โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. 68 ปรับลดลง จากผลกระทบการค้าชายแดน-ภาษีทรัมป์

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 04.17 น.
ส.อ.ท. เผยดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมเดือน มิ.ย. 2568 ที่ระดับ 87.7 ปรับตัวลดลง ผลจากการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษี

ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมเดือน มิ.ย. 2568 ที่ระดับ 87.7 ปรับตัวลดลง

นายนาวา จันทรสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. 2568 อยู่ที่ระดับ 87.7 ปรับตัวลดลงจากระดับ 88.1 ในเดือนพ.ค. 2568 ซึ่งเป็นผลจากการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และการระงับการนำเข้าน้ำมัน และก๊าซ LNG จากไทย ส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน

ด้านสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษี Sectoral Tariff ในกลุ่มสินค้าเหล็ก และอลูมิเนียมจาก 25% เป็น 50% กระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย, ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ส่งผลกระทบทำให้ราคาพลังงานผันผวน, การส่งออก และจำนวนนักท่องเที่ยวชะลอตัว อีกทั้งการทะลักเข้ามาของสินค้าจากต่างประเทศกดดันผู้ประกอบการ, การผลิตเพื่อส่งออกเริ่มถูกแทนที่ด้วยสินค้านำเข้า, ราคาสินค้าเกษตรหดตัวรุนแรง ส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตรกร และทำให้กำลังซื้อในภูมิภาคลดลงรวมถึงความขัดแย้ง และความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และภาคเอกชน รวมทั้งเงินบาทแข็งค่าพร้อมสกุลเงินอื่น จากเงินทุนไหลเข้าภูมิภาค และการอ่อนค่าของดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี ในเดือนมิ.ย.นี้ ยังคงมีปัจจัยบวกจากการเร่งส่งออกก่อนสิ้นสุดมาตรการชะลอการเก็บภาษีแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ในเดือนก.ค.68 ขณะเดียวกัน สัญญาณการเจรจาการค้าระหว่างไทย-สหรัฐฯ ยังมีทิศทางเชิงบวก และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการช่วงกลางปี ช่วยกระตุ้นการบริโภคในประเทศ

ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ จากผู้ประกอบการ

ผู้ประกอบการได้มีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ ดังนี้

1. ขอให้ภาครัฐ ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการปิดด่านการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา เช่น ช่วยรับซื้อและกระจายสินค้าไปยังตลาดอื่น จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ พักชำระหนี้ชั่วคราวสำหรับ SME ชดเชยค่าจ้างให้แรงงานกรณีปิดกิจการชั่วคราว เป็นต้น

2. ขอให้ภาครัฐ เร่งรัดการใช้จ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจ มูลค่า 1.5 แสนล้านบาท ให้ดำเนินการได้ทันตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด และให้ความสำคัญกับการกำกับดูแล ติดตาม ตรวจสอบโครงการอย่างเคร่งครัดและโปร่งใส

3. ขอให้ภาครัฐ เร่งเจรจาปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าในสหรัฐฯ (Reciprocal Tariff) ให้ลดลงสู่ระดับที่สามารถแข่งขันได้ ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค.นี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...