โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

NYT บุ๊กพิเศษดันกำไรปี 68 โตแตะ 617 ล้าน เคาะปันผล 0.50 บาท

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 14.22 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 14.22 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) หรือ NYT รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4 และงวดประจำปี 2568 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

โดยบริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นจำนวน 617.8 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 119.6 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 24.0 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 498.2 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (Basic Earnings Per Share) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 0.50 บาทต่อหุ้น จาก 0.40 บาทต่อหุ้นในปีก่อน

ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ มาจากการรับรู้รายได้รายการพิเศษ (Non-recurring item) จากคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีรถดับเพลิง (กทม.) ซึ่งส่งผลให้บริษัทมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานปกติที่ไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว กลุ่มบริษัทต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนและส่วนแบ่งกำไรที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานปกติปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน จาก 3 ปัจจัยหลัก

ได้แก่ 1) ต้นทุนค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเปิดใช้งานอาคารคลังสินค้าใหม่ 2) ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายของหนี้สินตามสัญญาเช่า (Lease Liabilities) ภายใต้มาตรฐาน TFRS 16 จากการต่อสัญญาเช่าที่ดินระยะยาว และ 3) ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่ลดลง โดยเฉพาะจากบริษัทร่วมที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณงานที่ลดลงตามสภาวะอุตสาหกรรม

ส่วนของรายได้รวมสำหรับปี 2568 มีจำนวน 2,088.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 373.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 21.8 จากปีก่อน โดยแบ่งเป็นรายได้จากการให้บริการท่าเทียบเรือที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 ตามปริมาณรถยนต์ผ่านท่า (Throughput) ที่ฟื้นตัวเล็กน้อยและการปรับขึ้นอัตราค่าบริการลานพักสินค้า ขณะที่รายได้จากคลังสินค้ามีจำนวน 522.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.9 ล้านบาท หรือร้อยละ 16.2 จากปีก่อนที่ทำได้ 449.1 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการรับรู้รายได้เต็มปีของโครงการคลังสินค้าใหม่ที่เปิดดำเนินการ รวมถึงการขยายพื้นที่ให้บริการคลังสินค้าและพื้นที่เช่าเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ รายได้อื่นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจำนวน 271.2 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการชนะคดีความในชั้นศาลฎีกา (คดี กทม.) ซึ่งกลุ่มบริษัทได้รับรู้รายได้ค่าฝากสินค้าและดอกเบี้ยตามคำพิพากษา

ด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย ต้นทุนการให้บริการมีจำนวน 913.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.2 ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณรายได้ท่าเทียบเรือที่เพิ่มขึ้น ส่วนต้นทุนการให้เช่ามีจำนวน 115.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 102.1 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคาและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิการใช้ทรัพย์สิน (Right-of-Use assets) ของโครงการคลังสินค้าใหม่ที่เปิดดำเนินการ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารมีจำนวน 189.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.2 ล้านบาท หรือร้อยละ 14.6 ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับคดีความและค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร

สำหรับการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรและขาดทุนจากเงินลงทุน บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 17.6 ล้านบาท ลดลงจาก 65.2 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เนื่องจากปริมาณสินค้าผ่านท่าและการให้บริการของบริษัทร่วมลดลง พร้อมกันนี้ได้รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าจำนวน 35.3 ล้านบาท (ขาดทุนเพิ่มขึ้นจาก 12.5 ล้านบาทในปีก่อน) เนื่องจากการร่วมค้าดังกล่าวยังอยู่ในช่วงสร้างฐานธุรกิจและมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน นอกจากนี้ บริษัทมีต้นทุนทางการเงินจำนวน 126.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.7 ล้านบาท หรือร้อยละ 21.9 จากการรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายของหนี้สินตามสัญญาเช่า (Lease Liabilities) ที่เพิ่มขึ้นจากการต่อสัญญาเช่าที่ดินตามมาตรฐาน TFRS 16

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญ ในอัตรา 0.50 บาทต่อหุ้น (จากมูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาท) โดยเป็นการจ่ายจากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ ได้กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 โดยบริษัทมีกำหนดจ่ายเงินปันผลดังกล่าวให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...