โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Sell in May ท่ามกลางมรสุมภูมิรัฐศาสตร์

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ปรากฏการณ์ Sell in May and Go Away หรือความเชื่อว่า “นักลงทุนควรเทขายหุ้นเดือนพฤษภาคมเพื่อลดความเสี่ยง” กลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงกันมากช่วงปี 2569 เมื่อสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ออกมาส่งสัญญาณเตือนว่าสถานการณ์เดือนนี้ “ไม่ปกติ” ดั่งเช่นเคยเป็นมา ด้วยปัจจัยลบที่ซับซ้อนและมิอาจคาดเดา หรือประเมินด้วยหลักการลงทุนแบบเดิมได้

หัวใจสำคัญทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงไทยสั่นคลอน คือ ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกาและอิหร่านส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบโลกปรับขึ้นแรงและรวดเร็ว ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนหรือเส้นค่าเฉลี่ยในกราฟหุ้น แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจระดับผู้นำประเทศที่พร้อมจะพลิกผันได้ตลอดเวลา

ด้วยการที่สหรัฐพยายาม “ปิดภารกิจ” เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งยืดเยื้อ กลายเป็นดาบสองคม ที่นักลงทุนหวาดกลัว หากสถานการณ์บานปลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ภาวะการลงทุนทั่วโลกจะเข้าสู่โหมด Risk-offทันที นั่นหมายถึงการที่เงินทุนจะไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น ไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำหรือเงินสด

สิ่งที่น่าสนใจคือแม้จะมีข่าวร้ายรุมเร้า แต่ดัชนีหุ้นไทย สามารถกลับมายืนเหนือระดับ 1,500 จุดได้อย่างแข็งแกร่ง หลังจากที่เคยเกิดปรากฏการณ์ Circuit Breaker ดิ่งลงกว่า 100 จุด จากวิกฤติอิหร่านก่อนหน้านี้ FETCO มองว่า การฟื้นตัวครั้งนี้มี “ฐานที่แน่นกว่า” ครั้งก่อน เพราะเป็นการปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เริ่มนิ่ง และแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

นอกจากนี้ ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา หุ้นไทยสร้างผลงานอย่างโดดเด่น โดยขยายตัวประมาณ 3% สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก สะท้อนให้เห็นว่า บนความผันผวนยังมีเม็ดเงินไหลเข้าหาตลาดที่มีการประเมินมูลค่า (Valuation) ที่เหมาะสมและมีมาตรการรองรับที่ชัดเจน

ท่ามกลางความไม่แน่นอน FETCO แนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยหยิบยกแนวทางของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ที่เน้นการถือเงินสดในปริมาณมาก เพื่อรอจังหวะ “ปลอดภัย” มากกว่าการฝืนกระแสลมแรง สำหรับใครที่มีกำไรจากสินทรัพย์เสี่ยงสูง เช่น ทองคำหรือหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี คำแนะนำที่ชาญฉลาดคือ “การขายคืนเงินต้น” แล้วถือต่อเฉพาะส่วนที่เป็นกำไร (Run Profit) เพื่อเป็นการประกันความเสี่ยงหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

อย่างไรก็ตาม มีทางรอดในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มAIและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของ Data Center ทั่วโลก โดยเห็นได้จากผลประกอบการของยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด สิ่งเหล่านี้คือ Real Trend ที่จับต้องได้ท่ามกลางหมอกควันของสงคราม

มองไปข้างหน้าสิ่งที่ต้องจับตามองคือมาตรการจากรัฐบาลและ FETCO เตรียมผลักดันโครงการ TISA (Thailand Investment Strategy Alliance)และการนำบริษัทที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI เข้าสู่การระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO)ที่คาดว่าจะมีความชัดเจนช่วงกลางเดือน มิ.ย.69 รวมถึงประสิทธิภาพของเงินกู้กระตุ้นเศรษฐกิจที่จะต้องสร้างการเติบโตระยะยาวให้ได้จริง.!!

แม้ดัชนีหุ้นไทยจะดูเหมือนยืนได้อย่างมั่นคง แต่ “คลื่นใต้น้ำ” จากความขัดแย้งระดับโลกยังเป็นปัจจัยที่ประมาทไม่ได้ นักลงทุนควรเน้นการรักษาเงินต้น มีวินัยในการตัดขาดทุน และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะสมรภูมิตลาดทุนปี 2569 ผู้ที่อยู่รอดไม่ใช่ผู้ที่ทำกำไรได้สูงสุด แต่คือผู้ที่รู้จักถนอมตัวช่วงวันที่มรสุมพัดผ่านแรงสุดนั่นเอง..!?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...