โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Bitcoin ETFs ยังถือสินทรัพย์ 85,000 ล้านดอลลาร์ แม้ราคาร่วงแรงจาก All Time High

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

กองทุน Spot Bitcoin ETFs ในสหรัฐฯ ยังคงถือครองสินทรัพย์รวมราว 85,000 ล้านดอลลาร์ แม้ราคาบิตคอยน์จะร่วงลงอย่างรุนแรง นักวิเคราะห์ชี้ คนถือ ETF ส่วนใหญ่เป็น market makers และกองทุนเฮดจ์ฟันด์สายทำอาร์บิทราจ มากกว่านักลงทุนระยะยาวที่เชื่อมั่นในราคาขาขึ้น

18 ก.พ. 2569 - เว็บไซต์ Coindesk.com ระบุ ข้อมูลเกี่ยวกับกองทุน Spot Bitcoin ETFs พร้อมวิเคราะห์ว่าปัจจุบันบรรดากองทุน Bitcoin ETF ยังคงถือครองสินทรัพย์มูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ แม้บิตคอยน์จะเผชิญการปรับฐานอย่างรุนแรง แต่สถานการณ์นี้อาจไม่ใช่สัญญาณบวกอย่างที่หลายฝ่ายเคยเชื่อ เพราะความแข็งแกร่งที่เห็นอยู่นั้นไม่ได้มาจากนักลงทุนสายถือยาว (long-term holders) ที่เชื่อมั่นว่าราคาจะปรับตัวขึ้นในอนาคต แต่เกิดจากกลุ่มผู้เล่นที่เข้าออกตลาดเป็นรอบ ๆ เช่น ผู้ดูแลสภาพคล่อง (market makers) และนักทำกำไรจากส่วนต่างราคา (arbitrageurs)

[caption id="attachment_226193" align="aligncenter" width="636"]

ราคาบิตคอยน์ช่วงบ่ายของวันที่ 18 ก.พ. 2569[/caption]

ราคาของบิตคอยน์พุ่งแตะระดับสูงกว่า 126,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2568 ก่อนจะร่วงลงมาใกล้ 60,000 ดอลลาร์ในช่วงล่าสุด เท่ากับว่ามูลค่าปรับลดลงเกือบ 50% แม้ราคาจะร่วงแรง แต่กองทุน Spot Bitcoin ETF ทั้ง 11 กองทุนที่จดทะเบียนในสหรัฐ กลับมีเงินไหลออกสุทธิ (net outflows) รวมเพียง 8,500 ล้านดอลลาร์เท่านั้น และปัจจุบันกองทุนเหล่านี้ยังคงถือครองสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) รวมประมาณ 85,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นมากกว่า 6% ของอุปทานบิตคอยน์ทั้งหมดในระบบ

นักวิเคราะห์หลายราย มองว่าข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงการวางสถานะเชิงบวก (bullish positioning) ของตลาด ขณะที่ มาร์คุส ธีเลน ผู้ก่อตั้งบริษัทวิจัย 10x Research ระบุว่า ความยืดหยุ่นของ ETF ไม่ได้เกิดจากนักลงทุนระยะยาวเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากผู้ดูแลสภาพคล่องและกองทุนเฮดจ์ฟันด์สายอาร์บิทราจที่ถือสถานะป้องกันความเสี่ยง และไม่เดิมพันทิศทางตลาดแบบชัดเจน

“สิ่งนี้สะท้อนลักษณะเชิงโครงสร้างของการถือครอง ETF ซึ่งถูกครอบงำโดยผู้ดูแลสภาพคล่องและกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่มุ่งทำอาร์บิทราจ โดยส่วนใหญ่ถือสถานะที่ป้องกันความเสี่ยงไว้ รวมถึงนักลงทุนสถาบันระยะยาวที่มีอัตราการหมุนเวียนพอร์ตต่ำและมีกรอบการลงทุนระยะยาว”

ธีเลนอ้างอิงข้อมูลรายงานการถือครองหลักทรัพย์ของสถาบัน (แบบฟอร์ม 13F filings) ในช่วงปลายปี 2025 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า 55% ถึง 75% ของกองทุน IBIT ของ BlackRock ซึ่งมีสินทรัพย์มูลค่า 61,000 ล้านดอลลาร์ ถูกถือครองโดย market makers และกองทุนเฮดจ์ฟันด์สายอาร์บิทราจ กลุ่มนี้มักถือสถานะที่มีการป้องกันความเสี่ยงหรือเป็นกลางต่อทิศทางราคา ไม่ได้มีมุมมองเชิงบวกต่อบิตคอยน์อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ market makers หรือผู้ดูแลสภาพคล่อง เป็นหน่วยงานที่สร้างสภาพคล่องใน order book ของตลาด เพื่อให้สามารถดำเนินการคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่ได้อย่างราบรื่นในราคาที่มีเสถียรภาพ พวกเขาทำกำไรจากส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขาย (bid-ask spread) และด้วยเหตุนี้จึงพยายามรักษาสถานะที่เป็นกลางต่อทิศทางตลาด เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา

ขณะเดียวกัน กองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ทำอาร์บิทราจจะถือสถานะตรงข้ามกันในสองตลาด เช่น ซื้อ ETF สปอตและขายสัญญาฟิวเจอร์ส เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างราคา โดยไม่จำเป็นต้องคาดการณ์ทิศทางราคาบิตคอยน์โดยตรง ดังนั้น ผู้เล่นทั้งสองกลุ่มนี้จึงไม่ได้สร้างแรงกดดันเชิงทิศทางทั้งขาขึ้นหรือขาลง ให้กับตลาดโดยตรง

ธีเลนยังระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ดูแลสภาพคล่องได้ลดการถือครองลงราว 1,600–2,400 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สี่ ขณะที่บิตคอยน์ซื้อขายใกล้ระดับ 88,000 ดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการเก็งกำไรที่ลดลง และความจำเป็นในการถือสินทรัพย์เพื่อทำอาร์บิทราจที่ลดลง

อ้างอิง: www.coindesk.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ คริปโทเคอร์เรนซี ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ

อ่านคอนเทนต์เพิ่มเติม คลิก!

'เหรียญ' พารวย

รัสเซียจ่อบล็อก "Binance - OKX" ดีเดย์ 1 ก.ย. นี้ เล็งบังคับใช้กฎหมายคริปโตใหม่

Manager Online

เมินขาดทุน! Metaplanet ช้อน Bitcoin เพิ่ม ปักธงปี 2027 ต้องมี 1.75 แสน BTC

ทันหุ้น

ทิพยประกันภัย ปลุกพลังพนักงานทั่วประเทศ ย้ำวิสัยทัศน์ “One Team One Destination”

Share2Trade
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...