โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Tops CLUB เตรียม 'ปิด' ให้บริการ ต.ค.นี้ ย้ายสินค้า 'ขายออนไลน์' บนแอพพ์แทน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 27 ก.ย 2566 เวลา 08.35 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2566 เวลา 07.32 น.

Tops CLUB ปิดให้บริการ 2 ต.ค. ย้ายสินค้าบางส่วน วางขายบนแอพพ์แทน

เมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา ประชาชาติธุรกิจ รายงานว่า Tops CLUB (ท็อปส์ คลับ) ร้านค้าปลีกสินค้านำเข้าในเครือเซ็นทรัลฯ แจ้งต่อสมาชิกว่า ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป Tops CLUB สาขาพระราม 2 (ซึ่งเป็น Tops CLUB สาขาแรกและสาขาเดียว) และแอพพลิเคชั่น Tops CLUB จะย้ายไปยัง Tops Online

จึงได้สอบถามไปยังคอลเซ็นเตอร์ของ Tops CLUB ได้รับคำอธิบายว่า Tops CLUB สาขาพระราม 2 และแอพพลิเคชั่น Tops CLUB จะปิดบริการ โดยตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2566 ฐานลูกค้าสมาชิกและสินค้าจะเข้าไปรวมอยู่กับ Tops Online

สำหรับฐานลูกค้าสมาชิก “Tops CLUB พรีเมียม” ที่ยังมีอายุสมาชิกเหลืออยู่ จะสามารถเลือกรับสิทธิ Tops Prime ฟรีนาน 1 ปี (สิ้นสุด ต.ค. 2567) ซึ่งจะเป็นบริการสมาชิกรายเดือนของ Tops Online ที่มาพร้อมสิทธิส่งสินค้าฟรีเมื่อยอดซื้อครบ 250 บาท แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง และยังได้รับคูปองส่วนลดพิเศษอื่นๆ ด้วย

ทั้งนี้ ค่าสมาชิก Tops CLUB พรีเมียมจะอยู่ที่ 999/ปี ส่วนสมาชิก Tops Prime ปกติจะอยู่ที่ 99 บาท/เดือน (1,188/ปี)

หากสมาชิก Tops CLUB พรีเมียมไม่ต้องการเปลี่ยนสถานะเป็น “สมาชิก Tops Prime” สามารถเลือกรับเงินค่าสมาชิก Tops CLUB พรีเมียมคืนเต็มจำนวนแทนได้

ด้านสินค้าที่เคยวางจำหน่ายใน Tops CLUB ซึ่งเป็นสินค้านำเข้า ทั้งของกินและของใช้นั้น บางส่วนจะย้ายไปวางจำหน่ายผ่านทางแอพพ์ Tops Online แทน โดยรายละเอียดจะมีการแจ้งให้ทราบในภายหลัง เช่นเดียวกับ ทิศทางของตัวสาขา Tops CLUB ที่พระราม 2 นั้น เจ้าหน้าที่แจ้งว่ายังไม่มีข้อมูลจากทางเซ็นทรัลว่าจะเป็นการปิดชั่วคราว หรือมีการเปลี่ยนไปเป็นโมเดลอื่น เช่น GO Wholesale ที่เพิ่งเปิดตัวหรือไม่

ทั้งนี้ เซ็นทรัล รีเทล เปิดตัว ท็อปส์ คลับ (Tops CLUB) ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกสินค้านำเข้าในรูปแบบเมมเบอร์ชิปสโตร์ เมื่อเดือนกันยายน 2565 โดยสาขาแรกพื้นที่กว่า 15,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 2 มีไฮไลต์เป็นสินค้านำเข้าทั้งของกินและของใช้รวมกว่า 3,500 รายการ

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...