โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สัมภาษณ์พิเศษ : DTCENT ปรับกลยุทธ์สู้ศึก “ยอดขายรถ-กำลังซื้อ” ทรุด เน้น “ออนไลน์-บุก IOT- Smart City”

Share2Trade

อัพเดต 21 ต.ค. 2567 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2567 เวลา 08.15 น. • Share2Trade

เศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและตลาดรถยนต์ ซึ่งบมจ.ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ (DTCENT) ผู้นำอันดับหนึ่งด้านจีพีเอสติดตามรถ และไอโอที โซลูชั่น ในประเทศไทย จะปรับตัวอย่างไรไปติดตามการสัมภาษณ์นี้กับ “ทศพล คุณะเพิ่มศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่

สัมภาษณ์พิเศษ DTCENT copy.jpg

บอกเล่าถึงธุรกิจ DTCENT

บริษัทเป็นหุ้นที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี โดยเราเริ่มทำธุรกิจจากการเป็นอุปกรณ์ติดตั้งในรถ เป็นธุรกิจที่ทำมายาวนานเกือบ 30 ปี เราเป็นผู้พัฒนาตั้งแต่สมัยที่เป็นกล่องดำจนกระทั่งเป็น GPS ที่เป็นที่รู้จักและที่จำเป็นต้องใช้ และปัจจุบันต่อยอดไปเป็นกล้องติดรถยนต์ที่เป็น Realtime เป็น AI

การขยายงานไปในทำธุรกิจมือถือ

ปัจจุบันการใช้โทรศัพท์มือถือ มีความจำเป็นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นบริษัทจึงพัฒนาและขยายตลาดไปยัง Mobile App โดยในส่วนของระบบ BAMS (Business Activity Management System) ซึ่งเป็นซอฟท์แวร์ในมือถือที่จะมาตรวจสอบคนที่ทำงานนอกสถานที่ได้ในทุกธุรกิจ โดยสามารถตรวจสอบทั้งการเริ่มทำงานและเลิกงานในแต่ละวัน การทำงานในแต่ละวัน ซึ่งได้เปิดให้บริการบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนเรียบร้อยแล้ว มีจำนวนลูกค้าที่ใช้บริการ 45 บริษัท

ส่วนแบ่งทางการตลาดของDTC ในตลาดGPS

บริษัทยังคงเป็นอันดับหนึ่งในธุรกิจ โดยมี Market Share อยู่ที่ประมาณ 30%

กลยุทธ์ในการรักษาตำแหน่งผู้นำตลาด

1. สินค้าบริษัทเป็นผู้พัฒนาเอง ทำให้สินค้าของบริษัทตรงกับความต้องการของลูกค้า

2. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับ ฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์เป็นสิ่งที่บริษัทต้องควบคุมได้ทั้งหมด รวมทั้งเรื่องแผนที่ (ในประเทศไทย) บริษัทบริหารจัดการเอง

3. กำลังพิจารณาตั้งร้าน (Shop) เพื่อให้บริการลูกค้าได้ทั่วประเทศและการทำตลาดออนไลน์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

หากลุ่มลูกค้าใหม่รับมือกับยอดขายรถยนต์ที่ลดลง

เราต้องหากลุ่มลูกค้าที่ให้บริการเพิ่มขึ้น ในอดีตบริษัทอาจเน้นกลุ่มลูกค้าที่ทำเรื่องขนส่ง หรือโลจิติกส์ หรือรถยนต์ของบริษัทใหญ่ แต่ปัจจุบันเมื่อบริษัทมี Shop และมีการทำตลาดออนไลน์มากขึ้น โดยมีการตั้งหน่วยงานที่ทำการตลาดด้านออนไลน์โดยเฉพาะขึ้นใหม่

ดังนั้นการทำการตลาดของบริษัทในระยะต่อไปจะเน้นไปที่ลูกค้ากลุ่ม SMEs ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดที่ใหญ่ โดยปัจจุบันบริษัทมีลูกค้ากลุ่มนี้แล้วประมาณ 20% ของพอร์ต และอีกกลุ่มที่บริษัทจะเน้นได้แก่ ลูกค้าบุคคลโดยเฉพาะการขายในตลาดออนไลน์

เป้าหมายการตั้งศูนย์ DTC SHOP

บริษัทฯ จะเร่งเปิดศูนย์ DTC SHOP ให้ครบจำนวน 20 แห่ง ภายในปีนี้ จากปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 12 แห่ง ประกอบด้วย สาขาถนนบางนา-ตราด กม.6, สาขาเชียงใหม่, สาขาอุดรธานี, สาขาขอนแก่น, สาขาอยุธยา, สาขานครสวรรค์, สาขาพระราม 2, สาขาแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี, สาขามาบข่า จังหวัดระยอง, สาขาท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี, สาขานครราชสีมา และสาขาภูเก็ต โดยมีอุปกรณ์ GPS และกล้องติดรถวางจำหน่าย พร้อมให้บริการติดตั้งซ่อมบำรุง เพื่อให้ครอบคลุมผู้ใช้รถทุกประเภท

กำลังซื้อที่ลดลงอาจมีผลกระทบ

ต้องยอมรับว่ากระทบลูกค้า ทำให้การขยายตัวของลูกค้าทำได้น้อยลง แต่คิดว่าเมื่อการเมืองเริ่มนิ่ง เศรษฐกิจมีการขับเคลื่อนไปข้างหน้า จะทำให้กำลังซื้อเติบโตขึ้น

วางกลยุทธ์รับมือรถยนต์รุ่นใหม่มักจะติดตั้งระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย

ระบบที่ติดตั้งมากับรถยนต์เป็นระบบแค่พื้นฐาน และบางรุ่นเท่านั้นที่มี GPS แต่ไม่ตอบสนองความต้องการในการใช้งานได้ เพราะปัจจุบันลูกค้าต้องการระบบที่มีความเป็นมืออาชีพ ทำให้ยังเป็นโอกาสของบริษัท ขณะเดียวกันบริษัทรวมกับพันธมิตรญี่ปุ่น พัฒนาระบบที่มีความทันสมัย และนำเสนอขายให้กับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์

สัดส่วนรายได้ในปัจจุบัน

ส่วนใหญ่ประมาณ 90% มาจากธุรกิจGPS ส่วนที่เหลือมาจากธุรกิจ IOT, Smart City แต่เชื่อว่ากลุ่ม IOT, Smart City ยังมีโอกาสในการเติบโตได้อีกมาก ซึ่งลูกค้าที่บริษัทจะเข้าไปขยายตลาด Smart City ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ ที่มีความยั่งยืนในการสร้างรายได้

ทิศทางการขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ปัจจุบันเราได้ขยายตลาดไปยังประเทศ สปป.ลาว แต่เนื่องจากสปป.ลาว มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจในประเทศและค่าเงิน ทำให้การทำตลาดชะลอออกไป ส่วนประเทศอื่น บริษัทอยู่ระหว่างการพูดคุยกับนักธุรกิจในประเทศกัมพูชา ซึ่งโปรเจคที่คุยเบื้องต้นเป็นเรื่องของ การทำ IOT ด้านการเกษตร และ IOT Smart city คิดว่าในปี 2568 จะได้เห็นความคืบหน้า ส่วนประเทศอื่นยังเป็นระยะต่อไป

ตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2567

ผลงานบริษัทปีนี้ยังทรงตัว ไม่หวือหวา เนื่องจากโปรเจคที่ทำเป็นขนาดใหญ่ แต่จะส่งผลดีต่อรายได้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป โดยปี68 บริษัทตั้งเป้ารายได้แตะที่ 1,000 ล้านบาท

ฝากถึงนักลงทุน

DTCENT ปัจจุบันเหมือนเสือสุ่ม จริงๆเรามีการลงทุนเรื่อง R&D ค่อนข้างเยอะประมาณ 30% ของงบลงทุน มีการลงทุนด้านอิเล็กทรอนิกส์ ดีไซด์ มี Programmer ที่พัฒนาเรื่องแผนที่ เพื่อสร้างโปรดักส์ใหม่ๆในอนาคต และสร้าง New S Curve ซึ่งถ้าได้รับการสนับสนุนเชื่อว่าเราจะไปได้ไกลขึ้นไปอีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...