เพื่อเมืองที่น่าอยู่! กทม.ผนึกกำลังหลายหน่วยงานเร่งนำ “สายไฟ-สายสื่อสาร” ช่วง ถ.ประชาราษฎร์ ลงใต้ดิน
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมเปิดกิจกรรม “ประชาราษฎร์สาย 2 พลิกโฉมสู่ถนนสวยไร้เสาสาย” ซึ่งการไฟฟ้านครหลวง (MEA) จะรื้อถอนเสาไฟฟ้าและสายสื่อสาร บริเวณหน้าศูนย์การค้า เกทเวย์ แอท บางซื่อ ถนนประชาราษฎร์สาย 2 หลังดำเนินการเปลี่ยนระบบเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินเสร็จสิ้น โดยมี นายรณชัย เรืองยุทธ รองผู้ว่าการ MEA เป็นประธานในพิธี
นายชัชชาติ กล่าวว่า กทม.ในฐานะเจ้าของพื้นที่ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มาร่วมมือกัน ทั้งการไฟฟ้านครหลวง กสทช. ผู้ประกอบการเคเบิล และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทุกฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพราะงานนี้ทำฝ่ายเดียวไม่ได้ เวลาลงพื้นที่ทำงาน บางจุดจำเป็นต้องปิดถนน ต้องมีตำรวจมาดูแลการจราจร ในช่วงหลังจะเห็นได้ว่างานนำสายไฟ-สายสื่อสารลงใต้ดิน เริ่มเร็วขึ้น เพราะมีการประสานงานที่ดีขึ้น
นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า การดำเนินการนำสายลงใต้ดินมี 2 รูปแบบ รูปแบบแรก คือ นำสายไฟฟ้าลงดินแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งต้องทำระบบไฟฟ้าใต้ดินให้เรียบร้อยก่อน จึงจะรื้อถอนเสาไฟและสายอากาศได้ วิธีนี้จะเห็นผลชัดในระยะยาวทั้งเรื่องความปลอดภัยและทัศนียภาพเมืองที่จะสวยงาม น่าอยู่
รูปแบบที่สอง คือ การจัดระเบียบสายสื่อสารที่ยังค้างอยู่บนเสา โดยเฉพาะการเก็บสายที่ไม่ได้ใช้งานหรือตายแล้วออก เพื่อลดความรกรุงรัง โดยมีการทำควบคู่กันไปในหลายพื้นที่ อันจะช่วยให้งานเบาลงและเห็นความเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น
“ทั้งหมดนี้เป็นโครงการที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้งด้านเทคนิค พื้นที่ และการจราจร เราพยายามทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เมืองเป็นระเบียบขึ้น ปลอดภัยขึ้น และน่าอยู่มากขึ้น ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกันทำงานหนัก และขอบคุณประชาชนที่ให้ความเข้าใจ” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว
สำหรับกิจกรรมในวันนี้เป็นการรื้อถอนสายสื่อสาร สายไฟฟ้า และเสาไฟฟ้า บนถนนประชาราษฎร์ สาย 2 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางในโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน ช่วงท่าเรือบางโพ - ถนนประชาชื่น ระยะทางรวม 1.4 กิโลเมตร โดย MEA จะรื้อถอนเสาไฟฟ้าให้เสร็จสิ้นภายในคืนวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้
ด้านนายรณชัย กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเริ่มมาตั้งแต่ปี 2564 และ MEA ได้ปรับเปลี่ยนระบบการจ่ายไฟฟ้าเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่ปลายปี 2568 ที่ผ่านมา การนำสายไฟฟ้าลงดินจะช่วยสร้างเสถียรภาพในระบบการจ่ายไฟฟ้าให้มากขึ้น ทั้งยังทำให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และที่สำคัญจะทำให้เมืองมีทัศนียภาพที่สวยงาม ไร้เสาไร้สายที่ดูไม่เป็นระเบียบด้วย
สำหรับความคืบหน้าภาพรวมของโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน ปัจจุบัน MEA ดำเนินการไปแล้ว 97.3 กิโลเมตร โดยในปีนี้มีเป้าหมายดำเนินการเพิ่มอีก 38.4 กิโลเมตร ซึ่งจะทำให้มีระยะทางสะสมรวม 135.7 กิโลเมตร และยังมีแผนแม่บทที่จะดำเนินการให้ครบตามเป้าหมายเส้นทางที่ได้รับอนุมัติรวม 317.3 กิโลเมตร ภายในปี 2575
ในส่วนของการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า หรือ Circular Economy นั้น รองผู้ว่าการ MEA กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเสาไฟฟ้าที่ต้องทำการรื้อถอนบนถนนประชาราษฎร์สาย 2 มีจำนวนทั้งสิ้น 209 ต้น โดยปกติ MEA จะนำเสาที่ถูกหักแล้วไปทำแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า จ.สมุทรปราการ แต่ในปัจจุบัน MEA ได้รับการประสานงานจากหน่วยงานทหาร เพื่อขอรับการสนับสนุนเสาไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว นำไปจัดทำรั้วในพื้นที่พิพาทบริเวณแนวชายแดนไทย - กัมพูชา เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติต่อไป