โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

‘ภูเก็ต’ กวาดบาร์รัสเซียพ่วงจ้างต่างด้าวเมียนมา

ไทยโพสต์

อัพเดต 16 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 3.18 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บุกจับ บาร์รัสเซีย ลักลอบเปิดสถานบริการ ลักลอบจำหน่าย บารากู่ จ้างชาวเมียนมา ทำงานยึดของกลางจำนวนมาก

15 ก.พ.2569 - เวลา 17.30 น. นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต แถลงข่าว กรณีจับกุมชาวต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย โดยมี ชุดปฏิบัติการพิเศษ ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมฯ ณ กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า "สืบเนื่องจาก วันนี้ (15ก.พ.) เวลาประมาณ 24.50น.ซุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า ร้าน SAFARI LOUNGE BAR เลขที่ 49 โบ๊ทอเวนิว ถนนบ้านดอน-เชิงทะเล ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
มีชาวต่างชาติสัญชาติรัสเซีย ลักลอบเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการจัดแสดงดนตรีปิดให้บริการดึก และมีการลักลอบจำหน่ายบารากู่อย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย
ต่อมา นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต นำโดย นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต นายดนัย
สุขสกุล ป้องกันจังหวัดภูเก็ต
จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เข้าทำการตรวจสอบ ณ ร้าน SAFARI LOUNG BAR
เลขที่ 49 โบ๊ทอเวนิว ถนนบ้านดอน-เชิงทะเล ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
ผลการตรวจสอบ พบว่า ร้านดังกล่าวได้เปิดให้บริการในลักษณะของสถานบริการจริง ตามที่ได้รับเรื่องร้องเรียน มีการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และมีดีเจเปิดเพลงเพื่อควา
มบันเทิง มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติดื่มกิน และมีการสูบบารากู่กันอยู่จำนวนมากภายในร้านจำนวนหลายคน
และ ต่อมาพบ MR.KAMIL สัญชาติรัสเซีย ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลกิจการภายในร้าน และพบว่าพนักงานบางคนเป็นคนต่างด้าวสัญชาติพม่า จากนั้น จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ทั้งการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตรวจยึดตัวยา อุปกรณ์สูบบารากู่เป็นจำนวนมากและเงินสดของกลางจำนวนหนึ่ง
จากการสอบสวน ทราบว่า MR.KAMIL ชาวรัสเซีย ถือวีซ่านักท่องเที่ยว ในการเข้ามาโดยไม่ขออนุญาตทำงาน และถือวีซ่า ผิดประเภท โดยเปิดร้านมาเป็นเวลา 6 เดือน รับคนไทยเข้าทำงานและรับชาวเมียนมา คือ นายอองเนียน เข้าทำงาน เมื่อพนักงานคนไทยทำงานเสร็จจะสแกนเข้ากับบัญชี QR Code ของนายอองเนียน หลังจากนั้น MR.KAMILจะใช้นายอองเนียน ไปกดเงินสดในแต่ละวันให้นายKAMIL ทุกวัน

การจับกุมครั้งนี้รวมผู้ต้องหา 2 รายคือ ชาวรัสเซีย 1 รายและชาวเมียนมา 1 ราย ส่วนคนไทยที่เป็นพนักงานมีหน้าที่เป็นลูกจ้างไม่ได้เกี่ยวข้องโดยให้ปากคำไว้เป็นประโยชน์ หลังจากนี้จะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบซึ่งได้ออกคำสั่งปิดร้านแล้ว และกำชับในพื้นที่ให้ดูแลพื้นที่
จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา จำนวน 2 คน และแจ้งข้อกล่าวหา ดังนี้
ข้อกล่าวหาสัญชาติรัสเซีย
1. ซ่อนเร้น ช่วยจำหน่ายช่วยพาเอาไปเสีย ซึ่งรับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของ เนื่องด้วยความผิด ตามมาตรา 242ตามมาตรา246 วรรรคแรกแห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 ประกอบข้อ 4 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดให้บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร
2. ขายหรือให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ 8/2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า "บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าห้ามขายสินค้า"
3. ตั้งสถานบริการ ประเภทที่มีอาหาร สุรา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่น จำหน่ายหรือให้บริการโดยจัดให้มีการเต้นหรือยินยอมให้มีการเต้น หรือจัดให้มีการแสดงเต้น และโดยจัดให้มีการแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นใด เพื่อการบันเทิงซึ่งเปิดทำการหลังเวลา 24.00 นาฬิกา ตามมาตรา 3(4) (ค) และ (5) แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต
4. ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาที่รัฐมนตรีกำหนดเวลาห้ามขายตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พ.ศ 2551 มาตรา 28
5. เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับทำงานมีความผิดตามมาตรา 8 พรก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวพ.ศ 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
6 .จ้างคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบชื่อและสัญชาติของต่างด้าวที่ทำงานภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่จ้างมีความผิดตามมาตรา 13 พรบ.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวพ.ศ. 2560
ข้อกล่าวหาของชาวเมียนมา คือ ไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง สถานที่ทำงานของนายจ้างและลักษณะงานหลักที่ทำ ทั้งนี้ ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่เข้าทำงานมีความผิดตามมาตรา 64/2 พ.ร.บ.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวพ.ศ. 2560
จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เชิงทะเล ดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต กล่าวต่อไปว่า จังหวัดภูเก็ตมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สร้างความปลอดภัยให้กับจังหวัดภูเก็ตที่ไม่ใช่แหล่งมั่วสุม และไม่สนับสนุนการทำธุรกิจผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ ขอความกรุณา ผู้ประกอบการในจังหวัดภูเก็ต ท่านอย่าได้ปล่อยปละละเลยให้มีการสูบบารากู่ในสถานบริการไม่ว่าจะเป็นบารากู่ หรือ บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ซึ่งขอฝากนำเรียนด้วยขอให้เคารพปฏิบัติตามกฎหมาย ถ้าไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจะมีมาตรการที่เข้มข้นต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...