โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TEGH ตั้งเป้ารายได้ปี 69 แตะ 2.2 หมื่นลบ. ลุ้นยอดขายยางแท่งนิวไฮ 2.9 แสนตัน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นางสาวสินีนุช โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH ผู้ผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ และน้ำมันปาล์มดิบรายใหญ่ในภาคตะวันออก และผู้นำด้านการผลิตพลังงานทดแทนและรับบริหารจัดการกากอินทรีย์แบบครบวงจรในพื้นที่ EEC เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 10% แตะระดับ 22,000 ล้านบาท แม้อยู่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความผันผวน ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันจากกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศ โดยมีการเติบโตจากทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งยางธรรมชาติ น้ำมันปาล์ม และพลังงานทดแทนและรับบริหารจัดการกากอินทรีย์ โดยเฉพาะยอดขายยางแท่งคาดว่าจะพุ่งแตะ 280,000–290,000 ตัน ทำ All Time High

ด้วยวิสัยทัศน์ Empowering the Low Carbon Value Chain บริษัทฯ ได้เปิดตัวสินค้ายางแท่งที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Block Rubber Carbon Neutral) ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าผู้ผลิตยางล้อที่ต้องการใช้วัตถุดิบที่สามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรองรับกับมาตรการ CBAM ที่เริ่มบังคับใช้แล้วในปีนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะสามารถรับรู้รายได้ในอนาคตอันใกล้นี้

ขณะที่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ มีแนวโน้มผลงานดีต่อเนื่อง หลังจากบริษัทฯ ได้ปรับปรุงกระบวนการผลิต ซ่อมบำรุงเครื่องจักร ติดตั้งหม้อต้มไอน้ำ (Boiler) ลูกใหม่ และการติดตั้งหม้อนึ่งปาล์ม (Sterilizer) เพิ่มเติม ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น และมีกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นอีก 50% ภายในปีนี้ รวมถึงมีแผนที่จะขอการรับรอง ISCC corsia ในปีนี้ สำหรับน้ำมันที่สกัดได้จากทะลายปาล์มเปล่าและน้ำมันน้ำเสีย เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมการผลิตเชื้อเพลิงการบินชีวภาพจากน้ำมันและไขมันเหลือใช้ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์รอง (By-Product) หลังจากที่ได้รับการรับรอง ISCC plus และ ISCC EU มาแล้วในปีที่ผ่านมา

ด้านธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์ มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องหลังจากประสบความสำเร็จจากโครงการขยายกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพเฟสที่ 1 เรียบร้อยแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการในส่วนของโครงการบ่อกากปิโตรเคมี ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1/2569 และโครงการขยายกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพเฟสที่ 2 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3/2569 ตามเป้าที่จะขยายความสามารถในการรับบริหารจัดการกากอินทรีย์รวมเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 1,100,000 ตัน และผลิตก๊าซชีวภาพรวมเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 58,000,000 ลูกบาศก์เมตร ในปี 2570 รวมทั้งจะมีการรับรู้รายได้จากการขาย Carbon Credit ที่จะได้รับการรับรองเพิ่มขึ้นตามปริมาณกากอินทรีย์ที่เพิ่มขึ้นด้วย พร้อมเดินหน้าโครงการหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั้งในและต่างประเทศเพื่อร่วมพัฒนาโครงการ Green Gas และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เพื่อการเติบโตในอนาคตต่อไป

“ผลการดำเนินงานปี 2569 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน โดยเฉพาะยางแท่งที่ยอดขายมีโอกาสทำ ออล ไทม์ ไฮ โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากอุตสาหกรรมยางล้อที่ยังคงเติบโตได้ในสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ประกอบกับราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้นในช่วงนี้ ส่งผลให้ราคายางสังเคราะห์ปรับตัวสูงขึ้น ราคาขายยางแท่งก็ปรับตัวดีขึ้นตาม อีกทั้งยังส่งผลดีต่อความต้องการใช้รถ EV ที่คาดว่าจะมีมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน บวกกับความต้องการของลูกค้าในประเทศและต่างประเทศทั้ง จีน อินเดีย ยุโรปและสหรัฐอเมริกา ทั้งยังคาดการณ์ว่าบริษัทฯ จะยังคงรักษาสัดส่วนยอดขายยางแท่งมาตรฐาน EUDR ได้ที่ 30-40% จากการที่ลูกค้าฝั่งยุโรป และประเทศอื่นๆ ยังคงมีความต้องการอยู่ ซึ่งยังไม่รวมความต้องการยางแท่งมาตรฐาน EUDR ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากการที่สหภาพยุโรปจะเริ่มบังคับใช้ EUDR ในวันที่ 30 ธันวาคม 2569 นี้ รวมถึงโครงการขยายกำลังการผลิตยางแท่งที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ทำให้กำลังการผลิตยางแท่งรวม เพิ่มขึ้นเป็น 432,000 ตันภายในปีนี้ ซึ่งจะสอดรับกับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า” นางสาวสินีนุช กล่าว

อนึ่ง ผลดำเนินงานในปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้ 19,980 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน ตามเป้าหมาย และมีกำไรสุทธิ 533 ล้านบาท โดยมีรายได้จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ 17,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 86% ของรายได้ทั้งหมด จากปริมาณและราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น และยังคงรักษาสัดส่วนการส่งออกที่แข็งแกร่งถึง 60% มีสัดส่วนการขายยางแท่งมาตรฐาน EUDR สูงถึง 41% ของยอดขายยางแท่งทั้งหมด โดยมีปริมาณขายยางแท่งมาตรฐาน EUDR ที่ 104,228 ตัน เพิ่มขึ้นถึง 104% จากปีก่อน ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ มีรายได้ 2,507 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 13% ของรายได้ทั้งหมด ส่วนธุรกิจพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์ มีรายได้ 230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% จากปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 1% ของรายได้ทั้งหมด ผลจากความสำเร็จของโครงการ Biogas expansion zone 3.1 ที่ทำให้ปริมาณรับบริหารจัดการกากอินทรีย์ที่เพิ่มขึ้น 3% และมีปริมาณขาย biogas ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 89%

พร้อมกันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.22 บาท โดยกำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 20 มีนาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งมีกำหนดจัดประชุมในวันที่ 24 เมษายน 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...