โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

"กินนร-กินรี-กินนารอน" อมนุษย์ที่ปรากฏในเทพนิยาย อาศัยในป่าหิมพานต์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 24 ก.พ. 2566 เวลา 13.36 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2566 เวลา 13.33 น.

อ่านว่า “กิ๋นนาลอน กิ๋นนาลี”

ตรงกับภาษาไทยว่า “กินนร-กินรี” หมายถึง อมนุษย์ที่ปรากฏในเทพนิยาย โดยกินนรเป็นเพศชาย ส่วนกินรีเป็นเพศหญิง มีถิ่นอาศัยในป่าหิมพานต์

ชื่อของ “กินนร-กินรี” ได้ตามรูปร่างลักษณะ คือมีลักษณะครึ่งคนครึ่งนก ท่อนบนเป็นคน ท่อนล่างเป็นนก จึงให้ศัพท์เป็น กิํํ + นร (กิํ – อะไร) เมื่อรวมเป็นคำตามหลักสนธิทางภาษาก็สำเร็จเป็น กินนร แปลว่าคนอะไร

ประมาณความหมายว่า “คนอะไรมีตัวเป็นนก”

กินนรและกินรีที่เป็นครึ่งคนครึ่งนกพบบ่อยๆ ในลักษณะของรูปปั้นหรือภาพเขียนทั่วไป

กล่าวถึงกินนารอนและกินนารีในภาษาล้านนามักปรากฏในวรรณกรรมในฐานะของอมนุษย์ที่ชำนาญในการฟ้อนรำ ดังในวรรณกรรมเรื่อง เวสสันตระ ฉบับไผ่แจ้เรียวแดง ตอนที่พรรณนาปราสาทหรือเมรุบรรจุร่างพระนางมัทรีตอนหนึ่งว่า

“…รูปนกเกรียนม่ายหัสสดีลิงค์แลการวีก แขกเต้าปีกเขียวสรี

มีทังรูปกินนารีนารอนม่ายฟ้อน ปลายตีนอย่อนหากัน…”

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีอีกชนิดหนึ่งมีรูปเหมือนคนเวลาจะบินใส่ปีกใส่หางแล้วบินไป อย่างเช่นในวรรณกรรมเรื่อง สุธนชาดก นางมโนราห์เป็นนางกินนารีที่ใส่ปีกและหางบินจากเมืองทุมมราชมาเล่นน้ำแล้วถูกพรานปุณฑริกจับไปถวายพระสุธน เมื่ออยู่กับพระสุธนก็ถูกยึดปีกและหางไว้

ตอนที่นางจะถูกฆ่าบูชายัญนั้น นางได้อ้อนวอนขอปีกขอหางมาใส่โดยอ้างว่าจะฟ้อนรำให้ชมก่อนตาย และเมื่อได้แล้วนางก็รีบบินหนีกลับเมืองทุมมราช

ครั้นพระสุธนเดินทางติดตามไปจนพบ พญาทุมมราชราชบิดาของนางมโนราห์ได้เนรมิตปีกและหางให้พระสุธนสามารถบินได้อย่างนางกินนารี เพื่อจะได้พากันบินกลับยังเมืองอุตตรปัญจาลนครซึ่งเป็นเมืองเดิมของพระสุธน

การที่พระสุธนบินได้เหมือนกินนารีก็แสดงว่าพระสุธนอยู่ในลักษณะของกินนารอน

อนึ่ง การแสดงของชาวไทใหญ่ที่ใส่ปีกและหางอย่างนกแล้วฟ้อนรำ เรียกกันทั่วไปว่า “ก้านก” คือฟ้อนนก เรียกตัวผู้ฟ้อนว่า “กิงกะหร่า” จะเห็นได้ว่ากิงกะหร่า มีรากศัพท์มาจาก กึ + นรา เช่นกัน เพียงแต่สนธิต่างกัน กล่าวคือ แปลงนิคหิตเป็น ง สะกด แล้วใช้ ก เป็นตัวตาม ส่วน น หายไปเพราะออกเสียงไม่เข้ากัน

นอกจากนี้ ในเอกสารโบราณหรือวรรณกรรมเก่าแก่เรื่องอื่นๆ ยังปรากฏคำว่า “กังรี” และ “กังขารี” ซึ่งถ้าพิเคราะห์ดูก็จะเห็นว่ามาจาก กํ + นรี (กํ – อะไร) ซึ่งมีความหมายไม่แตกต่างจาก กึ + นรี แต่ประการใด •

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...