รอยโรคข้ามกาลเวลา ทีมวิจัยนานาชาติพบ ‘ซากกิ้งก่า’ ในอำพัน 99 ล้านปี ป่วยมะเร็งกระดูก
× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป
ปักกิ่ง, 27 ก.พ. (ซินหัว) — ทีมนักบรรพชีวินวิทยาค้นพบหลักฐานเก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยพบมาเกี่ยวกับเนื้องอกในกระดูกของสัตว์มีกระดูกสันหลังจาก “ซากกิ้งก่า” อายุ 99 ล้านปีที่ถูกเก็บรักษาไว้ในอำพัน ซึ่งเผยถึงต้นกำเนิดของโรคในสมัยโบราณที่หาพบได้ยาก โดยการค้นพบนี้เป็นความร่วมมือระดับนานาชาติ นำโดยสิงลี่ต๋า จากมหาวิทยาลัยธรณีวิทยาแห่งประเทศจีน (ปักกิ่ง) รวมถึงคณะนักวิจัยจากสหรัฐฯ และแคนาดา
การค้นพบครั้งนี้ช่วยเติมเต็มช่องว่างด้านการศึกษาพยาธิวิทยาโบราณ (paleopathology) และมอบหลักฐานโดยตรงที่ช่วยให้เข้าใจโรคในสัตว์โบราณได้ดียิ่งขึ้น โดยตัวอย่างซากดังกล่าวได้มาจากเหมืองแห่งหนึ่งในรัฐคะฉิ่นของเมียนมา มีอายุย้อนกลับไปถึงช่วงกลางยุคครีเทเชียส ซึ่งในห้วงเวลานั้นบริเวณดังกล่าวยังเป็นระบบนิเวศป่าฝนเขตร้อนอยู่
นักวิจัยให้ความสนใจโครงกระดูกกิ้งก่าบางส่วนซึ่งจัดอยู่ในอันดับย่อยแองกูอิมอร์ฟา (Anguimorpha) เนื่องจากพบความผิดปกติที่นิ้วเท้า ผลการตรวจสอบด้วยความละเอียดสูงพบการกร่อนที่ผิดปกติบริเวณปลายกระดูกนิ้วข้อแรกของนิ้วที่สี่และพื้นผิวข้อที่อยู่ติดกัน ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับเนื้องอกกระดูกในปัจจุบันอย่างมาก
ทีมวิจัยได้ใช้เทคโนโลยีไมโครซีที (Micro-CT) สแกนทะลุผ่านอำพันเพื่อสร้างภาพจำลองกระดูกฟอสซิลแบบสามมิติ ทำให้เห็นรอยโรคได้อย่างชัดเจน โดยพบการขยายตัวของเนื้อเยื่อกระดูกและมีโพรงขนาดเล็กคล้ายถุงน้ำหลายแห่ง ซึ่งสอดคล้องกับกระบวนการทำลายกระดูกแบบหนึ่ง จากนั้นทีมวิจัยได้วินิจฉัยแยกโรคโดยเปรียบเทียบรอยโรคนี้กับภาวะทางพยาธิวิทยามากกว่า 30 ชนิด ทั้งกระดูกหัก การติดเชื้อ และเนื้องอกชนิดอื่นๆ
ผลการวิเคราะห์สรุปได้ว่ากิ้งก่าในอำพันชิ้นนี้ป่วยด้วยเนื้องอกเซลล์ยักษ์ (GCT) ซึ่งเป็นเนื้องอกกระดูกชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วไปบริเวณข้อต่อของสัตว์ในปัจจุบัน รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยพบเนื้องอกในโครงกระดูกไดโนเสาร์มาแล้ว แต่นี่นับเป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบภาวะดังกล่าวในสัตว์มีกระดูกสันหลังที่คงสภาพอยู่ในอำพัน
งานวิจัยครั้งนี้นำเสนอมุมมองใหม่ให้กับวงการแพทย์เชิงวิวัฒนาการ ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถย้อนรอยประวัติความเป็นมาของโรคได้ โดยข้อเท็จจริงที่ว่าลักษณะทางพยาธิวิทยาของเนื้องอกโบราณนี้คล้ายคลึงกับที่พบในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ยิ่งช่วยบ่งชี้ว่าการพัฒนาของโรคอาจเป็นไปในลักษณะคงรูปแบบเดิมมาอย่างยาวนาน และดำรงอยู่มาแล้วเป็นเวลาเกือบ 100 ล้านปี
อนึ่ง การค้นพบดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ในวารสารพาลีโอเอนโทโมโลยี (Palaeoentomology) เมื่อวันพุธ (25 ก.พ.) ที่ผ่านมา