เปิดทางสู้ ก้าวไกล ในคดียุบพรรค จังหวะก้าวต่อไป แตกสาขาพรรคใหม่
คอลัมน์ : Politics policy people forum
พลพรรคก้าวไกล เตรียมตัวนับถอยหลังสู่หลักประหารทางการเมือง เป็นคำรบ 2
หลังจากก่อนหน้านี้เคยเผชิญเข้าสู่แดนประหารมาแล้ว 1 ครั้ง สมัยพรรคอนาคตใหม่ ก่อนมาเป็นพรรคก้าวไกล
เป็นคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล มีพฤติการณ์กระทําการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย และเข้าลักษณะกระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย
อันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคผู้ถูกร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏตามคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567
นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า คดีของพรรคก้าวไกล จะเสร็จก่อนเดือนกันยายนนี้
พรรคก้าวไกลจึงเหลือเวลาไม่ถึง 60 วัน ในการสู้คดี
ก้าวไกลตั้งหลักสู้ยุบพรรค
บนเส้นทางอันตราย พรรคก้าวไกลได้แถลงข้อต่อสู้ปมยุบพรรคต่อสาธารณะ 9 ข้อ เมื่อ 9 มิถุนายน 2567 เป็นการต่อสู้ทั้ง “ข้อเท็จจริง” และสู้ใน “แท็กติกกฎหมาย”
เช่น สู้ในข้อเท็จจริงว่าการกระทำตามคำวินิจฉัยเมื่อ 31 มกราคม 2567 ใช้เสรีภาพกระทำการล้มล้างการปกครอง ไม่ได้เป็นมติพรรค และเป็นคำวินิจฉัยให้ “หยุดการกระทำ”
“คดีครั้งก่อนเมื่อเดือนมกราคม 2567 บอกว่าการใช้สิทธิเสรีภาพ ‘เพื่อ’ การล้มล้างการปกครอง แต่ปัจจุบันมาตรา 92 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง คือ ‘การกระทำ’ ไม่มีคำเชื่อมใด ๆ ทั้งสิ้น เป็น Action ไปแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่เผื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต”
“พิธา” ยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อ 31 มกราคม 2567 มาอธิบายเพิ่มว่า หากปล่อยให้ผู้ถูกร้องกระทำการต่อไป ย่อมไม่ไกลเกินเหตุ… ที่จะนำไปสู่… จะเห็นได้ว่าเป็นมาตราที่เอาไว้ตักเตือนไม่ให้เหตุมันเกิดขึ้น แต่ พ.ร.ป.พรรคการเมืองมาตรา 92 ขึ้นมาเลยว่า การกระทำล้มล้าง การกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ คือ เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นแล้ว
“ดังนั้น ทั้ง 2 คดีไม่มีความผูกพันกัน และคดีปัจจุบันจำเป็นต้องพิจารณาคดีนี้ใหม่ทั้งหมด ด้วยมาตรฐานที่พิสูจน์ที่สูงกว่าคดีก่อน ถึงจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย”
แท็กติกสู้ในศาล
พรรคก้าวไกลยังสู้ในเชิงแท็กติกว่า กกต.ทำผิดขั้นตอนในการชงเรื่องยุบพรรคขึ้นสู่ศาล โดยเฉพาะ กกต.แนบข้อกฎหมายยุบพรรคก้าวไกล โดยใช้ พ.ร.ป.พรรคการเมืองมาตรา 92 เพียงมาตราเดียว ทั้งที่การร้องยุบพรรคจะต้องยื่นมาตรา 93 เข้าไปด้วย
มาตรา 93 ระบุว่า เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่าพรรคการเมืองใดกระทำการตามมาตรา 92 ให้นายทะเบียนรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมทั้งเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กกต.กำหนด
พิธากล่าวว่า ดังนั้น เมื่อมาตรา 93 กำหนดว่า กกต.ต้องรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 กกต.จึงออกระเบียบเกี่ยวกับการบังคับใช้มาตรา 92 และ 93 ขึ้น โดยสรุปได้ว่าต้องเปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องมีโอกาสรับทราบข้อกล่าวหาและโต้แย้งด้วยหลักฐานในชั้น กกต.
ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้ตั้งคำถามให้พรรคก้าวไกลชี้แจงเป็นหนังสือ ถามว่าพรรคก้าวไกลได้โต้แย้งต่อ กกต. ในประเด็นที่พรรคไม่มีโอกาสชี้แจงในชั้นพิจารณาของ กกต.หรือไม่ พรรคก้าวไกลส่งคำตอบว่า
“เมื่อพรรคก้าวไกลไม่มีโอกาสได้รับทราบข้อกล่าวหาและโต้แย้งในชั้น กกต. จะเป็นไปได้อย่างไรที่พรรคก้าวไกลจะเรียกร้อง กกต.ให้ทำตามกระบวนการ อีกทั้งยังไม่มีกฎหมายใดที่กำหนดหน้าที่ให้พรรคต้องโต้แย้งในกรณีที่ กกต.ไม่ทำตามกระบวนการ”
พิธาบอกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีที่มีความคล้ายคลึงกัน คือ คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่ 15/2553 ศาลรัฐธรรมนูญเองก็เคยยกคำร้องเพราะ กกต.ไม่ทำตามกระบวนการมาแล้ว
เทียบคดียกคำร้อง ปชป.
เทียบคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2553 กรณีใช้เงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองผิดวัตถุประสงค์
ครั้งนั้น ศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้องด้วย 2 ประเด็น คือ หนึ่ง เสียงข้างมาก 4 ต่อ 2 เห็นว่า การยื่นคำร้องตามข้อกล่าวหาคดีนี้ พ้นระยะเวลา 15 วัน ตามที่กฎหมายพรรคการเมือง 2550 มาตรา 93 กำหนด ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของ กกต.ยื่นคําร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน
และฝ่ายข้างมาก 3 เสียง ใน 4 เสียง วินิจฉัยว่านายทะเบียนพรรคการเมืองยังไม่ได้มีความเห็นว่ามีเหตุให้ต้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ ตามมาตรา 93 วรรคสอง และนายทะเบียนพรรคการเมืองยังไม่ได้เสนอขอความเห็นชอบต่อ กกต.แต่อย่างใด กระบวนการยื่นคำร้องขอให้ยุบพรรคผู้ถูกร้องจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
แตกแบงก์พัน-พรรคสำรอง
Worst Case พรรคก้าวไกลเตรียมแผนตั้งพรรคสำรอง หากการยุบพรรคเกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ไม่เซอร์ไพรส์อีกต่อไป
“ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า บอกว่า แกนนำของพรรคก้าวไกลก็มีประสบการณ์มาตั้งแต่สมัยยุบพรรคอนาคตใหม่ แน่นอนว่าต้องสู้คดีอย่างเต็มที่ในทางกฎหมาย แต่ในทางการเมืองที่ต้องมีการตระเตรียมในอนาคต ก็คงเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว
“ยืนยันว่าระหว่างนี้พรรคก้าวไกลคงไม่เสียสมาธิ ตั้งอกตั้งใจทำงานในฐานะ สส. ส่วนการตั้งพรรคสำรองนั้น เป็นธรรมดา ประเทศนี้ยุบกันมาไม่รู้กี่พรรคต่อกี่พรรค แต่ละพรรคก็ต้องเตรียมเรื่องพวกนี้ไว้”
นอกจากแผนตั้งพรรคสำรอง แหล่งข่าววงใน ก้าวไกล-ก้าวหน้า วิเคราะห์ผลกระทบหากยุบพรรคว่า ขณะนี้มีความเป็นไปได้ที่พรรคก้าวไกลจะถูกยุบอยู่ที่ 50 : 50 เพราะผู้มีอำนาจอาจต้องการเก็บพรรคก้าวไกลไว้คานอำนาจกับฝ่ายพรรคเพื่อไทย ด้วยปัจจัยการเคลื่อนไหวของ “นายใหญ่”
และหากการเคลื่อนไหวแก้ไขกฎหมายที่แหลมคม กลายมาเป็นเชื้อไฟให้พรรคก้าวไกลถูกยุบ
หนึ่งในทางเลือกจากนี้ คือ เกมแตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย เหมือนที่พรรคเพื่อไทยแตกแบงก์พันมาเป็นพรรคไทยรักษาชาติ พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ เข้าทำนองพรรคหนึ่งเป็นพรรคหลักในสภา อีกพรรคเป็นพรรคที่ผลักวาระที่แหลมคม
เปิดแนวรุก-รบใหม่ แตะให้ถึง แต่ฟ้องไม่ได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดทางสู้ ก้าวไกล ในคดียุบพรรค จังหวะก้าวต่อไป แตกสาขาพรรคใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net