โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

First Impression Bias นี่เรากาพรรคเขาเพราะนโยบาย หรือภาพลักษณ์ผู้สมัครถูกใจเรากันแน่

The Momentum

อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

เดตแรก

สัมภาษณ์งาน

พรีเซนต์โปรเจกต์

พิตช์ไอเดียธุรกิจหาเงินทุน

หรือกระทั่งการลงสมัครเลือกตั้ง

ความประทับใจแรกมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ต่อภาพการรับรู้ของผู้คนรอบตัวคุณ และน่าตกใจที่บ่อยครั้ง ความประทับใจแรกเป็นสิ่งที่ส่งเสริมและมีอิทธิพลต่ออัตราสำเร็จมากกว่าคุณภาพงานของคุณเสียอีก

แนวคิดเรื่องความประทับใจแรก มีต้นสายมาจากข้อสังเกตเกี่ยวกับธรรมชาติของเผ่าพันธุ์เรา ที่มักใช้เวลาเพียงน้อยนิดในการตัดสินว่า คนคนหนึ่งดูเป็นคนดีพอจะได้รับความเชื่อใจหรือไม่ มนุษย์นั้นต่างจากคอมพิวเตอร์ เรามีกำลังสมองในการประมวลข้อมูลอยู่จำกัด ข้อมูลแรกที่เราได้รับเกี่ยวกับสิ่งใดก็ตาม จึงมีน้ำหนักต่อความเชื่อโดยรวมของเราเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ อย่างมาก

นักจิตวิทยา เอ็ดเวิร์ด ทอร์นไดก์ (Edward Thorndike) เรียกมันว่า Halo Effect ขณะที่ เฮอร์มานน์ เอ็บบิงเฮาส์ (Hermann Ebbinghaus) เรียกว่า Primary Effect ส่วนนักวิทยาศาสตร์พฤติกรรมสมัยใหม่มักเรียกรวมๆ โดยกว้างว่า First Impression Bias หรืออคติที่เกิดจากความประทับใจแรกที่จะติดตามเราไปทั่วทุกหนแห่ง รวมถึงในฉากทัศน์การเมืองช่วงเลือกตั้ง

ในปี 2025 ราลูกา ปาฮอนตู (Raluca Pahontu) และสตาฟรอส ปูปาคิส (Stavros Poupakis) สองนักวิจัยด้านเศรษฐกิจการเมือง ทำการทดลองเรื่องนี้ผ่านแบบสำรวจ การเก็บข้อมูลผลเลือกตั้ง และการใช้ซอฟต์แวร์วิเคราะห์ใบหน้าผู้ลงสมัครเลือกตั้ง ผลปรากฏว่า ‘หน้าตา’ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างมีนัยสำคัญ

หน้าตาดียิ่งได้ หน้าตาคล้ายยิ่งดี

ปาฮนตูและปูปาคิสเริ่มต้นด้วยการรวบรวมภาพถ่ายทางการของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคแรงงานและพรรคอนุรักษนิยม ที่เป็นชายผิวขาวทั้งหมด จากนั้นใช้ซอฟต์แวร์ในการจดจำ เรียนรู้ และวิเคราะห์ใบหน้าเหล่านี้ แล้วให้ผู้เข้าร่วมทดลอง (ซึ่งทำหน้าที่เสมือนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการทดลองครั้งนี้) พิจารณาผู้สมัครจากภาพเหล่านี้

น่าแปลก ผลวิจัยที่ออกมาไม่ได้บ่งชี้ความ ‘หน้าตาดี’ เป็นปัจจัยที่ทรงพลังที่สุดอย่างที่คนส่วนใหญ่คาดหวัง แต่ความ ‘หน้าตาคล้าย’ คนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรู้จักคุ้นเคยมาก่อนต่างหาก

ผู้สนับสนุนพรรคอนุรักษนิยมมีแนวโน้มลงคะแนนเลือก สส.ฝ่ายอนุรักษนิยมที่มีหน้าตาคล้ายกับสมาชิกพรรคเดิมๆ รุ่นเก่าๆ ที่ตนคุ้นเคย สูงกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ ถึง 16% ขณะที่ผู้สนับสนุนพรรคแรงงานมีโอกาสลงคะแนนเลือกทั้งผู้สมัครที่หน้าตาคล้ายและไม่คล้ายพอๆ กัน อ้างอิงจากรายชื่อผู้สมัครที่ผ่านการจัดลำดับความคล้ายโดยซอฟต์แวร์

สรุปได้ว่า ในสถานการณ์ที่โหวตเตอร์มีเวลาศึกษานโยบายและผลงานของผู้สมัครอยู่จำกัด (คล้ายๆ กับสถานการณ์ปัจจุบันในประเทศไทยที่มีฤดูกาลหาเสียงภายหลังการยุบสภาฯ ค่อนข้างสั้น) สมองของพวกเขาจะเริ่มมองหาทางลัดในการตัดสินใจ และหนึ่งในทางลัดที่ทรงพลังที่สุดคือ ความรู้สึกคุ้นเคย น่าแปลกที่ผลลัพธ์จะยิ่งเด่นชัดเป็นพิเศษในหมู่โหวตเตอร์ฝ่ายอนุรักษนิยม

เห็นได้ชัดว่าการเลือกตั้งไม่ใช่สนามของเหตุและผลล้วนๆ อย่างที่เราคอยกรอกหูกันและกันตลอดมา แต่คือพื้นที่ที่อารมณ์ ภาพจำ และอคติที่เรามีต่อกัน ทำงานฉับไวกว่าสติและความตั้งใจอันดีของเราเสมอ

ไม่มีโหวตเตอร์คนไหนหลีกหนีจากอคตินี้พ้น อยู่ที่ว่าจะเท่าทันหรือไม่ และตรวจสอบการตัดสินใจของตัวเองอย่างไรก็เท่านั้น

การตรวจสอบ ‘อคติ’ ของตนเองคือหน้าที่พลเมือง

อคติที่เกิดจากความประทับใจแรกนั้นฝังอยู่ในโครงสร้างการทำงานของสมองมนุษย์ จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะขจัดมันออกไปหมดจด หัวใจของการรู้เท่าทัน First Impression Bias จึงไม่ใช่การลงคะแนนเลือกตั้งโดย ‘ไม่ใช้อารมณ์’ แต่คือการยอมรับว่าอารมณ์เป็นส่วนหนึ่งของการเมือง และพยายามไม่ปล่อยให้อารมณ์นำหน้าเหตุผลไปเสียทั้งหมด

วิธีแรกคือการฝึกดึงตัวเองออกจากโหมดออโตไพลอต ทุกครั้งที่รู้สึกชอบหรือไม่ชอบขี้หน้าผู้สมัครขึ้นมาอย่างฉับพลัน ทั้งที่ยังไม่มีโอกาสอ่านทำความเข้าใจนโยบายหรือหรือจุดยืนใดๆ ของพวกเขา ลองตอบคำถามกับตัวเองให้ได้ว่า ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมีที่มาจากส่วนไหนในตัวเขา ท่าทาง น้ำเสียง ใบหน้า บุคลิก เหตุการณ์บางอย่าง หรือเพราะสารที่สื่อออกมาจากสิ่งที่เขาพูดจริงๆ

หากระบุที่มาของช่องทางที่ทำให้เรารู้จักเขาได้ด้วย ก็จะยิ่งช่วยให้เราได้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของช่องทางเหล่านี้ ขั้นตอนเล็กๆ น้อยๆ เพียงเท่านี้สามารถเปิดโอกาสให้เราชะลอการตัดสินเอาไว้ก่อน และในขณะเดียวก็เปิดพื้นที่ให้เหตุผลทำงานมากขึ้น

นอกจากนี้การพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ที่มีมุมมองทางการเมืองแตกต่างจากตนเอง ก็สามารถช่วยถ่วงดุลอคติส่วนบุคคลได้เช่นกัน เพราะหากเราคลุกคลีและแลกเปลี่ยนแค่กับผู้ที่คิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน พวกเราทั้งหมดอาจต่างฝ่ายต่างมองข้ามจุดบอดไปโดยไม่ทักท้วงกันและกัน อย่าลืมว่าการตัดสินใจทางการเมืองที่ไม่ตั้งอยู่บนอคตินั้น ไม่อาจเกิดจากการครุ่นคิดทุกอย่างเอาเองเพียงลำพัง แต่ต้องมาจากการรู้จักท้าทายจุดยืนของตนด้วย

อ้างอิง

https://www.kcl.ac.uk/news/do-first-impressions-matter-in-politics

https://www.journals.uchicago.edu/doi/abs/10.1086/734268?journalCode=jop

https://thedecisionlab.com/reference-guide/psychology/the-first-impression-bias

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...