โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

คนระโนดให้ไปอยู่ระโนด หมอฮา กับมาตรฐานพรรคส้ม

แนวหน้า

เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 17.00 น.

การปราศรัยของ พรรคประชาชน หรือพรรคส้ม ที่อำเภอหาดใหญ่ ในช่วงเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถูกพูดถึงขึ้นมา ไม่ใช่เพราะนโยบาย แต่เพราะคำพูดที่เลือกใช้ “ที่มา” ของคน เป็นตัวตัดสินความเหมาะสมทางการเมือง

บนเวทีนั้น นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.เขต 2 จังหวัดสงขลา พรรคส้ม พูดถึงคู่แข่งว่าเป็นคนอำเภอระโนด และบอกตรง ๆ ว่าคนระโนดควรไปเป็นผู้แทนระโนด ไม่ควรมาลงแข่งในหาดใหญ่

ประโยคนี้ไม่พูดถึงผลงาน ไม่พูดถึงความสามารถ และไม่สนใจว่าทำงานในพื้นที่มานานแค่ไหน

เหตุผลเดียวที่ถูกใช้คือ “คุณไม่ได้เกิดที่นี่” และเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

คำพูดลักษณะนี้คือการตัดความชอบธรรมของผู้สมัครด้วยชาติกำเนิด

ผลของคำพูดแบบนี้ไม่ได้จบแค่บนเวที แต่มันถูกส่งต่อไปยังคนฟังทั้งจังหวัด คนสงขลาเริ่มถูกแยกออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งคือคนหาดใหญ่ที่ถูกมองว่าเหมาะสม อีกฝั่งคือคนจากอำเภออื่นที่ถูกทำให้เป็นคนนอก

ทั้งที่เป็นจังหวัดเดียวกัน เป็นคนสงขลาเหมือนกัน และเป็นคนไทยด้วยกัน แต่การเมืองของพรรคส้มกลับบอกประชาชนว่า สิทธิในการถูกเลือกไม่เท่ากันตั้งแต่ต้น คนจากบางอำเภอถูกยกขึ้นโดยอัตโนมัติ ขณะที่คนจากอำเภออื่นถูกกันออกไปก่อนจะได้แข่ง

ตำแหน่งผู้แทนราษฎร ควรเป็นพื้นที่ให้ประชาชนตัดสินจากตัวเลือก แต่คำพูดแบบนี้ทำให้ตัวเลือกหายไปตั้งแต่แรก และความรู้สึกไม่เป็นธรรมก็เริ่มก่อตัวขึ้นในพื้นที่เดียวกัน

สิ่งที่ทำให้กรณีหมอสุภัทรน่าตั้งคำถามยิ่งขึ้น คือมาตรฐานของพรรคส้มเอง เพราะตรรกะเดียวกันนี้ไม่เคยถูกใช้กับผู้สมัครของพรรค

พรรคส้มมีผู้สมัครจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้เกิดในพื้นที่ที่ลงสมัคร แต่เรื่องนี้ไม่เคยถูกยกขึ้นมาเป็นปัญหา

ตัวอย่างชัดเจนคือ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคส้ม คนสงขลาโดยกำเนิด ที่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร และไม่เคยมีใครในพรรคพูดว่า ควรกลับไปลงพื้นที่บ้านเกิด

พอเป็นคนของพรรคส้ม การเกิดที่ไหนไม่สำคัญ แต่พอเป็นฝ่ายอื่น การเกิดที่ไหนกลายเป็นเรื่องใหญ่

พื้นที่ถูกหยิบมาเป็นข้ออ้างเฉพาะตอนจะกีดกันฝ่ายตรงข้าม แต่ถูกเก็บเงียบทันทีเมื่อย้อนมาหาคนของพรรคส้มเอง

เมื่อคำพูดบนเวทีถูกวิจารณ์ หมอสุภัทรออกมาชี้แจงภายหลัง น้ำเสียงอ่อนลงทันที จากการพูดเรื่องที่มา กลายเป็นการพูดถึงวิกฤตหาดใหญ่ และย้ำว่าตนเองเข้าใจพื้นที่ พร้อมบอกว่าไม่ได้ตั้งใจดูถูกใคร

อย่างไรก็ตาม คำอธิบายทีหลังไม่สามารถลบคำพูดแรกออกไปได้ เพราะสิ่งที่ประชาชนได้ยินไปแล้วคือ ประโยคที่ใช้ชาติกำเนิดเป็นเหตุผลกันคนออกจากสนาม

รูปแบบการสื่อสารเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับพรรคส้ม พูดแรงตอนอยู่บนเวที แต่พอแรงตีกลับก็รีบปรับโทน แก้คำพูดให้ดูนุ่มลง โดยไม่แตะต้นตอของปัญหาจริง ๆ

การสื่อสารลักษณะนี้อาจช่วยเอาตัวรอดเฉพาะหน้า แต่แลกมาด้วยความน่าเชื่อถือที่ลดลงทุกครั้ง

คำพูดของหมอสุภัทรลดสิทธิทางการเมืองของผู้สมัครที่ไม่ได้เกิดในอำเภอหาดใหญ่ตั้งแต่ต้น คนจากอำเภออื่นในจังหวัดเดียวกัน โดยเฉพาะคนจากอำเภอระโนด ถูกทำให้มีสถานะต่ำกว่าในการถูกเลือก แม้จะยังไม่ทันถูกพิจารณาจากความสามารถ

เมื่อพรรคส้มยอมรับวิธีคิดแบบนี้ และใช้มาตรฐานคนละแบบกับพวกเดียวกัน ความไม่เท่าเทียมจึงไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการเลือกปฏิบัติตั้งแต่จุดเริ่มต้น

การเมืองที่เริ่มจากการให้สิทธิไม่เท่ากัน ย่อมไม่อาจอ้างความเสมอภาคได้เต็มปาก และพรรคที่ใช้วิธีคิดเช่นนี้ ก็ยากจะทำให้ประชาชนเชื่อได้ว่า ทุกคนมีค่าเท่ากันจริง.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...