KTB ชี้บอนด์ยีลด์สหรัฐแตะ 4.47% จับตาประชุม FED-ตะวันออกกลาง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย (KTB) เปิดเผยว่า ตลาดการเงินโลกกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) มากขึ้น ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (Bond Yield) ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 4.47% อีกครั้ง ขณะที่นักลงทุนยังให้น้ำหนักราว 80% ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้
ทั้งนี้ หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีแนวโน้มคลี่คลายต่อเนื่อง หรืออย่างน้อยไม่รุนแรงขึ้น นักลงทุนจะหันไปจับตาผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐ (FOMC) ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของประธาน FED คนใหม่ Kevin Warsh เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยในระยะต่อไป
Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า ในช่วงก่อนทราบผลการประชุม FOMC บอนด์ยีลด์ 10 ปีของสหรัฐฯ มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ Sideways และยังมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ผลการประชุม FED และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะออกมาในระยะข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ยังคงแนะนำให้นักลงทุนทยอยเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ และไทย โดยเฉพาะในช่วงที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นเหนือระดับ 4.50% เนื่องจากประเมินว่า หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลี่คลายลงตามคาด และอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ไม่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ FED มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยตลอดปี 2026 ก่อนเริ่มทยอยลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2027 ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจคงดอกเบี้ยต่อเนื่องตลอดปีนี้และปีหน้า
สำหรับตลาดเงิน เงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้น แม้ในช่วงแรกจะอ่อนค่าหลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด แต่การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นยุโรป รวมถึงการปรับสถานะการถือครองสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะเงินเยนญี่ปุ่น ก่อนการประชุมธนาคารกลางสำคัญ ได้หนุนให้ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ฟื้นตัวกลับสู่ระดับ 99.7 จุด
ด้านราคาทองคำ แม้จะได้รับแรงหนุนจากข่าวการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แต่บรรยากาศการลงทุนที่เปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ประกอบกับการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และการปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ได้กดดันให้ราคาทองคำไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดอ่อนตัวลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,330 ดอลลาร์ต่อออนซ์