โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คลังเปิดเอกสารแจงกรณี “ดิไอคอน” ชี้ สศค.ไม่มีอำนาจพิจารณาแผนธุรกิจขายตรง

BTimes

อัพเดต 20 ต.ค. 2567 เวลา 22.40 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2567 เวลา 06.25 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

จากกรณีบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด ถูกตรวจสอบการดำเนินธุรกิจขายตรงที่ยื่นขอใบอนุญาตกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และมีการระบุว่าได้รับการพิจารณาจากกระทรวงการคลัง

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ทำหนังสือถือสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2561 เพื่อขอให้ สศค.พิจารณาข้อหารือลักษณะการประกอบธุรกิจและได้ส่งแผนธุรกิจและ แผนการตลาด พร้อมสำเนาเอกสารหลักฐานของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เพื่อหารือการประกอบ ธุรกิจของบริษัทฯ มีข้อเท็จจริง ดังนี้

1.บริษัทฯ ได้จดทะเบียนจัดตั้งกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2561 โดยในช่วงปี 2561 บริษัทฯ ยังมิได้มีการดำเนินธุรกิจหรือมีผู้เสียหายที่เกิดจากการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ ประกอบกับในขณะนั้น สศค.ไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนใดๆ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

2.จากการตรวจสอบในระบบจดทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงของสำนักงาน สคบ.พบว่า บริษัทฯ ได้จดทะเบียนธุรกิจตลาดแบบตรงกับ สคบ.เมื่อวันที่ 2 ส.ค.2562

3.สศค.มิได้มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาแผนธุรกิจของบริษัทฯ หรือผู้ประกอบธุรกิจรายใด ๆ ที่จะมา ขอจดทะเบียนขายตรงหรือตลาดแบบตรงกับ สคบ.เนื่องจากในทางปฏิบัติ สศค.มิได้เข้าตรวจหรือหารือกับบริษัทโดยตรงหากให้ความเห็นในประเด็นดังกล่าวไป อาจจะเกิดความคลาดเคลื่อน และส่งผลให้มีผู้นำความเห็นนั้นไปใช้โดยไม่ถูกต้องในภายหลัง

ทั้งนี้ สศค.มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้ได้รับความเสียหายจากธุรกิจการเงินนอกระบบ รวมทั้งการดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ศึกษา วิเคราะห์การดำเนินงานของผู้ประกอบธุรกิจการเงินนอกระบบเพื่อตรวจสอบการกระทำความผิดในเบื้องต้น

รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการฟ้องร้องและต่อสู้คดี ศึกษา วิเคราะห์และเสนอความเห็นในการยึดและอายัดทรัพย์สิน

4.ในส่วนของแนวทางปฏิบัติของ สศค.ในเรื่องการตอบข้อร้องเรียนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น สศค.จะดำเนินการตอบข้อร้องเรียนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณาจากเอกสารที่ได้รับเท่านั้น

ถ้าในข้อร้องเรียนใดพิจารณาแล้วน่าจะเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินฯ หรือข้อร้องเรียนนั้นอาจจะเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินฯ และมีผู้เสียหายเกิดขึ้น

สศค.จะดำเนินการส่งเรื่องดังกล่าว ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการสืบสวน สอบสวน หาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีต่อไป โดยตรง และจะมีหนังสือตอบกลับหน่วยงานที่ส่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าว เช่น สคบ. เป็นต้น

นอกจากนี้ ในประเด็นพฤติการณ์ที่เข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 4 วรรคแรกแห่งพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 ต้องเข้าองค์ประกอบทั้ง 3 ข้อ ดังนี้

1.มีการโฆษณาหรือประกาศให้ปรากฏต่อประชาชนหรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ปรากฏแก่ บุคคลตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ซึ่งการโฆษณาหรือประกาศจะกระทำด้วยวิธีการใด ๆ ก็ได้ เช่น การแจกเอกสาร การเผยแพร่ทางสื่อต่าง ๆ หรือเป็นการบอกกล่าวระหว่างกันของบุคคลในลักษณะปากต่อปาก เป็นต้น

2.มีการให้สัญญาว่าจะจ่ายหรืออาจจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนจากการเข้าร่วมการลงทุนซึ่งการจ่าย ผลตอบแทนจะจ่ายเป็นเงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดก็ได้ โดยผลประโยชน์ตอบแทน ที่จะจ่ายให้นั้นเป็นอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม ของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้

3.ผู้ชักชวนหรือบุคคลอื่นนำเงินจากผู้เข้าร่วมลงทุนรายใหม่มาหมุนเวียนจ่ายให้กับผู้ลงทุนรายก่อน หรือผู้ชักชวนหรือบุคคลอื่นไม่สามารถประกอบกิจการใด ๆ โดยชอบด้วยกฎหมายที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทน พอเพียงที่จะนำมาจ่ายในอัตรานั้นได้

ในการพิจารณาว่าเป็นการประกอบธุรกิจที่อาจเข้าข่ายเป็นการขายตรงแอบแฝงแบบแชร์ ลูกโซ่ที่อาจจะเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินฯ นั้น จะต้องมีการสัญญาว่า จะจ่ายผลตอบแทน หรือเสนอผลตอบแทนจากการหาสมาชิก มิใช่การได้ผลตอบแทนจากการขายสินค้า และมีการชักจูงว่าจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราที่สูง ทั้งนี้การพิจารณาว่าจะเข้าข่ายเป็นการกระทำ ความผิดตาม พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินฯ ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและรายละเอียดเป็นรายกรณีๆ ไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...