โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ออสเตรเลียหนุนถอดชื่อ “อดีตเจ้าชายแอนดรูว์” ออกจากลำดับสืบราชสันตติวงศ์

เดลินิวส์

อัพเดต 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.58 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
นายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบาเนซี ผู้นำออสเตรเลีย กล่าวว่า รัฐบาลของเขาจะส่งจดหมายถึงประเทศในเครือจักรภพ เพื่อแสดงการสนับสนุนให้ถอดถอนอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ออกจากลำดับการสืบราชสันตติวงศ์

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ว่า อัลบาเนซีกล่าวว่า เขาได้พูดคุยกับเซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เกี่ยวกับอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ หรือนายแอนดรูว์ เมาต์แบตเทน-วินด์เซอร์ พระราชอนุชาในสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ซึ่งขณะนี้ถูกสอบสวนในข้อหาประพฤติมิชอบระหว่างดำรงตำแหน่งหน้าที่ในหน่วยงานรัฐ เนื่องจากความสัมพันธ์กับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน อาชญากรชาวอเมริกันผู้อื้อฉาว

ผู้นำออสเตรเลียระบุว่า สหราชอาณาจักรจะต้องเป็นฝ่ายริเริ่มการเปลี่ยนแปลงลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ แต่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากอีก 14 ประเทศในเครือจักรภพ ซึ่งมีสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 เป็นประมุขแห่งรัฐ

“ออสเตรเลียชอบเป็นฝ่ายเริ่มก่อน และเราทำให้ทุกคนรู้ว่า จุดยืนของเราคืออะไร และในวันนี้ เราส่งจดหมายถึงประเทศอื่น ๆ ในเครือจักรภพ เพื่อแจ้งให้พวกเขาทราบถึงจุดยืนของเรา” อัลบาเนซี กล่าวเพิ่มเติม

ในจดหมายถึงสตาร์เมอร์ อัลบาเนซีกล่าวว่า รัฐบาลแคนเบอร์ราจะเห็นด้วยกับข้อเสนอใด ๆ ก็ตาม ที่ถอดถอนนายแอนดรูว์ เมาต์แบตเทน-วินด์เซอร์ ออกจากลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ พร้อมกับอธิบายว่า ข้อกล่าวหาต่ออดีตเจ้าชายแอนดรูว์ “มีความร้ายแรง”

กระนั้น อัลบาเนซีปฏิเสธการจัดทำประชามติเพื่อให้ออสเตรเลียเปลี่ยนระบอบเป็นสาธารณรัฐ แม้เขาสนับสนุนการมีประมุขแห่งรัฐที่เป็นชาวออสเตรเลียก็ตาม.

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...