โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

WORK WITH KIDS: คุยกับ สมาคมการเล่นนานาชาติ ประเทศไทย (IPA Thailand) ที่อยากทำให้การเล่นอิสระเป็นวิถีชีวิตของเด็ก

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 14 ต.ค. 2567 เวลา 04.23 น. • Work with Kids

คุณพ่อคุณแม่รู้ดีว่า การเล่นเป็นทั้งกิจกรรมและพฤติกรรมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเพื่อส่งสร้างความสุขสนุกสนานและส่งเสริมพัฒนาการทางการเรียนรู้ให้เด็กๆ และ การเล่นระหว่างคุณพ่อคุณแม่กับลูก ก็ยังเป็นเครื่องมือในการเชื่อมความสัมพันธ์ภายในครอบครัวอีกด้วยแล้วเด็กๆ ต้องเล่นแบบไหนหรือเล่นแค่ไหนถึงจะเพียงพอต่อการส่งเสริมพัฒนาการของลูกสิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้ก็คือ ประเทศเรามีผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานเกี่ยวกับการเล่นของเด็ก และบทบาทของคุณพ่อคุณแม่ที่สำคัญต่อการเล่นของลูกที่สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) เรามีนัดกับ คุณโรส—ประสพสุข โบราณมูล ผู้แทนสมาคมการเล่นนานาชาติ หรือ IPA สาขาประเทศไทย และ คุณแอ๊มป์—พงศ์ปณต ดีคง ผู้ประสานงานสมาคมการเล่นนานาชาติ IPA สาขาประเทศไทย เพื่อมาพูดคุย และขอความรู้เกี่ยวกับการเล่น ความสำคัญของการเล่น และการทำงานเกี่ยวกับการเล่นเป็นอย่างไรบ้าง

คิดว่าคนส่วนมากไม่รู้ว่า สมาคมการเล่นนานาชาติ ประเทศไทย หรือ IPA Thailand คืออะไรและเป็นมาอย่างไรคุณโรส: จริงๆ เรามีเครือข่าย ‘Let's play more เล่นเปลี่ยนโลกกันอยู่แล้ว’ เป็นการร่วมกลุ่มของ 6 องค์กร คือ กลุ่ม มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก, สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน, มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา, กลุ่มไม้ขีดไฟ we are happy, และโรงเล่น พิพิธภัณฑ์เล่นได้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็กและสถาบันสื่อเด็กและเยาวชนมีความสัมพันธ์ยาวนาน กับ International Play Association (IPA) มาตั้งแต่ปี 2542 ตอนนั้นคุณเทเรซ่า เคซีย์ ได้เป็นอาสาสมัครทำงานในประเทศไทย (ปัจจุบันเป็นนักวิชาการอิสระด้านการเล่นและอดีตประธาน IPA) แล้วก็ได้นำการเล่นอิสระมาประยุกต์ที่มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็กที่ชุมชนแออัดในประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกและยาวนานในการนำเรื่องการเล่นอิสระมาใช้ และเห็นผลว่าการเล่นช่วยลดพฤติกรรมความรุนแรงในเด็กได้ แล้วก็มีการพัฒนากระบวนการในกลุ่มเป้าเด็กที่หลากหลายมากขึ้นต่อมา IPA มีการจัดประกวดการออกแบบสนามหรือพื้นที่เล่นของเด็กโดยมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) และคุณเทเรซ่า ได้ให้เด็กๆในชุมชนแออัดออกแบบสนามเด็กเล่นของตัวเอง โดยใช้ทรัพยากรที่มีในพื้นที่ส่งเข้าประกวด ปรากฏว่าผลการประกวดได้ที่หนึ่ง ทั้งที่มีคนส่งมาประกวดเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ สถาปนิก หรือนักออกแบบ ซึ่งทาง IPA ให้เหตุผลมาว่า เวลาที่เราจะทำงานเรื่องการพัฒนาเด็ก เราจำเป็นจะต้องดูความต้องการและความสุขของเด็กเป็นหลักจนกระทั่งปี 2560 มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) และสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ได้รับการคัดเลือกจาก IPA ให้ร่วมจัดทำวิจัย Access to play for Children in Situations of Crisis ซึ่งมีการศึกษาวิจัยใน 6 ประเทศ เพื่อหาองค์ความรู้ใหม่ในการศึกษาเรื่องการเล่นของเด็กที่ช่วยให้เด็กฟื้นพลังก้าวข้ามช่วงสภาวะวิกฤตได้ ส่วนประเทศไทยตอนนั้น ได้ทำวิจัยในวิกฤตเด็กเคลื่อนย้าย กลุ่มแรงงานข้ามชาติ ว่าการเล่นจะไปช่วยผ่อนคลายเด็กกลุ่มนั้นยังไง นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมโยงข้อมูลแลกเปลี่ยนและมาร่วมเป็นวิทยากรในเวทีมหกรรมการเล่นอิสระ จนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 20567 ที่ผ่านมาประเทศไทยจึงได้เริ่มเป็น IPA สาขาประเทศไทยโดยสมบูรณ์คุณแอ๊มป์: ความจริง IPA สากล ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1961 เป้าหมายของเขาคือต้องการที่จะจัดตั้งสมาคมเพื่อผลักดันเรื่องการเล่นอิสระไปทั่วโลกเพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงสิทธิการเล่นของเด็กมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันก็มีกว่า 60 สาขาทั่วโลก

"งานของเราคือการสร้างทัศนคติใหม่เกี่ยวกับเรื่องเล่นและสร้างความตระหนักเรื่องนี้ให้กับทุกภาคส่วน ในขณะเดียวกันเราก็ทำงานควบคู่ไปกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กข้อที่ 31 ที่บอกว่าเด็กทุกคนมีสิทธิเล่น ซึ่งเราก็จะมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนผู้อำนวยการเล่น (play worker) เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มีผู้อำนวยการเล่นเด็กก็จะมีโอกาสได้เล่น"

ถ้าอธิบายแบบรูปธรรม IPA Thailand ทำงานอะไรบ้างคุณโรส: เราอยากให้การเล่นอิสระเพื่อพัฒนาเด็กเป็นหนึ่งในวิถีชีวิตทั่วไป โดยมีเป้าหมายที่อยากให้เด็กทุกคนเข้าถึงโอกาสการเล่นอิสระ แต่ด้วยความที่เราทำงานเกี่ยวกับเรื่องเล่นกันมานาน เรามองว่าในบ้านเรายังเป็นเรื่องค่อนข้างยากอยู่ เนื่องจากว่าทัศนคติของผู้ใหญ่หรือพ่อแม่ผู้ปกครองบ้านเรามักมองว่าการเล่นเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่จำเป็น และไม่เกิดประโยชน์เท่าการเรียน แต่ความจริงแล้วการเล่นก็เป็นหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้ แล้วที่สำคัญการเล่นมันคือ ธรรมชาติและความสุขของเด็ก ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นฐานในการดำรงชีวิตของเด็กดังนั้น งานของเราคือการสร้างทัศนคติใหม่เกี่ยวกับเรื่องเล่นและสร้างความตระหนักเรื่องนี้ให้กับทุกภาคส่วน ในขณะเดียวกันเราก็ทำงานควบคู่ไปกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กข้อที่ 31 ที่บอกว่าเด็กทุกคนมีสิทธิเล่น ซึ่งเราก็จะมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนผู้อำนวยการเล่น (play worker) เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มีผู้อำนวยการเล่นเด็กก็จะมีโอกาสได้เล่นแล้วต้องทำงานกับใครบ้างคุณโรส: เราจะมุ่งเน้นไปที่การปลุกพลังครอบครัวในการส่งเสริมการเล่น เรามีองค์กรที่ทำงานร่วมกับครอบครัวและกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย พบว่า มีพ่อแม่จำนวนไม่มากที่เข้าใจเรื่องการเล่นอิสระ ภายใต้เครือข่ายเล่นเปลี่ยนโลกนอกจากนี้เรายังส่งเสริมการเล่นอิสระในโรงเรียน และกลุ่มศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อีกด้วย เพื่อที่จะให้คุณครูเป็นกลไกในการเป็นผู้อำนวยการเล่น แล้วก็จะเชื่อมโยงไปที่ผู้ปกครอง และชุมชนอย่างตอนนี้เรามีโอกาสไปทำงานกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และโรงเรียนจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นการทดลองเล่นสร้างสุขในพื้นที่เกิดความรุนแรง และได้รับผลกระทบจากความรุนแรง ตั้งแต่ปีที่แล้วตั้งแต่ที่เกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรม เพราะเด็กส่วนใหญ่มีภาวะหวาดกลัวไม่กล้าพบเจอผู้คน และเพื่อให้เด็กไม่กลัวที่จะมาโรงเรียน พอเรานำแนวคิดการเล่นอิสระไปให้เด็กๆ และทำงานต่อเนื่องกันมา ทางกรมสุขภาพจิตสรุปได้ว่า 80เปอร์เซ็นต์การเล่นอิสระสามารถช่วยฟื้นฟูความสุขของเด็กกลับมาได้ เพราะฉะนั้นจึงเห็นว่า การเล่นคือความสุขของเด็ก สามารถฟื้นคืนพลังใจของเด็กได้คุณแอ๊มป์: จริงๆ ครอบครัวในกลุ่มชนบทจะไม่ได้มีเพียงแค่มิติของพ่อแม่ แต่จะมีมิติของปู่ย่าตายายด้วย ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็เป็นอีกเจนเนอเรชั่นหนึ่ง เพราะฉะนั้นการทำงานก็จะไม่ได้ทำเพียงแค่กับพ่อแม่ แต่จะเป็นการทำงานกับปู่ย่าตายายด้วย

จะเข้าไปทำให้พ่อแม่รวมถึงปู่ย่าตายายตระหนักถึงการเล่นอิสระได้อย่างไรคุณแอ๊มป์: IPA Thailand ในปีนี้เป็นการเริ่มต้นการทำงาน จึงจะมองการสื่อสารการทำงานของภาคีเครือข่าย Let's play more เล่นเปลี่ยนโลกอันดับแรก เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการเล่นอิสระกับสังคมไทย และแลกเปลี่ยนสื่อสารข้อมูลความรู้กับทาง IPA World ด้วย หลักๆ เราจะนำข้อมูลจากภาคีเครือข่าย ที่ทำงานในระดับพื้นที่มาสื่อสารผ่านเพจเฟซบุ๊ก และถึงแม้ว่าทางมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็กมีการจัดอบรมหลักสูตรกับครอบครัว ชุมชน คุณครู และโรงเรียนแล้ว แต่เรามองว่าเราสามารถผลักดัน ผู้อำนวยการเล่น (play worker) ให้เป็นอาชีพได้ ซึ่งในส่วนนี้ก็กำลังอยู่ในกระบวนการพัฒนากันอยู่แล้วการสร้างผู้อำนวยการเล่น (play worker) ต้องทำอย่างไรคุณแอ๊มป์: อันดับแรกคือเราต้องปรับทัศนคติของผู้ใหญ่ในบ้านเราก่อนว่าการเล่นมันสำคัญแต่การปล่อยให้เด็กเล่นอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะในเชิงการพัฒนาการ การเล่นที่ดีที่สุดคือการที่มีคุณพ่อคุณแม่เล่นด้วยต่อมาคือแล้วเราจะทำยังไงให้คุณพ่อคุณแม่เล่นกับลูก ก็อาจจะต้องย้อนไปที่การสร้างทัศนคติในการทำให้เห็นถึงความสำคัญในการเล่นกับลูกมากขึ้น ซึ่งหน้าที่หลักของผู้อำนวยการเล่นไม่ว่าจะเป็น ช่วยสนับสนุนการเล่นของเด็ก คนที่คอยเฝ้าระวังไม่ให้เกิดอันตราย ออกแบบจัดสรรพื้นที่การเล่น หรือแม้แต่การเข้ามาพูดคุยกับเด็กในขณะเล่น ก็นับว่าเป็น play worker ได้คุณโรส: ทางเครือข่ายก็มีกระบวนการหลักสูตรที่จะอบรมตั้งแต่ระดับผู้ปกครองไปจนถึงโรงเรียนและชุมชน แต่สิ่งสำคัญที่สุดเพื่อที่จะให้เด็กเข้าถึงโอกาสการเล่นที่สุด หนึ่งในหลักสูตรอบรมก็จะมีการเล่น Loose parts คือการเล่นกับชิ้นส่วนที่เคลื่อนย้ายได้ สิ่งของรอบตัว และมีอยู่ในชีวิตประจำวัน มีอยู่ในท้องถิ่นตนเอง อะไรก็เล่นได้ เช่น วัสดุเหลือใช้ ขยะ หรือสิ่งของจากธรรมชาติ เพียงแค่จัดพื้นที่และสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม นอกจากนี้ยังสร้างความเข้าใจให้กับผู้ใหญ่ด้วยการเล่นของเด็กเป็นเรื่องง่ายโดยที่ไม่จำเป็นต้องซื้อของเล่นก็ได้คุณแอ๊มป์: เรามองว่าแต่ละพื้นที่มีบริบทที่แตกต่างกัน บางคนไม่ได้มีกำลังซื้อมากพอที่จะซื้อของเล่นให้ลูก ซึ่งการเล่นของก็จะปรับตัวไปตามบริบทนั้นๆ เราเลยมองว่าการเล่นลูสพาร์ตเป็นการเล่นที่เข้าถึงได้ทุกบริบท เพราะสิ่งของพวกนี้อยู่รอบตัวเราอยู่แล้ว

ในมุมคนทำงานตอนนี้สถานการณ์การเล่นของเด็กไทยเป็นอย่างไรคุณโรส: ปัจจุบันสถานการณ์ในบ้านเรามีภาวะความกลัวเยอะมาก เช่น กลัวโรคติดต่อ ภัยธรรมชาติ มิจฉาชีพ เหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆ เราเลยอยากแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ปล่อยให้ลูกได้เล่นแบบที่มีความเสี่ยง (Risky Play) ดูบ้าง เช่น เล่นกับความสูง เล่นกับความเร็ว สิ่งเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้ลูกก้าวผ่านความกลัวได้ด้วยตัวเอง และจะกลายเป็นทักษะที่ติดตัวเขาไปจนโต นอกจากนี้ Risky Play ยังช่วยสร้าง Self-Esteem ให้เด็กได้ ส่วนหน้าที่ของพ่อแม่ก็คือ อำนวยความสะดวก ดูแลเรื่องความปลอดภัย การชื่นชม และทำให้เขารู้สึกมีภูมิใจ ปลดล็อคความกลัว และกล้าตัดสินใจด้วยตัวเองคุณแอ๊มป์: เวลาที่ผมเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการเล่นในครอบครัว คำตอบที่พ่อแม่พูดตรงกันมากที่สุดคืออยากเล่นกับลูก แต่ไม่มีเวลา ผมก็เข้าใจว่าบางคนต้องทำงานหาเช้ากินค่ำ แต่ผมก็มองว่า ถึงคุณพ่อคุณแม่ไม่มีเวลาให้ลูก แต่เราสามารถมีโมเมนต์เล็กๆ เช่น กอดลูก ยิ้มให้ลูก หรือเวลาลูกถามแล้วพ่อแม่ไม่ได้เมินสิ่งที่เขาพูด นี่ก็ถือว่าช่วยพัฒนาสมองของลูกได้แล้ว ถึงแม้อาจจะไม่ได้ดีที่สุด แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน

"ตอนนี้เราแยกไม่ออกเลยว่าอันไหนคือการเล่น อันไหนคือกิจกรรม ทำให้คุณพ่อคุณแม่คาดหวังในตัวลูก อยากให้ลูกมีคุณภาพ และพยายามออกแบบชีวิตของลูกมากเกินไป ก็เลยทำให้การเล่นอิสระของเด็กหายไป ความสุขหายไป"

แปลว่าที่จริงแล้วการเล่นของเด็กเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ด้วย คุณโรส: ใช่ค่ะ ผู้ใหญ่ในบ้านเราตอนนี้มุ่งไปที่การเรียนรู้ที่เกิดจากความต้องการของตัวเอง มากกว่าการเรียนรู้ที่เกิดจากความต้องการของเด็ก ตอนนี้เราแยกไม่ออกเลยว่าอันไหนคือการเล่น อันไหนคือกิจกรรม ทำให้คุณพ่อคุณแม่คาดหวังในตัวลูก อยากให้ลูกมีคุณภาพ และพยายามออกแบบชีวิตของลูกมากเกินไป ก็เลยทำให้การเล่นอิสระของเด็กหายไป ความสุขหายไปเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เด็กเล่น เพื่อสำรวจตัวเองและโลกใบนี้ เขาจะแสดงความรัก ความชอบ และศักยภาพออกมาผ่านการเล่น เขาถึงเล่นทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเล่นกับพ่อแม่ เล่นกับร่างกาย เล่นทุกสิ่งอย่าง ซึ่งสังเกตทำให้คุณพ่อคุณแม่ได้มีโอกาสในการเห็นตัวตนของลูกอีกด้วย เพื่อที่จะได้พัฒนาต่อยอดลูกได้ถูกทางคุณแอ๊มป์: สำหรับผม การเล่นมันเป็นวิถีชีวิตของเด็กซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ แต่ด้วยสภาพสังคมปัจจุบันมันเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะทำให้เด็กมีพื้นที่เล่น เพราะฉะนั้นปัญหาก็เลยกลายเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่จะต้องให้โอกาสเด็กในการเล่น ซึ่งปัจจุบันก็มีผู้ใหญ่ไม่น้อยที่ตระหนักถึงความสำคัญในการเล่นอิสระ แต่ก็ยังมีผู้ปกครองบางกลุ่มที่ยังไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่หน้าที่ของเราคือการทำให้เขาตระหนักมากขึ้นว่าการเล่นสำคัญต่อเด็กยังไง**

คิดว่าสิ่งที่พ่อแม่หลายคนอยากรู้คือเล่นกับลูกแบบไหนถึงจะดีที่สุดคุณแอ๊มป์: ผมมองว่าการเล่นของเด็กคือการจัดสภาพแวดล้อม อยากให้ลูกเล่นแบบไหน ก็ควรจัดสภาพแวดล้อมแบบนั้น แต่ถ้าถามว่าการเล่นกับลูกแบบไหนถึงจะดีที่สุด ผมมองว่าการเล่นสำคัญที่สุดต่อพัฒนาการสมองของเด็กคือการเล่นแบบมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่เล่นกับลูกหรือเด็กเล่นกับเด็กด้วยกัน ซึ่งนี่เป็นสิ่งเดียวที่เทคโนโลยีทำให้ไม่ได้คุณโรส: นอกจากการมีปฏิสัมพันธ์แล้ว การปล่อยให้เด็กเลือกและออกแบบสร้างสรรค์การเล่นของตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญ แล้วถ้ามีคำถามว่า อ้าว… เด็กเล่นโทรศัพท์ก็มีความสุขเหมือนกัน แต่เรามองว่าการเล่นโทรศัพท์ไม่ใช่การเล่นอิสระ เพราะโทรศัพท์กำลังควบคุมเด็กมากกว่า เราไม่ได้บอกว่าไม่โทรศัพท์ไม่ดีนะ แต่การมีเวลาเล่นกับลูก การให้ลูกเล่นกับสิ่งของในบ้านรอบตัว ออกไปเล่นกับธรรมชาติ ดิน โคลน น้ำ ทราย ต้นไม้ดอกไม้ ทำให้สุขภาพกายและสุขภาพใจของเด็กดี และการเล่นอิสระเป็นทางเลือกที่บาลานซ์เวลาของการเรียนรู้ของเด็กในยุคเทคโนโลยีได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยใช้ลดการใช้หน้าจอได้ดีอีกด้วยนอกจากนี้เรายังมองว่า การเล่นไม่ได้จำเป็นเฉพาะเด็กปฐมวัยเท่านั้น แต่ยังสำคัญกับคนทุกช่วงวัย อย่างเช่น วัยประถมศึกษา มัธยมศึกษา แค่อาจจะต้องเปลี่ยนรูปแบบการเล่นเป็นกิจกรรมอื่นๆ มากขึ้น

ตอนนี้เป้าหมายของสมาคมฯ คืออะไรคุณโรส: ตอนนี้กลุ่มเครือข่าย Let's play more เล่นเปลี่ยนโลก จะเป็นฐานก่อน แล้วเราจะค่อยๆ รับเพื่อนสมาชิกเพิ่มขึ้น เพราะนอกจากการทำงานลงพื้นที่แล้ว เรายังจัดเสวนาออนไลน์แลกเปลี่ยนบริบทการเล่นของไทยสู่สากล และเทศกาลมหกรรมการเล่นร่วมกับเครือข่ายอีกด้วย ปีที่แล้วเราจัดครั้งแรกที่กรุงเทพฯ มีจุดหนึ่งที่เราใช้กระเป๋าลากที่พังแล้วมาวางไว้ ปรากฎว่าเด็กๆ สนุกกับการเล่นของชิ้นนี้มาก ผลตอบรับดีจนผู้ปกครองเรียกร้อง และกทม. ก็เข้ามาร่วมด้วย เราเลยมองว่าครอบครัวในกรุงเทพฯ ก็ต้องการพื้นที่เล่นและตัวอย่างการเล่นที่ไปทำที่บ้านได้มากคุณแอ๊มป์: เร็วๆ นี้เครือข่ายเราจะจัดเทศกาลการเล่นอีกครั้ง แต่เราไม่อยากให้มันเป็นงานอีเวนต์แค่ครั้งเดียวแล้วจบไป เราอยากสร้างแรงบันดาลใจให้คุณพ่อคุณแม่ด้วย เช่น พาลูกออกไปเล่นมากขึ้น จัดพื้นที่ให้ลูกเล่นมากขึ้น หรือแม้แต่การใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว นั่นคือเป้าหมาของเราใจจริงเราไม่อยากจัดอีเวนต์แค่ปีละครั้ง เราอยากจัดให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ทั้งนี้มันก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณและโอกาสที่เรามี อาจจะต้องดูในอนาคตว่าถ้ามีผลตอบรับที่ดีและมีผู้สนับสนุนก็อาจจะเป็นไปได้

ในฐานะคนทำงานเกี่ยวกับเล่นของเด็ก นอกจากพ่อแม่แล้วสังคมจะช่วยเรื่องนี้ได้อย่างไร คุณแอ๊มป์: ถ้าพูดในบริบทของคนกรุงเทพฯ ที่ถูกผลักไสให้เข้าไปอยู่ในห้าง ไม่ค่อยมีพื้นที่ปลดปล่อยพลังในการเล่น ผมมองว่าเราเองคงไม่มีพาวเวอร์ในการเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ ให้มีพื้นที่เล่นได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือการเปลี่ยนทัศนคติของคุณพ่อคุณแม่ให้มองเห็นความสำคัญของการเล่นอิสระมากขึ้นคุณโรส: เรามองว่าโรงเรียนที่สนับสนุนให้เด็กได้เล่นจริงๆ ก็จะเป็นโรงเรียนแนวทางเลือก ซึ่งสำหรับพื้นที่ชนบท การที่จะทำให้ผู้ใหญ่เกิดความตระหนักมากขึ้น โรงเรียนคือแรงขับเคลื่อนหลักที่จะช่วยเชื่อมโยงระหว่างครูและผู้ปกครองได้ ดังนั้น อาจจะต้องกลับมามองว่าถ้าบูรณาการหลักสูตรให้เด็กมีชั่วโมงการเล่นมากขึ้นเราเข้าใจว่าตอนนี้คุณครูหลายคนตอนนี้มีภาระงานเยอะแล้ว แต่เราจะทำอย่างไรให้คุณครูเห็นความสำคัญและสามารถนำการเล่นอิสระเป็นเครื่องมือหนึ่งสร้างการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเด็กได้ นี่อาจจะเป็นหน้าที่ของเราในการสื่อสารมากขึ้นสัมภาษณ์วันที่ 2 กรกฎาคม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...