“3 จุด” ต้องดูใน ‘Fund Fact Sheet’… ช่วยเช็ก “ผลตอบแทน” กองทุนให้เคลียร์ !!!
Wealthy Way: สิ่งที่นักลงทุนใน “กองทุนรวม” ทุกคนให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ นั่นคือเรื่อง “ผลตอบแทน” ของกองทุนนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันก็หาดูได้ง่ายขึ้นทั้งจากเวบไซด์ของบลจ. แอพของบลจ. หรือบลน.ต่างๆ
แต่คุณทราบหรือไม่ว่า…“หนังสือชี้ชวนส่วนสุรปข้อมูลสำคัญ” (Fund Fact Sheet) ของกองทุนนั้น กลับเป็นหัวใจสำคัญที่ได้แสดงข้อมูลเกี่ยวกับ “ผลตอบแทน” กองทุนเอาไว้ครบถ้วน ทั้ง “3 จุด”
แล้ว “ผลตอบแทน” ที่คุณสนใจดูกันอยู่นั้นเป็น “ผลตอบแทน” ในรูปแบบไหน?
ถ้าที่ผ่านมาคุณไม่เคยมองเรื่องของ “ความเสี่ยง” ของกองทุนเลย ภาพผลตอบแทนของกองทุนที่คุณเห็นเรียกว่า “ยังไม่ครบถ้วน” เพราะ ‘ผลตอบแทน’กับ ‘ความเสี่ยง’เป็นของคู่กันเสมอ
การส่อง “ผลตอบแทน” กองทุนไม่ได้ยากอย่างที่คิด วันนี้ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย
“ผลตอบแทน-แบบปักหมุด”…แสดง “ผลตอบแทน/ความเสี่ยง” ของ ‘กองทุน’ เทียบกับ ‘ดัชนีเทียบวัด’ & ‘ค่าเฉลี่ยของกลุ่ม’
“ผลตอบแทนแบบปักหมุด” ถือเป็นรูปแบบที่พบเห็นบ่อยที่สุดและนักลงทุนมักจะคุ้นเคยการแสดงผลในรูปแบบนี้มากที่สุด โดยจะบอกถึง“ผลตอบแทนกองทุน” และ“ความเสี่ยงกองทุน” นั้นๆ นับจากเวลาปัจจุบันย้อนหลังไปในแต่ละช่วงเวลา YTD, 3เดือน, 6 เดือน, 1ปี, 3 ปี, 5 ปี, 10 ปี และตั้งแต่จัดตั้งกองทุน โดยเทียบกับ“ดัชนีชี้วัด” และ “ค่าเฉลี่ยของกลุ่ม” ว่าในแต่ละช่วงเวลาโดยเปรียบเทียบแล้วเป็นยังไงบ้าง
“ซึ่งนักลงทุนน่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพียงแต่อาจจะเจอ ‘แบบย่อ’ ที่แสดงเพียงผลตอบแทนของกองทุนเพียงอย่างเดียว หรือผลตอบแทนของกองทุนเทียบกับดัชนีเทียบวัดเท่านั้น อาจเพื่อความสะดวกและประหยัดพื้นที่ แต่ถ้าไปเปิดดูใน Fund Fact Sheet ส่วนข้อมูลสำคัญ ที่มีประมาณ 4หน้าเท่านั้น จะพบข้อมูล ‘แบบเต็ม’ ที่แสดงครบทั้งผลตอบแทนและความเสี่ยงครบถ้วน”
นักลงทุนก็ดูได้เลยว่าผลงานกองทุนทั้งในแง่ของ “ผลตอบแทน” และ “ความเสี่ยง” ของกองทุนที่ตัวเองสนใจนั้น เมื่อเทียบกับดัชนีชี้วัดในช่วงเวลาต่างๆ นั้นเป็นอย่างไร “ชนะ” หรือ “แพ้” ที่ชนะๆ มากหรือน้อย ที่แพ้ๆ มากหรือน้อย ในระยะสั้นเป็นไง ระยะกลางเป็นยังไง ระยะยาวเป็นยังไง ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาเป็นยังไง นอกจากนี้ยังสามารถเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่มีนโยบายลงทุนเดียวกันได้ด้วยว่าเป็นยังไง
“ดังนั้นถ้า ‘ผลตอบแทนน้อย’ แล้วผันผวนมาก ‘ไม่ดี’ถ้า ‘ผลตอบแทนมาก’ผันผวนน้อยน่าจะดีกว่า เป็นต้น ที่ ‘ผลตอบแทนเท่ากัน’กองที่มีความผันผวนน้อยกว่าย่อมดีกว่า หรือที่ ‘ความเสี่ยงเท่ากัน’กองที่ผลตอบแทนมากกว่า ก็น่าจะดีกว่ากองที่ผลตอบแทนน้อย เป็นต้น (แต่สำคัญต้องเป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนเหมือนกันนะ) ที่สำคัญจะดูเพียงผลตอบแทนเพียงอย่างเดียวนั้นไม่ได้”
“ผลตอบแทนรายปี”…แสดง “ผลตอบแทน” กองทุน เทียบกับ ‘ดัชนีเทียบวัด’ & ‘ค่าเฉลี่ยของกลุ่ม’
“ผลตอบแทนรายปี” รูปแบบนี้นักลงทุนก็น่าจะพอเห็นกันมาบ้าง แต่คงไม่มากเท่าแบบปักหมุด แนวคิดก็เหมือนกันเพียงแต่การแสดงผลออกมาเป็น “รายปี” ตามปีปฏิทินแทนไปเลย ดูผลตอบแทนทั้งปี เป็นปีๆ ไป ว่าปีนี้กองทุนได้ผลตอบแทนกี่% แล้วดัชนีเทียบวัดได้กี่% แล้วค่าเฉลี่ยของกลุ่มได้กี่ % ก็จะเห็นภาพในอีกมิติหนึ่ง นักลงทุนก็สามารถติดตามดูได้ว่าผลงานของกองทุนตัวเองมีความเสมอเสมอหรือไม่ในแต่ละปี เมื่อเทียบกับดัชนีเทียบวัดแล้วเป็นอย่างไรนั่นเอง
“ประโยชน์ของการมองภาพรายปี อาจทำให้นักลงทุนพอเห็นภาพได้ง่ายขึ้น ว่าในปีนั้นๆ สภาพตลาดเป็นยังไง เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นในปีนั้นๆ เช่น ในปีที่เกิด COVID-19 ตลาดไม่ดี กองทุนที่เราสนใจเป็นยังไงบ้างเมื่อเทียบกับดัชนีชี้วัด แล้วค่าเฉลี่ยของกลุ่มเป็นยังไง หรือในปีที่ตลาดดีกองทุนนี้ผลงานเป็นยังไงบ้าง ทำได้ดีในปีที่ตลาดไม่ดี หรือทำได้ดีในปีที่ตลาดดี ก็พอจะทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น”
“Maximum Drawdown”…บอก “ผลขาดทุนสูงสุด” ที่กองทุนเคยเจอมา
สำหรับ“Maximum Drawdown” จะสะท้อนภาพในมิติของ “ความเสี่ยง” ออกมาให้นักลงทุนได้ตระหนักว่า กองทุนนี้เคยขาดทุนสูดงสุด (Maximum Drawdown) ค่านี้จะบอกว่าในช่วง 5 ปี นี้กองทุนมีผลขาดทุนสูงสุดเท่าไร นับตั้งแต่จุดที่ผลตอบแทนสูงสุดลงมาถึงจุดที่ผลตอบแทนต่ำสุด หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ความเสี่ยงที่จะเกิดการ “ขาดทุนสูงสุด” จากการลงทุนในกองทุนนั้นคือเท่าไรนั่นเอง ซึ่งค่า Maximum Drawdown จะอยู่ใน “ข้อมูลเชิงสถิติ” ใน Fund Fact Sheet นั่นเอง
ตัวอย่าง: กองทุนหนึ่งมี Maximum Drawdown -31.85% นักลงทุนก็คงต้องถามตัวเองดูว่า หากลงทุนไปแล้วเกิดผลขาดทุนระดับนี้ตัวเองรับไหวมั้ย ถ้าไม่ไหว อาจจะต้องจำกัดขนาดของเงินลงทุนในกองทุนนี้ลงเพื่อลดความเสียหายหากเกิดขาดทุนขนาดนี้ขึ้นในอนาคต หรือเลือกกองทุนอื่นแทนที่เหมาะกับความสามารถในการรับความเสี่ยงของนักลงทุนมากกว่า เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีค่า Recovering Period ที่จะบอกว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไรถึงจะทำกำไรกลับมา Cover ผลขาดทุนที่เคยเกิดขึ้นนี้อีกด้วย
“ซึ่งหากสงสัยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับผลการดำเนินงานของกองทุนก็สอบถามบลจ.ที่ท่านลงทุนอยู่ได้โดยตรง ไม่ต้องเกรงใจแต่ประการใด”
ทั้งหมดนี้ คือ “3 จุด” สำหรับตรวจเช็คดู “ผลการดำเนินงาน” ของกองทุนที่คุณสนใจหรือลงทุนอยู่ ซึ่งหากคุณส่องครบทั้ง 3 จุดนี้ จะช่วยให้คุณมองเห็นทั้ง “ผลตอบแทน” และ “ความเสี่ยง” ของกองทุนนั้นได้เคลียร์ขึ้นอย่างแน่นอน