Nvidia แซงหน้า Apple ขึ้นเป็นบริษัทมูลค่าสูงที่สุดในโลกอีกครั้ง ดีมานด์ชิป AI ดันหุ้นพุ่งต่อเนื่อง
Nvidia แซงหน้า Apple ขึ้นเป็นบริษัทมูลค่าสูงที่สุดในโลก โดย มูลค่าตลาดของ Nvidia แตะ 3.53 ล้านล้านดอลลาร์ โดยหุ้นพุ่งต่อเนื่อง อานิสงส์ดีมานด์ชิปเอไอ
วันที่ 25 ตุลาคม 2567 สำนักข่าวรอยเตอร์ว่า อินวิเดีย แซงหน้า แอปเปิ้ล ขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก หลังจากหุ้นพุ่งขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิปเอไอ (AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่ามูลค่าตลาดของ อินวิเดีย อยู่ที่ระดับ 3.53 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่ามูลค่าตลาดของ Apple ที่ระดับ 3.52 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
หลังปิดตลาดในวันที่ศุกร์ (25 ต.ค.) มูลค่าของ Nvidia ปิดเพิ่มขึ้น 0.8%
ในเดือนมิ.ย. อินวิเดีย เคยครองตำแหน่งบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ก่อนที่ไมโครซอฟท์ (Microsoft) และ Apple จะแซงหน้าไป โดยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มูลค่าตลาดของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทั้ง 3 แห่งดังกล่าวมีความใกล้เคียงกันมาก และมูลค่าตลาดของ Microsoft ในปัจจุบัน อยู่ที่ระดับ 3.18 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
อินวิเดีย ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์โปรเซสเซอร์สำหรับขับเคลื่อน AI ชั้นนำของโลก ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการแข่งขันระหว่าง Microsoft, อัลฟาเบท (Alphabet) เมตา (Meta) และบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อื่น ๆ ซึ่งต่างต้องการเป็นผู้นำในภาคเทคโนโลยี AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
หุ้นของ อินวิเดีย พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร (22 ต.ค.) ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริง โค หรือ TSMC ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตชิปสัญญาจ้างรายใหญ่ที่สุดในโลก รายงานผลกำไรไตรมาสที่ 3 พุ่งขึ้น 54% ซึ่งได้แรงหนุนจากอุปสงค์ชิป AI ที่เพิ่มขึ้น
นักวิเคราะห์คาดว่ารายได้ของ Nvidia ในไตรมาสที่ 3 จะเติบโตเกือบ 82% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 3.29 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
Nvidia กับ Apple และ Microsoft ต่างเป็นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยหุ้นของทั้ง 3 บริษัทรวมกันคิดเป็นประมาณ 20% ของ ดัชนี S&P 500
ทั้งนี้ กำไรมหาศาลของ อินวิเดีย ยังดึงดูดความสนใจจากผู้ซื้อขายออปชั่น ทำให้ออปชั่นของบริษัทกลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีการซื้อขายรายวันสูงสุดในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยหุ้นของ อินวิเดีย พุ่งขึ้นเกือบ 190% ในปีนี้
อ้างอิง : reuters.com