นักวิชาการ ชี้ความกังวล 'การเมือง' กระทบจีดีพี 0.3% เชื่อหากมีปรับครม.ไม่กระทบเงินหมื่น
นักวิชาการ ชี้ความกังวลการเมือง กระทบจีดีพี 0.3%
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยกรณีผู้บริโภคกลับมากังวลว่าการเมืองไทยเริ่มขาดเสถียรภาพเกี่ยวกับการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะตัดสินเรื่องการยุบพรรคก้าวไกล และความเป็นรัฐมนตรีของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีนั้น ต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ หากไม่มีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี แต่มีการปรับคณะรัฐมนตรีเพื่อให้เกิดความคึกคักและกระชับกระเฉงทางการเมืองและการบริหารประเทศ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ จะไม่มีผลกระทบต่อนโยบายหลักของรัฐบาล อย่างโครงการเงินดิจิทัลปลายปีนี้ ซึ่งจะมีเงินหมุนเข้าระบบ 2-2.5 แสนล้านในปลายปี และอีกกว่า 2 แสนล้านบาทใน 2 เดือนแรกปี 2568 และช่วงสานต่อเวลาทำงานยังต่อเนื่อง จะไม่มีผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจที่คาดไว้ 2.5-2.6%
นายธนวรรธน์ กล่าวต่อว่า แต่หากมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี และได้ตัวแทนจากพรรคร่วมมาทำหน้าที่แทน และปรับคณะรัฐมนตรี จะเกิดสุญญากาศต่อการรอดูนโยบายและช่วงปรับรัฐมนตรี อาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจช่วงสุญญากาศประมาณ 0.3% แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะไม่ต่ำกว่า 2% และผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว
“ความเชื่อมั่นจากนี้จะซึมลึก หรือ กลับมาขาขึ้น ขึ้นกับความรุนแรงของเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศ สงครามระหว่างประเทศในตะวันออกกลาง จะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก ส่งผลจิตวิทยาต่อตลาดหุ้น ทองคำ การลงทุน การท่องเที่ยว และการบริโภคชะลอตามแค่ไหน ผมมองว่าแม้ปรับครม.ก็เชื่อว่าจะยังเดินหน้าเงินดิจิทัลเพราะเป็นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนและมีการลงทะเบียนกันแล้วกว่าครึ่งของกลุ่มได้ตามเงื่อนไข โดยประชาชนและธุรกิจมองว่าเศรษฐกิจปี 2568 จะกลับมาฟื้นตัวบนพื้นฐานเศรษฐกิจโลกเริ่มดีขึ้น ภัยแล้งไม่เกิดขึ้นอีก การเมืองระหว่างประเทศไม่รุนแรงกว่านี้้ ดอกเบี้ยขาลง ราคาน้ำมันขาลง ส่วนในประเทศต้องตามเรื่องปรับค่าแรงรายวันและค่าไฟ” นายธนวรรธน์ กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักวิชาการ ชี้ความกังวล ‘การเมือง’ กระทบจีดีพี 0.3% เชื่อหากมีปรับครม.ไม่กระทบเงินหมื่น
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th