โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด่วน! “ทรัมป์” ประกาศเปิดปฏิบัติการรบ “อิหร่าน” ครั้งใหญ่ ลั่นสกัดอาวุธนิวเคลียร์

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 28 ก.พ. เวลา 08.41 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. เวลา 08.31 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.30 น. วันนี้ (28 ก.พ.69) ตามเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยผ่านวิดีโอที่เผยแพร่ทาง Truth Social ว่า สหรัฐอเมริกาได้เริ่มปฏิบัติการรบครั้งใหญ่ในอิหร่านแล้ว โดยระบุว่า เป้าหมายเพื่อปกป้องประชาชนอเมริกันจากภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา

ทรัมป์กล่าวว่า ภัยคุกคามจากอิหร่านส่งผลกระทบโดยตรงต่อสหรัฐฯ กองกำลัง ฐานทัพในต่างประเทศ และพันธมิตรทั่วโลก พร้อมกล่าวหาว่า ตลอด 47 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลอิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับความรุนแรงที่มุ่งเป้าต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และพลเรือนในหลายประเทศ

ผู้นำสหรัฐฯ ระบุอีกว่า กองกำลังที่อิหร่านสนับสนุนมีส่วนทำให้ทหารอเมริกันจำนวนมากเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บในอิรัก และยังคงโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง รวมถึงเรือรบ เรือพาณิชย์ และเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ

ทรัมป์ยังอ้างถึงเหตุโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ว่า เป็นฝีมือของกลุ่มฮามาส ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คน รวมถึงชาวอเมริกัน 46 คน และมีชาวอเมริกัน 12 คนถูกจับเป็นตัวประกัน

ทรัมป์ย้ำว่า นโยบายของสหรัฐฯ คือไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมอ้างถึงปฏิบัติการ “Operation Midnight Hammer” เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งได้โจมตีและทำลายโครงสร้างโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านที่เมืองฟอร์โดว์ นาทานซ์ และอิสฟาฮาน

“พวกเขาจะไม่มีวันมีอาวุธนิวเคลียร์” ทรัมป์กล่าว

ทรัมป์กล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ ได้เตือนอิหร่านไม่ให้ฟื้นฟูโครงการดังกล่าว และพยายามผลักดันการเจรจาหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับการตอบรับ

ทั้งนี้ ทรัมป์ระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารอาจทำให้มีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต แต่ยืนยันว่า สหรัฐฯ ได้ดำเนินมาตรการเพื่อลดความเสี่ยงต่อกำลังพลในภูมิภาคอย่างเต็มที่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...