โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ศาลชี้พยานคดีหวย 30 ล้าน พิรุธเพียบ-ทนายครูปรีชา ลั่นสู้ต่อ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 08 มิ.ย. 2565 เวลา 05.13 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2565 เวลา 05.13 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

สำนักข่าวไทย 8 มิ.ย.-เปิดคำพิพากษาศาลฎีกายกฟ้องคดีหวย 30 ล้าน ชี้ชัดพยานบุคคลและพยานหลักฐานที่ "ครูปรีชา" นำสืบ มีข้อพิรุธน่าสงสัย ขัดแย้งกับข้อมูลที่ได้จากโทรศัพท์มือถือและคลิปเสียงการสนทนา ซึ่งเป็นพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ขณะที่ทนายความของครูปรีชา ออกมาตอกย้ำคดียังไม่จบแค่นี้ แต่เพิ่งเดินมาถึงแค่ครึ่งทางเท่านั้น

หลังจากที่วานนี้ (7 มิ.ย.) ศาลจังหวัดกาญจนบุรีอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีที่นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง เป็นโจทก์ ฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ อดีตข้าราชการตำรวจ เป็นจำเลยในข้อหายักยอกทรัพย์สินหายและข้อหารับของโจร โดยโจทก์ฟ้องว่าจำเลยนำสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 533726 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย. 2560 จำนวน 5 ใบ ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 รวมมูลค่า 30 ล้านบาท ที่โจทก์ซื้อจากแม่ค้าในตลาดเรดซิตี้และทำหล่นหายเมื่อวันที่ 31 ต.ค.60 ไปขึ้นเงินรางวัลที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่พิพากษายืน ให้ยกฟ้องตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 7 นั้น มีคำวินิจฉัยที่น่าสนใจในประเด็นต่างๆ หลายประเด็น เช่น ประเด็นพยานบุคคลที่โจทก์นำสืบ ศาลฎีกาเห็นว่าแม้โจทก์มีพยานบุคคลหลายปากมาเบิกความยืนยันและสนับสนุนถึงเหตุการณ์ที่โจทก์ไปรับสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลที่หนึ่งที่ตลาดเรดซิตี้ ในวันที่ 31 ต.ค.2560 อย่างสอดคล้องต้องกันก็ตาม แต่คำเบิกความของพยานโจทก์ดังกล่าวขัดต่อสภาพความเป็นจริงของเหตุการณ์ที่ควรจะเป็นอย่างเห็นได้ชัดและเป็นพิรุธ

ประกอบกับได้ความว่าโจทก์เดินทางไปตลาดเรดชิตี้และกระทำกิจกรรมลักษณะเดียวกันในตลาดบ่อยครั้ง และพยานโจทก์ส่วนมากมาเบิกความต่อศาลหลังเกิดเหตุแล้วเป็นเวลานาน อาจเป็นเหตุให้พยานโจทก์สับสนเกี่ยวกับวันที่พบเห็นพูดคุยกับโจทก์และจดจำเหตุการณ์คลาดเคลื่อนไปก็เป็นได้

นอกจากนี้ ยังได้ความจาก ร.ต.อ.จิรยุทธ์ ตอบทนายจำเลยถามค้านว่า พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เรียกสำนวนการสอบสวนคดีเรื่องนี้ไปตรวจหลายครั้งและบอก ร.ต.อ.จิรยุทธ์ว่า เกลาให้มันกลม เพื่อให้คำให้การของพยานบุคคลสอดคล้องเป็นเรื่องเดียวกันทั้งหมด หลังจากนั้น โจทก์ น.ส.รัตนาพร และ น.ส.พัชริดา ก็มาขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำให้การอีกหลายครั้งเพื่อให้ข้อเท็จจริงสอดคล้องกัน นับเป็นอีกเหตุหนึ่งที่ทำให้พยานบุคคลของโจทก์มาเบิกความในชั้นพิจารณาได้สอดคล้องต้องกัน พยานบุคคลของโจทก์จึงไม่อาจรับฟังเป็นความจริงได้

ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์กับ น.ส.รัตนาพร ซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลทางแอปพลิเคซันไลน์ เมื่อ น.ส.รัตนาพร ได้กำหนด หมาย และทำการคัดเลือกสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลที่หนึ่ง ซึ่งลงท้ายด้วยเลข 26 แยกมาจากสลากกินแบ่งรัฐบาลฉบับอื่นแล้ว ย่อมเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 460 สัญญาซื้อขายจึงเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ตามมาตรา 453 กรรมสิทธิ์ในสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลที่หนึ่งย่อมตกเป็นของโจทก์ตามมาตรา 458 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาจะเกิดขึ้นเมื่อฝ่ายหนึ่งแสดงเจตนาทำคำเสนอ และอีกฝ่ายหนึ่งแสดงเจตนาสนองรับคำเสนอถูกต้องตรงกัน คำเสนอจึงต้องมีข้อความชัดเจนเพียงพอที่จะถือเป็นข้อผูกพันในสัญญาได้ สำหรับสลากกินแบ่งรัฐบาลมีหมายเลข 6 หลักเป็นเกณฑ์ชี้ขาดในการถูกรางวัลสำคัญ และกรณีที่ขายสลากเป็นชุดประกอบด้วยหมายเลข 6 หลักตรงกันหลายฉบับ มักจะขายเกินกว่าราคาที่ระบุไว้หน้าสลาก

ดังนั้น คำเสนอในการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบเป็นชุด อย่างน้อยจะต้องปรากฎหมายเลข 6 หลักและราคาที่จะซื้อขายอยู่ด้วย การที่โจทก์สั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเลขท้าย 2 ตัว หมายเลข 26 จาก น.ส.รัตนาพร เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2560 นั้น พบว่าไม่มีรายละเอียดชัดเจนพอที่จะถือว่าเป็นคำเสนอได้ คงเป็นเพียงการแจ้งความประสงค์ของโจทก์ให้ทราบว่า ต้องการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเลขท้าย 2 ตัว หมายเลข 26 เพื่อให้ น.ส.รัตนาพร จัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาลที่มีหมายเลขดังกล่าวมาเสนอขายโจทก์เท่านั้น

การที่ น.ส.รัตนาพร ได้คัดเลือกสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่เลขท้าย 2 ตัว หมายเลข 26 แยกมาจากสลากกินแบ่งรัฐบาลฉบับอื่นเพื่อเตรียมไว้ขายให้โจทก์ จึงไม่ทำให้เกิดสัญญาซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดดังกล่าวระหว่างโจทก์กับ น.ส.รัตนาพร อันจะทำให้กรรมสิทธิ์ในสลากกินแบ่งรัฐบาลตกเป็นของโจทก์ดังที่โจทก์ฎีกาแต่อย่างใด

พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมามีข้อพิรุธน่าสงสัย ทั้งยังขัดแย้งกับข้อมูลการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่และไฟล์เสียงการสนทนาที่คัดลอกมาจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ของโจทก์กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์หลายประการ ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่า โจทก์ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลที่หนึ่งจาก น.ส.รัตนาพร

ดังนั้น สลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่จำเลย(หมวดจรูญ) นำไปรับเงินรางวัล ย่อมไม่ใช่ทรัพย์สินของโจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและพิพากษายกฟ้องต้องกันมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

ทางด้านนายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความของครูปรีชา หลังจากทราบเรื่องศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “คดีหวย 30 ล้าน เพิ่งถึงครึ่งทางเอง ถามนักกฎหมายดูได้ครับ อย่าด่วนสรุป จะรีบลุกไปไหน คอยชมไปเรื่อยๆ #ความจริงคือความจริง”.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...