“ศรีสุวรรณ” ยื่น กกต.สอย “พรรคประชาชน” ปมส่งผู้สมัครมีประวัติข่มขืนลงเลือกตั้ง ย้ำโทษแรงขั้นยุบพรรค
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เข้ายื่นคำร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้สืบสวนเอาผิดพรรคประชาชน กรณีสมาชิกพรรคและผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.มหาสารคาม ถูกศาลฎีกาพิพากษามีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา ต้องโทษจำคุก 2 ปี 8 เดือน โดยนายศรีสุวรรณ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวอาจเข้าข่ายว่าพรรคประชาชนมีส่วนรู้เห็นหรือกระทำการอันเข้าข่ายส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้สมัคร ส.ส.ดังกล่าวทําการที่เป็นภัยคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งเป็นข้อห้ามตามมาตรา 45 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีคนเตือนมานานแล้วว่าห้ามส่งบุคคลดังกล่าวที่มีประวัติลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งตนเห็นว่าหากเข้าข่ายมีความผิดจริง ก็ต้องการให้ กกต.เสนอเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรค ตามมาตรา 92(3) ต่อไป
นายศรีสุวรรณ ระบุต่อว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่สืบเนื่องมาจากศาลจังหวัดมหาสารคามได้อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ในคดีที่ 7841/2568 ลงวันที่ 15 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคามเป็นโจทก์ฟ้องนายธีระวัฒน์ พรรณะ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน เขต 1 จ.มหาสารคาม ฐานข่มขืนกระทำชำเรา โดยใช้กำลังประทุษร้าย ขณะที่ผู้เสียหายอยู่ในอาการสะลึมสะลือ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เนื่องจากฤทธิ์ยา ซึ่งจำเลยให้ผู้เสียหายรับประทานก่อนทำการสำเร็จความใคร่ โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ศาลวินิจฉัยแล้วว่ากระทำจริง จึงมีคำพิพากษาให้จำคุก 4 ปี แต่มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน และให้ชดใช้เงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี แก่ผู้เสียหาย
นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อไปว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สังคมไทยรับไม่ได้ เพราะผิดศีลธรรมอันดีงามของชาติ ซึ่งพรรคประชาชนและกรรมการบริหารพรรคย่อมรู้มาตั้งแต่ต้น เพราะเคยมีผู้บอกกล่าวหรือทักท้วงมาก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่ควรมีมติส่งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.มหาสารคาม แต่พรรคกลับเพิกเฉย จึงแสดงให้เห็นว่าพรรคเข้าข่ายจงใจส่งเสริม สนับสนุนการกระทำของบุคคลดังกล่าว อันถือได้ว่าเป็นการคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งเป็นข้อห้ามตามมาตรา 45 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 โดยชัดแจ้ง
สำหรับบทกำหนดโทษ นายศรีสุวรรณ ชี้ว่า การฝ่าฝืนมาตราดังกล่าว กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าให้ กกต.เสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาวินิจฉัยยุบพรรค ตามมาตรา 92 (3) ของกฎหมายดังกล่าวต่อไป ด้วยเหตุทั้งหมด วันนี้ตนจึงได้นำถ้อยความพร้อมพยานหลักฐาน สำเนาคำพิพากษามายื่นร้องเรียนต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง และ กกต.ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป