โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนคุยกับ ‘หมู-ธิดา’ Doc Club & Pub เมื่อพื้นที่ฉายหนังคือเวทีแห่งความคิดของผู้คน

ONCE

อัพเดต 01 มิ.ย. 2566 เวลา 09.10 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2566 เวลา 00.00 น.

หนังบางเรื่อง ดูคนเดียวกลับซึ้งกินใจ แต่กับหนังบางเรื่องอาจต้องการเพื่อนร่วมทางไว้พูดคุย กะเทาะนัยภาษาหนังเพื่อแตกประเด็น ไปสู่การเปิดประตูมองแง่มุมชีวิตอีกหลายๆ ด้าน เพราะแบบนี้การมีอยู่ของ Doc Club & Pub จึงได้สร้างบรรยากาศการดูหนังที่เป็นกันเอง ชนิดที่สามารถหยิบเครื่องดื่ม ขนมเข้าไปนั่งกินในโรงหนังได้ มีพื้นที่ด้านหน้าโรงฉายให้คนดูจบแต่อารมณ์ยังค้างนั่งถกเรื่องหนังที่สามารถต่อยอดไปสู่การเปิดการรับรู้แง่มุมอื่นๆ ได้อย่างไม่รู้จบ นอกจากนี้ ถ้าอยากมานั่งกิน ดื่มชิลล์ๆ หรือนั่งทำงานเงียบๆ สเปซของที่นี่ก็พร้อมต้อนรับเสมอ

เพราะหลงใหลในหนังนอกกระแสและหนังสารคดีทำให้ หมู - สุภาพ หริมเทพาธิป และ ธิดา - ผลิตผลการพิมพ์ ยืนอยู่ในวงการหนังมาอย่างยาวนาน ทั้งเคยทำ Bioscope นิตยสารที่พูดคุยเกี่ยวกับหนัง ก่อนจะผันตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง Documentary Club เพื่อคัดสรรหนังสารคดีเข้ามาจัดฉายในพื้นที่ต่างๆ และได้ขยายมาเป็น Doc Club & Pub พื้นที่ฉายหนังที่ตั้งเป็นหลักเป็นแหล่งบนชั้น 2 ของตึก Woof Pack ก็เพื่อให้เกิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างจริงจัง

เราเลยขอชวนทั้งสองมาพูดคุยตามภาษาคอคนรักหนังเหมือนกัน ไปจนถึงแง่มุมคนทำโรงหนังที่ต้องการผลักดันพื้นที่แลกเปลี่ยนทางความคิดของทั้งคู่กัน

• อยากให้พูดถึงเสน่ห์ของหนังนอกกระแสและหนังสารคดีให้ฟังหน่อย

ธิดา : เวลาเราดูหนัง เราจะเห็นวิธีการเล่า ภาษาที่ใช้จะแตกต่างจากหนังทั่วไปที่เราเห็นในโรง ศิลปะบนภาพยนตร์มีทั้งภาพ เสียง และการลำดับภาพที่สามารถเล่าออกมาได้หลายแบบ มีวิธีสร้างอารมณ์ความรู้สึกได้หลากหลาย บางเรื่องดูไม่รู้เรื่อง เข้าใจยาก แต่สำหรับเรามันตื่นเต้นและท้าทายนะ มันรู้สึกว่าคนสร้างอยากบอกอะไร ต้องการอะไรจากเรา ดูจบไปตามอ่านเพิ่มเติม เราก็จะยิ่งรู้สึกคุ้นเคยกับสิ่งใหม่ๆ ที่ได้รับ อันนี้สำหรับหนังนอกกระแสที่เล่าต่างไปจากหนังในกระแสหลักนะ ส่วนหนังสารคดีก็ให้ความน่าตื่นเต้นอีกแบบ มันบันทึกสิ่งที่มีอยู่จริง บุคคลจริงๆ เปิดโลกกว้าง เพราะหลายๆ ครั้งเขาก็เล่าเรื่องที่มันพ้นไปจากสิ่งที่เรารู้จัก

ธิดา - ผลิตผลการพิมพ์

• จุดเริ่มต้นของ Doc Club & Pub เห็นว่ารับช่วงต่อจาก Bangkok Screening Room ?

ธิดา : ก่อนทำ Doc Club & Pub เราทำนิตยสาร Bioscope เราก็พยายามจัดสเปซฉายหนังแล้วชวนเพื่อนๆ มาดู มานั่งคุย บางครั้งก็มีคนทำหนัง คนวงนอกวงในมานั่งดูหนังเพื่อคอมเมนต์ เราเลยอยากจัดสเปซแบบนี้ออกมาอีกเรื่อยๆ เพราะเราโตมากับวัฒนธรรมการดูหนังแบบนี้ คุ้นชินการดูหนังกับกลุ่มคนที่สนใจอะไรคล้ายๆ กัน เวลาดูจบแต่เราไม่จบเนี่ย มันเกิดการพูดคุย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้การดูหนังมันสนุกนะ ทีนี้ช่วงนั้นเราก็มองหาพื้นที่ไว้หลายๆ ที่ ซึ่งพอดีว่าทาง Bangkok Screening Room เขาจะเลิกทำพอดี ด้วยความที่เขากับเราสนิทกัน เขาก็ถามว่า สนใจทำที่นี่ต่อไหม พอเราเห็นว่าพื้นที่ค่อนข้างพร้อม เราก็โอเค ลองดูละกัน

• เสน่ห์ในฉบับของ Doc Club & Pub?

ธิดา : ส่วนหนึ่งยกให้ Bangkok Screening Room เขาทำสเปซไว้ดี มีความประณีต เฟอร์นิเจอร์ ห้องดูหนังเรารู้สึกได้ว่าเขาตั้งใจและทำออกมาได้ดี พอเรามาทำ เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายของเราเน้นคนไทย ซึ่งแตกต่างจากเขา เราก็ปรับลดราคาตั๋วหนังตามที่คนไทยคุ้นเคย แสง สีของสเปซดูเข้าถึงง่าย มีอาหาร เครื่องดื่มที่ชัดเจน ถ้าถามถึงเสน่ห์เราอยากให้ถามลูกค้านะ แต่สำหรับเรามันเหมือนกับการเพิ่มทางเลือกที่นอกเหนือออกไปจากโรงหนังกระแสหลัก ถ้าดูหนังเสร็จยังไม่อยากกลับก็มานั่งกินดื่มกับเพื่อน คุยเรื่องหนังหรือเรื่องอื่นๆ หรือไม่ต้องดูหนังก็ได้ แวะมานั่งเรียนนั่งทำงาน กินดื่มชิลล์ๆ ก็ได้ เราอยากให้ที่นี่เป็นสเปซที่มีกิจกรรมหลากหลาย การดูหนังที่ให้ความเป็นกันเอง ให้อารมณ์ดูหนังที่บ้านกับเพื่อนกับครอบครัวก็ได้

หมู - สุภาพ หริมเทพาธิป

หมู : เราไม่อยากจำกัดตัวเองว่าเป็นโรงหนัง มันดู formal ไป เราเป็นพื้นที่ฉายหนังมากกว่า เพราะเราค้นพบว่า ช่วงที่ทำ Documentary Club พาหนังไปฉายตามพื้นที่ต่างๆ หลายที่เลยไม่ได้เป็นโรงหนัง เป็นแค่ตึก ฉายหนังข้างตึก โกดัง ในสวน แต่มันทำหน้าที่ของมัน ฉายหนังแล้วบรรยากาศบริเวณนั้นเอื้อต่อการพบเจอกลุ่มคนที่พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน นำพาให้เกิดความเข้าใจกันทางความคิด ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเรามาก ด้วยความที่เราเติบโตมากับบรรยากาศการดูหนังแบบนี้ เราเลยอยากให้ที่นี่เป็นไปในแบบนั้น

• เพราะอะไรถึงตัดสินใจเปิดพื้นที่เพื่อฉายหนังสารคดีและหนังนอกกระแส ทั้งๆ ที่กลุ่มคนดูไม่ค่อยเยอะเท่าหนังในกระแสหลัก?

หมู : จริงๆ ตอนที่ทำนิตยสาร Bioscope เราก็มองแค่ว่า มันเป็นนิตยสารหนังที่พูดคุยกับคนกลุ่มหนึ่ง เราแค่ทำหนังสือเพื่อตอบสนองกลุ่มคนที่สนใจจำนวนเท่านี้ แล้วไปได้ในตลาด ลองประเมินความน่าจะเป็นไปได้ เช่นเดียวกันกับการฉายหนัง ก่อนจะมาทำ Doc Club & Pub เราเคยจัดฉายหนังสารคดีให้กับสำนักงานส่งเสริมกิจการเพื่อสังคมซึ่งทำให้เรามองเห็นภาพว่ามีคนที่สนใจประมาณเท่านี้นะ ผนวกกับคนที่จริงจังกับหนังสารคดีจริงๆ ยังไม่มี ถ้ามันมีคอนเทนต์ประมาณนี้ มีความจับใจ มีเรื่องให้คนดูเข้าถึงได้ มันก็น่าลองเอามาจัดฉายดูนะ

• จริงหรือเปล่าที่หนังนอกกระแสและหนังสารคดีเป็นหนังดูยาก แล้วจะดูอย่างไรให้เข้าใจ

หมู : ดูให้เข้าใจอาจจะไม่ใช่สาระสำคัญ ในเบื้องต้นอยากให้ดูแล้วสนุกมากกว่า สนุกไปกับวิธีการเล่า วิธีที่เขาเลือกนำเสนอ หรือกับหนังสารคดีมันจะพาเราไปสำรวจแง่มุมต่างๆ พาไปพบเจอเรื่องราวในโลกที่อยู่นอกเหนือการรับรู้ของเรา มันสร้างความตื่นเต้น จะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ ค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์ไป เหมือนกับการอ่านหนังสือบางเล่มก็อ่านไม่รู้เรื่อง พอมาวันหนึ่งเปิดอ่านอีกที เฮ้ย มันเป็นอีกเรื่องเลย พอเข้าใจมากขึ้น มันทำให้เราได้สำรวจตัวเราเองด้วย ถ้ามัวแต่กังวลว่าจะต้องดูให้รู้เรื่อง มันจะดูไม่สนุก และไม่รู้เรื่องจริงๆ เลยนะ

ธิดา : ความคิดที่ว่า ‘ดูหนังต้องรู้เรื่อง’ อาจจะเพราะเราคุ้นเคยกับวิธีการเล่าจากหนังกระแสหลัก หรือแบบหนังฮอลลีวูดที่เล่าแบบมีโครงสร้างชัดเจน ปูเรื่อง เผยความขัดแย้ง จุด climax คลี่คลาย เลยคิดว่าหนังทุกเรื่องต้องเล่าแบบนี้ อันนี้ก็ไม่ผิด เข้าใจได้ แต่จริงๆ มันเป็นวิธีการเล่าหนังประเภทหนึ่งเท่านั้น ตัวหนังมันใช้ภาพและเสียง คนทำหนังมีอิสระที่จะถ่ายทอดออกมาแบบไหนก็ได้ บางเรื่องก็จับพล็อตไม่ได้แต่เน้นความรู้สึก วิธีดูหนังให้สนุกคือปล่อยให้หนังพาตัวเราไป ไม่ต้องไปคิดว่าเขาเล่าอะไรแต่ให้เขาพาเราไป แล้วเราจะสนุกไปกับหนังเอง ส่วนไหนไม่รู้เรื่องค่อยมาตามอ่านหรือฟังคนอื่นเอาทีหลัง เราจะค่อยๆ เข้าใจมากขึ้น ดูหนังของผู้กำกับคนนี้ ก็จะรู้จักเขามากขึ้น มองเห็นเหตุผลที่ว่าทำไมผู้กำกับชอบสื่ออารมณ์แบบนี้ ประเด็นนี้ขึ้นมา

• การจัดฉายหนังที่ผ่านมาพอทำให้เห็นได้ว่าจริงๆ แล้วก็ยังมีคนที่ต้องการดูหนังที่นอกเหนือไปจากหนังกระแสหลักมากขึ้นเรื่อยๆ เพียงแต่ยังไม่ค่อยมีพื้นที่ให้กับพวกเขา?

ธิดา : เราเห็นได้จากการฉายหนัง After Sun เลยว่ามีคนรุ่นใหม่ กลุ่มใหม่ๆ พร้อมเปิดใจดู ไม่ได้มาตั้งคำถามไปก่อนว่า นี่หนังอะไรวะ ตอนเราทำงานกับเพื่อนๆ ที่มีสเปซในพื้นที่อื่นๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนเลย ก็คือพื้นที่ในภาคใต้ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าจะไปฉายหนังในโรงนั้นยากมากกว่าจะได้ฉาย เพราะทางใต้เขาจะไม่เลือกหนังแปลกๆ เด็ดขาด เขาอาจจะคุ้นเคยกับคนดูหลักของเขา แต่ After Sun ด้วยความที่เรื่องนี้มีกระแสเลี้ยงมาดี พอได้ไปเดินรอบฉายในสเปซที่หาดใหญ่ สงขลา ตรัง ปัตตานี ในสเปซเล็กๆ รับคนได้ 20-30 คน มันอาจจะไม่ได้เยอะแต่ทุกที่คือเต็มเร็วมาก มันก็บอกได้ว่ามีคนดูนะ มันไม่จริงเลยที่จะบอกมาว่า ก็คนที่นั่นไม่ดู เราคิดว่าในยุคนี้มีกลุ่มคนใหม่ๆ ที่พร้อมจะเปิดรับและดูอะไรที่หลากหลาย นอกเหนือจากหนังกระแสหลักมันมี แล้วก็จะมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

หมู : ประเด็นก็คือพื้นที่เหล่านี้ต้องการความต่อเนื่อง มันจะค่อยๆ สร้างกลุ่มคนที่สนใจในวัฒนธรรมการดูหนังในพื้นที่ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ฐานเหล่านี้จะทำให้กลุ่มคนมาแลกเปลี่ยน พูดคุย เชื่อมโยงในเรื่องอะไรก็ได้ มันก็จะกลายเป็นกลุ่มคนที่ขับเคลื่อนในพื้นที่ต่างๆ เหล่านั้น

• ในขณะที่ยุคนี้มี streaming หนังให้เลือกดูมากมาย อะไรที่ทำให้คนยังเลือกเข้ามาดูหนังในโรง?

หมู : จริงๆ แล้วดูหนังเอาคอนเทนต์จะดูที่ไหนก็ได้ เปิดคอม ดูในมือถือก็ได้ แต่สไตล์การดูหนังที่เป็นไฟมืดๆ เสมือนอยู่คนเดียวที่แวดล้อมไปด้วยผู้คนรอบข้าง ต่างรอบ ต่างพื้นที่ ต่างเวลา มันเป็นประสบการณ์การดูที่มีบริบทอื่นมาแวดล้อมคน ผมว่ามันหาที่เป็นแบบนี้ไม่ได้

ธิดา : หนังเนี่ยบางครั้งมันเป็นเรื่องของบรรยากาศและผู้คนที่ทำให้เราดูสนุก อยู่บ้านร้องไห้คนเดียวก็อาจจะไม่ฟินเท่าร้องไห้กับคนอื่น มันเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกร่วมเลย (หัวเราะ)

• คิดว่าคุณค่าของภาพยนตร์และวัฒนธรรมการดูหนังสำคัญอย่างไร ทำไมถึงควรแทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคน?

ธิดา : เอาจริงๆ ไม่ต้องเป็นหนังก็ได้นะ แต่เป็นอะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรม หรือสิ่งที่เปิดโลกทัศน์ให้เราได้มีด้านอื่นนอกจากการทำมาหากิน อย่างการได้ซึมซับวิถีชีวิตคนอื่น หรือซึมซับความสวยงามของภาพ เสียงเพลง ดนตรี ความรู้ใหม่ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญของวิถีชีวิตคนที่รัฐต้องเข้ามาซัพพอร์ตและเกื้อหนุน สังคมหรือประเทศที่เห็นความสำคัญของคุณภาพชีวิตคน เขาจะไม่มองว่าศิลปวัฒนธรรมเป็นส่วนเกิน หรือกลายเป็นเรื่องที่ถ้าคุณรวย ว่าง คุณมีเวลา ก็เข้าถึงมันได้ ถ้าไม่มีเวลาก็ต้องนั่งทำมาหากินต่อไป เราคิดว่าสังคมไทยยังมีความคิดอยู่ในกรอบนี้อยู่ ดังนั้นเราควรจะมีชีวิตเพื่อทำงานแล้วควรจะมีชีวิตเพื่อเสพความงดงามของโลกด้วย สังคมที่ดีต้องทำให้สิ่งเหล่านี้มันไปด้วยกัน ถ้าถามว่าสำคัญยังไง มันสำคัญไม่ได้ต่างไปจากอย่างอื่นในชีวิต เพียงแต่สังคมไทยมองว่ามันเป็นสิ่งเกินเลย (หมูพยักหน้าเห็นด้วย)

คงจะดีไม่น้อยว่าในอนาคตอันใกล้ ประเทศไทยเราจะมีสเปซอีกหลายๆ ที่ ยิ่งกว่านั้นเราคาดหวังถึงพื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการทำกิจกรรมทางศิลปะ และเอื้อต่อการเชื่อมโยงของผู้คนในแบบที่เข้าถึงง่าย เพราะอย่างที่ธิดาบอก สิ่งเหล่านี้คืออีกหนึ่งคุณค่าของชีวิตที่มนุษย์ควรได้รับอย่างเท่าเทียมกัน

การดูหนังที่นอกเหนือไปจากหนังกระแสหลัก สำหรับเราวินาทีที่หนังนำทางไป ให้อารมณ์เหมือนเรานั่งพรมอลาดินท่องไปยังโลกใหม่ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ตนเองได้มองหารายละเอียดบางอย่าง เปิดการรับรู้ที่ต่างออกไปจากเดิม สำหรับใครที่ยังไม่เคยดื่มด่ำ เราก็อยากให้ลองมาดูนะ แม้เรื่องแรกอาจจะไม่ชอบ แต่เราเชื่อว่า ท่ามกลางหนังนอกกระแสหรือหนังสารคดีหลายๆ เรื่อง จะต้องมีสักเรื่องที่จะเข้ามานั่งอยู่ในใจแน่นอน

Doc Club & Pub
ที่อยู่ : 2nd Floor Woof Pack Bldg 1/3-7 ชั้น 2 อาคาร Woof Pack 1 ซอย ศาลาแดง 1
เปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 11:00 - 23:00 น.
เบอร์โทรศัพท์ : 094-895-9628
Facebook : Doc Club & Pub.
เว็บไซต์ : doc club & pub.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...