โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

17 พลังหญิงแท็กทีมล่าหนุ่มลวงยศ 100 อาชีพ เชิดรถ 50 ล้าน อึ้ง 1 คนโดน 5 คัน

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 03 ก.ค. 2566 เวลา 19.41 น. • RS PCL

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 ก.ค. ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน กทม.

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคมพร้อมผู้เสียหาย เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผู้บังคับการปราบปราม เพื่อขอให้ติดตามจับกุมตัวนาย "เต้ จิรากร" มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากกรณีที่ผู้เสียหายถูกนายจิรากร เข้ามาตีสนิทอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. นอกเครื่องแบบ และประกอบธุรกิจส่วนตัวปล่อยรถให้เช่า หลอกคบหาเป็นแฟน และให้ช่วยเช่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ป้ายแดง คนละ 5-6 คัน โดยอ้างว่าทำธุรกิจปล่อยเช่ารถ แล้วเชิดรถหลบหนีไป จนทำให้ผู้เสียหายถูกฟ้องร้อง ถูกดำเนินคดีมีผู้เสียหายเป็นหญิงเบื้องต้น 17 คน มูลค่าความเสียหายเกือบ 50 ล้านบาท

3 ผู้เสียหายจาก 17 ราย ที่ถูกผู้ชายคนหนึ่งอ้างตัวเป็นตำรวจ ปส.และข้าราชการหลายแห่ง หลอกมาตีสนิทแล้วให้ไปออกรถยนต์ป้ายแดง ก่อนจะนำไปขายต่อ นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อให้สืบสวนดำเนินคดี หลังมีผู้เสียหายถูกหลอกในลักษณะเดียวกันเบื้องต้นแล้วกว่า 20 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท

น.ส.เวียร์ อายุ 32 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า รู้จักกับนายเต้ จิรากร ผ่านทางแอพพลิเคชั่นหาคู่ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตำรวจได้มาตีสนิทชักชวนให้ไปร่วมธุรกิจหลายอย่าง เช่น ร้านอาหาร และธุรกิจเช่ารถยนต์ โดยอ้างว่าตัวเองไม่สามารถออกรถยนต์ได้ เพราะติดเครดิตบูโร จึงมาให้ตนมาออกรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ให้ จากโชว์รูมต่างๆ อ้างว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการเช่ารถ ตนถูกนายเต้ จิรากรหลอกให้ไปออกรถยนต์ 6 คัน จากนั้นก็ตีตัวออกห่างไป ทำให้ต้องเป็นหนี้จากไฟแนนซ์กว่า 5 ล้านบาท

ด้าน น.ส.หนึ่ง อายุ 29 ปีเล่าว่าผู้ชายคนนี้เข้ามาจีบตั้งแต่ธันวาคมปี 2564 ตกลงเป็นแฟนกันตั้งแต่สองเดือน เขาอ้างว่าเป็นพนักงานฉุกเฉินทางการแพทย์ และยังทำธุรกจิส่วนตัวผักปลอดสารพิษ ทำธุรกิจเช่ารถ เปิดร้านอาหาร เปิดร้านเหล้า โดยเต้มาชวนทำธุรกิจเช่ารถ เห็นว่าโปรไฟล์ดีจึงเชื่อใจ หลังจากนั้นก็บอกให้ตนดาวน์รถ โดยเจ้าตัวออกรถให้ 4 คัน จยย.อีก 2 คัน ตอนนี้เดือดร้อนมาก ตอนที่รู้ว่าโดนหลอกบอกพี่สาวได้เพียงคนเดียว ก่อนนำเรื่องไปแจ้งความ สภ.เมืองขอนแก่น แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ ลงบันทึกประจำวัน โดยเจ้าหน้าที่แนะนำให้ไกล่เกลี่ย

โดยรถที่ซื้อเป็นชื่อตน แต่ตำรวจไม่ทำอะไรให้จนรถหายสืบไปสืบมาจึงได้รู้ว่าคนอื่นก็โดนหลอก จึงแท็กทีมกันมาหาทนายรณรงค์

ด้านน.ส.แอน ซึ่งไปดาวน์รถมาแล้วสุดท้ายรถหายไปเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งหมดเสียรถยนต์ไป 4 คัน บิ๊กไบค์อีก 3 คัน มูลค่าความเสียหายทั้งหมดกว่า 5 ล้านบาท

ด้านเอมอรก็เป็นอีก 1 ในผุ้เสียหายบอกว่าผู้ก่อเหตุดูไม่สำนึกผิดที่ออกมาหลอกคนอื่นซ้ำๆ และมักอ้างว่าเป็นการให้ด้วยการเสน่หา ส่วนตัวเชื่อว่ามีผู้ร่วมขบวนการ เพราะความเสียหายรถรวมเกือบ 30 คันไม่น่าจะทำคนเดียวได้ ตนเองคนเดียวโดนหลอกรถยนต์ 4 คัน จยย. 1 คัน รวมกว่า 6 ล้าน 8 แสนบาท

ทีมข่าวและผู้เสียหายเดินทางไปยังบ้านของนายเต้ ได้พบกับคุณแม่ ซึ่งแม่ได้เปิดใจว่ามีผู้เสียหายมาตามแบบนี้หลายคนแล้ว ลูกชายเคยติดคุกมาแล้ว 2 ครั้งคดีฉ้อโกง ซ้ำร้ายพ่อแท้ๆ ยังโดนลูกชายหลอกให้กู้เงินแล้วไปปล่อยต่อ และยังเอารถของที่บ้านไปอีก ทำให้พ่อเครียดจนฆ่าตัวตายเมื่อปี 2558 สุดท้ายอยากให้ลูกมอบตัวรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำ ไม่ต้องมาบอกให้แม่ช่วยเหลือ เพราะแม่ก็ไม่มีเงินแล้ว

และทีมข่าวยังไม่พบกับผู้เสียหายอีก 1 คน รายนี้เป็นผู้ชายชื่อคุณกิตติพงษ์โดนหลอกให้ลงทุนทำรถเช่าและเช่าแท็กซี่ รวมถึง หลอกให้ใช้ชื่อจัดตั้งบริษัท โดยพฤติการณ์จะคล้ายๆกันเอาเรื่องรถเช่ามาอ้างหลอกให้ลงทุน ซึ่งแรกๆตนก็ได้ค่าตอบแทนดี แต่เมื่อผ่อนรถหมด กลับพบว่ารถนั้นเป็นรถเช่ามาอีกทีทำให้ไม่สามารถโอนเป็นชื่อตนเองได้ แล้วแม่ตนก็โดนหลอกเหมือนกัน ทำให้ต้องไปแจ้งความ ไว้ถึง 3 คดี ความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท

โดยตนเองหลงเชื่อเพราะผู้ก่อเหตุมีการพูดจาที่น่าเชื่อถือ แล้วยังอ้างว่าขับรถให้นายที่ DSI จึงทำให้เสียรู้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...