โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

หมากอุ้มผางทรุด! ราคาดิ่ง พ่อค้าหาย ส่งออกสะดุด ชาวสวนวอนรัฐช่วยด่วน

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา บ้านเปิ่งเคลิ่ง ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกหมากรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด ซึ่งเคยสร้างรายได้หมุนเวียนในหมู่บ้านปีละกว่า 100 ล้านบาท จากการส่งออกหมากสดไปต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีนแต่วันนี้ภาพความคึกคักกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบเหงา โดยตลอดปีที่ผ่านมา ประเทศจีนลดปริมาณการรับซื้อหมากสดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หมากที่เคยตัดขายได้ทันที ต้องปล่อยให้สุกแดงคาต้น ก่อนเก็บลงมาตากแห้งในช่วงฤดูแล้ง หวังพยุงราคาและระบายผลผลิต แต่ทว่า ราคาหมากตากแห้งกลับร่วงลงหนัก หมากแดงรับซื้อเพียงกิโลกรัมละ 40 บาท และหมากขาวกิโลกรัมละ 60 บาท ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน และถือว่าตกต่ำที่สุดในรอบหลายปีต้นทุนพุ่ง แต่ราคาดิ่งลง

นายวัชรพล อาญาอรพิน หรือเปาะ เกษตรกรชาวบ้านหมู่ 9 บ้านเปิ่งเคลิ่ง ผู้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยพะเยา คณะศิลปศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษ กล่าวว่า ครอบครัวปลูกหมากมากว่า 10 ปี มีพื้นที่กว่า 30 ไร่ ปีนี้ต้องช่วยแม่เก็บหมากมาตากแห้ง เพราะขายหมากสดไม่ได้เหมือนเดิม ค่าจ้างเก็บ 100 ลูก 6 บาท ค่าปลอกเปลือก 100 ลูก 5 บาท ยังต้องตากแดดอีกประมาณ 1 เดือนกว่าจะขายได้ แต่ช่วงนี้ไม่มีพ่อค้ามาซื้อเลย ซึ่งถือเป็นสิ่งที่หนักใจมาก เพราะเมื่อรวมค่าแรงตาก ค่าแรงคัดแยก และค่าขนส่ง ต้นทุนแทบจะกินราคาขายไปหมด เหลือกำไรเพียงเล็กน้อย หรือบางครั้งแทบไม่เหลือเลยพ่อค้าหาย สต็อกล้นหมู่บ้าน

นายหน้าที่เคยรับซื้อหมากในพื้นที่ รายหนึ่ง กล่าวว่า ปัญหาการส่งออกที่ชะลอตัว ทำให้พ่อค้าคนกลางไม่กล้าเสี่ยงเข้ามารับซื้อถึงหมู่บ้านเหมือนก่อน ส่งผลให้หมากตากแห้งจำนวนมากค้างสต็อกในครัวเรือนบางครอบครัวจำเป็นต้องชะลอการขายเพราะยิ่งเก็บ ยิ่งขาดทุน

สถานการณ์เช่นนี้ไม่เพียงกระทบรายได้เกษตรกร แต่ยังกระเทือนเศรษฐกิจหมุนเวียนทั้งหมู่บ้าน ร้านค้า แรงงานรับจ้าง และธุรกิจขนส่ง ต่างได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่เสียงเรียกร้องถึงภาครัฐ ชาวบ้านสะท้อนตรงกันว่า ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการประสานหาตลาดใหม่การดึงพ่อค้ากลับเข้าพื้นที่

การสนับสนุนช่องทางจำหน่ายโดยตรงหรือมาตรการพยุงราคาในระยะสั้น เพราะหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบหนักต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือนชายแดน เพราะบ้านเปิ่งเคลิ่ง จากหมู่บ้านหมากมูลค่ากว่าร้อยล้านบาทต่อปี กำลังเผชิญบททดสอบครั้งสำคัญ เสียงสะท้อนจากชาวสวนไม่ได้ต้องการเพียงราคาที่สูงขึ้นแต่ต้องการ โอกาสและตลาดเพื่อให้ผลผลิตที่ปลูกด้วยแรงกายทั้งปี มีคุณค่าและคุ้มทุน ก่อนที่ปัญหาปากท้อง จะลุกลามเป็นวิกฤตเศรษฐกิจระดับชุมชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...