เจาะหุ้น SAV หุ้นสนามบินกัมพูชา หวังโตตามรอย AOT
The Bangkok Insight
อัพเดต 30 ก.ค. 2566 เวลา 02.24 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2566 เวลา 02.23 น. • The Bangkok Insightเจาะ"หุ้น SAV" หุ้นสนามบินกัมพูชา หวังโตตามรอย AOT ได้รับสัญญาสัมปทานบริหารจัดการจราจรทางอากาศจากรัฐบาลกัมพูชา ตั้งแต่ปี 2545 - 2594 เป็นเวลา 49 ปี
เวลาพูดถึงธุรกิจขนาดใหญ่ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดหุ้นไทย แทบจะไร้คู่แข่ง และยังสามารถเป็นเสือนอนกินไปได้แบบยาวๆ คงเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่ AOT หรือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารในธุรกิจท่าอากาศยานของประเทศไทย ทั้งหมด 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ , ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย, ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานภูเก็ต
ล่าสุดตลาดหุ้นไทยกำลังจะมีหุ้น IPO เข้าใหม่ ซึ่งมีโมเดลธุรกิจที่คล้ายกับ AOT แบบสุดๆ นั่นก็คือ บริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านวิทยุการบินครบวงจร โดยเป็นผู้ดูแลการจราจรน่านฟ้ากัมพูชาแต่เพียงผู้เดียว เนื่องจากได้รับสัญญาสัมปทานบริหารจัดการจราจรทางอากาศจากรัฐบาลกัมพูชา ตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปี 2594 เป็นระยะเวลารวม 49 ปี
ปัจจุบัน SAV เป็นให้บริการบริหารจัดการจราจรทางอากาศ (Air Navigation Service Provider : ANSP) แต่เพียงรายเดียวสำหรับทุกสนามบินในประเทศกัมพูชาที่มีอยู่ 6 แห่ง ได้แก่
1. สนามบินนานาชาติพนมเปญ
2. สนามบินนานาชาติเสียมเรียบ
3. สนามบินนานาชาติสีหนุ
4. สนามบินพระตะบอง
5. สนามบินเกาะกง
6. สนามบินสตึงเตรง
ทำให้รายได้ของ SAV ประกอบไปด้วย 3 ส่วนธุรกิจหลักด้วยกันคือ รายได้ค่าบริการสำหรับเที่ยวบินที่บินขึ้น-ลงในประเทศ (Landing & Take-off International) สัดส่วน 26% รายได้ค่าบริการสำหรับเที่ยวบินที่บินขึ้น-ลงระหว่างประเทศ (Landing & Take-off Domestic) สัดส่วน 1% และรายได้ค่าบริการสำหรับเที่ยวบินที่บินผ่านน่านฟ้ากัมพูชาโดยไม่ได้มีการลงจอด (Overflight) สัดส่วน 73%
ผลประกอบการของ SAV ระหว่างปี 2563 - 2565
ปี 2563 รายได้ 714.11 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 42.26 ล้านบาท
ปี 2564 รายได้ 455.77 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 74.35 ล้านบาท
ปี 2565 รายได้ 1,210 ล้านบาท กำไรสุทธิ 199.55 ล้านบาท
ความน่าสนใจของ SAV คือแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศกัมพูชาที่กำลังดูดีขึ้นเรื่อยๆ จากปริมาณนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จำนวนผู้โดยสารที่เดินทางมายังประเทศกัมพูชามีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 7.92% ต่อปี จากปี 2565-2570 เป็นอัตราการเติบโตที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ขณะเดียวกัน อัตรากำไรของ SAV ก็ถือว่าสูงมาก คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 40-50% ส่วนอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ราว 16% นอกจากนี้ บริษัทยังกระแสเงินสดและฐานะการเงินที่มั่นคง ทำให้พร้อมต่อการขยายการเติบโตในอนาคต
ทั้งนี้ SAV มีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมี บล. เอเซีย พลัส เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน คาดว่าจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 224,000,000 หุ้น หรือไม่เกิน 35% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์นำเงินระดมทุนไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในกิจการ เพื่อใช้ชำระคืนหนี้สินกับสถาบันการเงิน เพื่อสร้างโอกาสลงทุนในอนาคต
ก่อนหน้านี้นายวัฒนชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายพัฒนากลยุทธ์องค์กร และพัฒนาธุรกิจใหม่ SAV กล่าวว่า การเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเป็นการ Unlock Value ให้กับ SAV เพราะเราเป็นบริษัทที่มีศักยภาพสูง อยู่ในอุตสาหกรรมการบินที่เติบโตสูง และเป็นธุรกิจที่มีความมั่นคงสูง มีความสามารถในการทำกำไรสูงอย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าวเพิ่มเติม