ชาวเน็ตขอกระทรวงศึกษาฯ สกรีนเพิ่ม ครูต่างชาติในไทย ทำไมไร้คุณภาพ?
เป็นประเด็นอยู่เรื่อยๆ กับเรื่องครูต่างชาติในไทยที่รอบล่าสุดปรากฏสองสาวชาวต่างชาติสองคน โพสต์ TikTok บอกไร้คุณสมบัติ (no qualification) แต่สอนเด็กไทยในสักจังหวัด
ซึ่งในโพสต์มีคอมเมนต์ของคนไทยจำนวนมาก ถามว่าไร้คุณสมบัติแต่เป็นครูได้อย่างไร ทำไมนักท่องเที่ยวจึงมาเป็นครู แค่รู้ภาษาอังกฤษก็จ้างได้เลยหรอ
คำถามสำคัญคือ แบบนี้นับเป็นผีน้อยหรือไม่ หากใช้วีซ่าท่องเที่ยวมาทำมาหากินในประเทศไทย
เพราะตามกฎหมายแล้วครูต่างชาติจะต้องมีใบอนุญาตทำงานจากคุรุสภาซึ่งผู้ขอจะต้องมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและมีวีซ่าถูกประเภท (Non-Immigrant B หรือ Non-Immigrant O)
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูที่ออกโดยคุรุสภานั้นมีสองประเภทคือ 2 ปี ซึ่งจะออกให้ผู้ที่ต้องการจะทำงานด้านวิชาชีพครู ที่มีวีซ่าทำงานและปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย และ 5 ปี คือผู้ที่จบปริญญาตรีด้านครุศาสตร์ มีวีซ่าทำงาน และประสบการณ์การสอนมาก่อนอย่างน้อย 1 ปี
และหากไม่ได้เป็น native speaker คือถือสัญชาติอังกฤษ อเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์จะต้องผ่านการสอบ TOEIC ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ด้วย
ซึ่งหากไม่มีใบอนุญาตจะต้องถูกปรับ 5,000-50,000 บาท และโรงเรียนที่จ้างงานครูไม่มีใบอนุญาตก็จะต้องถูกตรวจสอบเช่นกัน
เจ้าของโพสต์ตอบคอมเมนต์เรื่องรายได้ว่าเธอทำงานจนได้คืนทุนค่าตั๋วเครื่องบินจากลอนดอน-กรุงเทพฯ แล้ว (ราว 45,000 บาท) และการทำงานนี้ก็มีอาหารฟรี ที่พักฟรี
เลยทำให้ร้อนถึงเรื่องเรตเงินเดือนครูต่อไปอีกว่า ครูต่างชาติได้เรตเงินเดือนขั้นต่ำสูงกว่าครูไทย แต่การคัดเลือกดูเหมือนจะต่ำกว่าหรือไม่
เสียงของชาวเน็ตในแอป X เทไปทางเดียวกันว่า หากในโรงเรียนมีครูต่างชาติ ครูดีดีมักอยู่ไม่นาน และครูชาวฟิลิปปินส์ก็เป็นชาติที่เอาใจใส่เด็กนักเรียนได้ดีเป็นอันดับต้นๆ
นอกจากประเด็นที่ไม่มีใบรับรองของครูต่างชาติในบางสถาบันการศึกษาแล้ว เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก็มีอีกคดีเกี่ยวกับครูต่างชาติที่น่าสนใจเช่นกัน เมื่อแม่ของเด็กวัย 16 ปี ร้องเรียนขอความช่วยเหลือกับกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี ว่าลูกของเธอมีความสัมพันธ์กับครูต่างชาติ และมีการถ่ายภาพ VDO
คุณ Luke Nathanael Rockwell ครูดาว TikTok ถูกจับกุมตัวที่ย่านพระโขนงและรับสารภาพว่าเป็นความจริง
ยังมีอีกหลายกรณีของทั้งครูไทยและต่างชาติ ที่ล่วงละเมิดหรือทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัดไม่สบายใจระหว่างครูและนักเรียน แต่ยังไม่เคยถูกเอาความอย่างจริงจัง