าวเพื่อทำ e-KYC การรู้จักลูกค้า (Know Your Customer) กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญตามกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน
Laser ID จึงเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยตรวจสอบว่าผู้สมัครคือบุคคลตัวจริง และลดความเสี่ยงของบัญชีม้าในระบบการเงิน

อย่างไรก็ตาม ความสะดวกที่เพิ่มขึ้นก็มาพร้อมความกังวลด้านความปลอดภัย หากข้อมูล Laser ID หลุดรั่วไปพร้อมเลขบัตรประชาชน อาจถูกนำไปใช้สมัครบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้ตัวรหัสจะไม่สามารถ “แฮ็ก” ได้โดยตรง แต่ความเสี่ยงเกิดขึ้นในขั้นตอนการจัดเก็บและส่งผ่านข้อมูล

อีกประเด็นสำคัญคือความเป็นส่วนตัวของประชาชน Laser ID เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ภายใต้กฎหมายอย่าง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 องค์กรที่เก็บรวบรวมต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยอย่างเข้มงวด รวมถึงแจ้งวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลอย่างโปร่งใส

ความท้าทายอีกด้านคือความเข้าใจของประชาชน หลายคนไม่ทราบว่า Laser ID ไม่ควรถ่ายภาพเผยแพร่ลงโซเชียลมีเดีย
การโพสต์ภาพบัตรประชาชน แม้จะปิดเลขบางส่วน แต่หากเห็น Laser ID ชัดเจน ก็อาจนำไปสู่การสวมรอยได้ การให้ความรู้ด้านความปลอดภัยดิจิทัลจึงเป็นเรื่องจำเป็น

ในระดับนโยบาย รัฐต้องสร้างสมดุลระหว่างความสะดวกและการคุ้มครองสิทธิ การพัฒนา Digital ID ในอนาคตอาจลดการใช้ข้อมูลที่พิมพ์อยู่บนบัตร และหันไปใช้ระบบยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication) เพื่อลดการพึ่งพาข้อมูลเพียงชุดเดียว แนวคิดนี้กำลังถูกผลักดันในหลายประเทศทั่วโลก

ในเชิงเทคโนโลยี ความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับรหัสเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงระบบเข้ารหัส การจัดเก็บข้อมูล และการกำกับดูแล หากองค์กรมีมาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์ที่เข้มแข็ง ความเสี่ยงจากการรั่วไหลจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ Laser ID จึงเป็นเพียงหนึ่งองค์ประกอบในระบบนิเวศความปลอดภัยข้อมูล ท้ายที่สุด Laser ID สะท้อนภาพสังคมที่กำลังก้าวสู่การยืนยันตัวตนแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ มันเป็นทั้งเครื่องมืออำนวยความสะดวก และดาบสองคมในเวลาเดียวกัน ประโยชน์จะเกิดขึ้นสูงสุดเมื่อมีการกำกับดูแลที่โปร่งใสและประชาชนตระหนักรู้ ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวไม่ควรถูกมองเป็นอุปสรรค แต่เป็นเงื่อนไขพื้นฐานของความเชื่อมั่นในโลกดิจิทัลยุคใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...