ออสเตรเลียศึกษาพบ ‘ยีน BMI วัยเด็ก’ อาจชี้ความเสี่ยงเบาหวาน-หัวใจในวัยผู้ใหญ่
× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป
ซิดนีย์, 20 ก.พ. (ซินหัว) — วันศุกร์ (20 ก.พ.) มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ของออสเตรเลียเปิดเผยการใช้ข้อมูลจากการศึกษาระยะยาว “เด็กยุค 90” (Children of the 90s) ของมหาวิทยาลัยบริสตอลในสหราชอาณาจักร เพื่อทำความเข้าใจอิทธิพลของพันธุกรรมต่อรูปแบบค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของเด็กอายุ 1-18 ปี จำนวน 6,291 คน โดยมีการจำลองรูปแบบอิทธิพลของยีนต่อค่าดัชนีมวลกายของเด็กเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งอาจช่วยเผยให้เห็นความเสี่ยงป่วยโรคหัวใจหรือโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่
หวังเกิงจากสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุลของมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ผู้เขียนหลักของผลการศึกษานี้ที่เผยแพร่ผ่านวารสารเนเจอร์ คอมมูนิเคชันส์ ระบุว่าการวิเคราะห์การเจิรญเติบโตของเด็กตามเวลาที่ผ่านไปแทนการวิเคราะห์เพียงช่วงอายุใดอายุหนึ่งช่วยให้เห็นอิทธิพลของพันธุกรรมต่ออัตราการเจริญเติบโต โดยพ่อแม่มักกังวลเมื่อลูกมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเร็วหรือพัฒนาการแตกต่างจากเด็กคนอื่น แต่ผลการศึกษานี้ชี้ว่าความแปรผันทางพันธุกรรมสามารถส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้
หวังเสริมว่าพันธุกรรมดูเหมือนจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตอย่างแตกต่างกันตามช่วงวัย โดยยีนเฉพาะกลุ่มมีอิทธิพลต่อค่าดัชนีมวลกายในช่วงวัยทารกและช่วงวัยรุ่น ซึ่งหากพิจารณาดูสุขภาพด้วยผลลัพธ์เหล่านี้แล้วพบว่าความแตกต่างของขนาดร่างกายในเด็กเล็กไม่จำเป็นว่าจะสะท้อนความเสี่ยงป่วยโรคอ้วนไปตลอดชีวิต แต่คณะนักวิจัยพบว่าค่าดัชนีมวลกายในช่วงอายุราว 10 ปี รวมถึงอัตราการเจริญเติบโตโดยรวมในช่วงอายุ 1-18 ปี เชื่อมโยงกับความเสี่ยงป่วยโรคเบาหวาน คอเลสเตอรอลสูง และโรคหัวใจในภายหลังอย่างมาก
นิโคล วอร์ริงตัน นักวิจัยอาวุโสจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ กล่าวว่าพันธุกรรมครองส่วนแบ่งราวหนึ่งในสี่ในการทำให้น้ำหนักตัวของเด็กเปลี่ยนแปลง ซึ่งตอกย้ำความจำเป็นของแนวทางป้องกันโรคอ้วนหรือเฝ้าติดตามการเจริญเติบโตที่ดีต่อสุขภาพตามช่วงวัยต่างๆ