ชีวิตพลิกผันหลังพ่อป่วย หนุ่มม.ปลายเดินเท้าไปเรียนวันละ 16 กม. แทบขาดใจ-แต่ไม่เคยลาหยุด
โลกโซเชียลแห่ให้กำลังใจ หนุ่มม.ปลายชาวอินโดนีเซียชีวิตพลิกผัน หลังพ่อที่เป็นเสาหลักครอบครัวล้มป่วยกะทันหัน ลำบากจนต้องเดินไป-กลับโรงเรียน 16 ก.ม. โดยไม่เคยขาดเรียนตลอด 2 ปี
เหตุการณ์น่าสะเทือนใจเกิดขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซีย เด็กชายอายุ 16 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองตันเกอรังใต้ จังหวัดบันเติน การไป-กลับโรงเรียนของเขาอาศัยเดินเท้าแม้ว่าระยะทางจะรวมกว่า 16 กิโลเมตร เนื่องจากครอบครัวลำบากทางการเงินเกินกว่าจะจ่ายค่าเดินทางให้ได้
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 พ.ค.66 ที่ผ่านมา ผู้ใช้บัญชีติ๊กต็อกชื่อว่า @terdalam_ ได้เผยแพร่คลิปที่ต่อมากลายเป็นไวรัลหลังจากวิดิโอความยาว 4 นาที กับอีก 30 วินาที จะะได้ยินการบอกเล่าประสบการณ์ชีวิตที่น่าเห็นใจของเด็กหนุ่มอายุ 16 ปี ชาวอินโดนีเซียรายนี้
ภาพประกอบ
โดยในคลิปเด็กชายได้เล่าว่า ที่บ้านของเขามีพ่อเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันพ่อของเขาป่วยเป็นโรคหลอดเลือดในสมอง และไม่สามารถทำงานหาเลี้ยงครอบครัวได้ ชีวิตของเขาจึงพลิกผันในทันที เพราะตัวเขาไม่สามารถจ่ายค่าเล่าเรียนของโรงเรียนเอกชนได้ จึงต้องย้ายไปเรียนที่โรงเรียนของรัฐที่ห่างไกล และจำเป็นต้องเดินไปและกลับจากโรงเรียนเพื่อประหยัดค่าเดินทาง
เด็กชายยังเล่าต่ออีกว่า โรงเรียนมัธยมที่เขากำลังศึกษาอยู่นั้นห่างจากบ้านของเขา 8 กิโลเมตร ดังนั้นเขาต้องเดินไปและกลับจากสถานที่ทั้งสองแห่งรวม 16 กิโลเมตรทุกวันใช้เวลารวมมากกว่า 3 ชั่วโมง แม้เส้นทางไปเรียนจะไกลแต่เขาก็ยังยืนหยัด และไม่เคยขาดเรียนเลยตลอด 2 ปี
ภาพประกอบ
อย่างไรก็ตาม กระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ เนื่องจากมีอาการไม่สบายทางร่างกายอยู่ก่อนแล้ว ทำให้เขาเกือบหมดสติไประหว่างทางกลับบ้าน ผู้ที่สัญจรไปมาเห็นเด็กสวมชุดนักเรียนนั่งพักอยู่ริมถนน จึงเข้ามาสอบถามพร้อมกับให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้ยังได้มีคนถ่ายคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวไปโพสต์บนโลกออนไลน์ พร้อมกับเรื่องเล่าชีวิตของเขาจนกลายเป็นไวรัล
ทั้งนี้ ล่าสุดหลังจากคลิปกลายเป็นไวรัล รองนายกเทศมนตรีเมืองตันเกอรังใต้ ได้รับรู้เรื่องราวของเขาแล้ว และได้เดินทางมาเยี่ยมที่บ้าน พร้อมมอบจักรยานให้ใช้สำหรับเดินทาง และทุนการศึกษาเพื่อช่วยให้เขาเรียนจบ
นอกจากนี้ คนที่ดูจะดีใจจนสุขพ้นล้นปรี่กว่าใคร เห็นจะเป็นคุณพ่อของเด็กหนุ่มรายนี้ ที่นับแต่นี้ไปอย่างน้อยๆ ก็อุ่นใจได้ว่า หากวันใดตนเองต้องลาจากโลกนี้ไป ลูกชายของเขาคงมุมานะเล่าเรียนไม่ขาดสาย จะได้ศึกษาจนมีวุฒิบัตรไปสมัคงานจนมีหน้าที่การงานดีๆ ทำในอนาคต ไม่ต้องลำบากเฉกเช่นปัจจุบัน