รู้ไว้ก่อนสาย ‘อาการปวดข้อนิ้วมือ’ อันตรายกว่าที่คิด เผย 7 สัญญาณเตือนโรคร้าย
รู้ไว้ก่อนสายเกินไป! "อาการปวดข้อนิ้วมือ" อันตรายกว่าที่คิด เผย 7 สัญญาณเตือน บ่งบอกโรคร้ายแรง
หลายคนอาจเคยมีอาการปวดข้อนิ้วมือ ซึ่งมือเป็นอวัยวะที่ถูกใช้งานแทบตลอดเวลา จึงคิดว่าอาการปวดดังกล่าวน่าจะเป็นปกติ แต่แท้จริงแล้วอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้าย
โรงพยาบาลธนบุรี ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการปวดข้อนิ้วไว้ว่าปวดข้อนิ้ว เป็นอาการที่หลายคนอาจมองข้ามหรือคิดว่าเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในยุคที่เราต้องใช้นิ้วมือทำงานกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลานาน แต่ความจริงแล้ว อาการปวดข้อนิ้วมืออาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงหลายชนิด การทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อการวินิจฉัยและรักษาได้ทันท่วงที
สาเหตุของการปวดข้อนิ้วมือ
1.สาเหตุจากการใช้งาน
- การใช้นิ้วมือทำงานซ้ำๆ เป็นเวลานาน
- การจับอุปกรณ์ไม่ถูกต้อง
- การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ
- ท่าทางการทำงานที่ไม่เหมาะสม
2.สาเหตุจากโรค
- โรคข้ออักเสบ
- โรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน
- การติดเชื้อในข้อ
3.สาเหตุจากปัจจัยเสี่ยง
- พันธุกรรม
- อายุที่เพิ่มขึ้น
- การขาดสารอาหารที่จำเป็น
โรคที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดข้อนิ้วมือ
1.โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคภูมิต้านทานตัวเองที่ทำให้เกิดการอักเสบของข้อต่างๆ โดยมักเริ่มที่ข้อนิ้วมือก่อน ผู้ป่วยจะมีอาการปวดข้อนิ้ว บวม และร้อน โดยเฉพาะในช่วงเช้า อาการมักเกิดขึ้นสมมาตรกันทั้งสองข้าง
2.โรคเก๊าท์ เกิดจากการที่มีกรดยูริกในเลือดสูงผิดปกติ ทำให้เกิดผลึกสะสมตามข้อต่าง ๆ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดข้อนิ้วมืออย่างรุนแรง ข้อบวมแดง และร้อน มักเกิดเป็นจุด ๆ และมีอาการรุนแรงในช่วงกลางคืน
3.โรคข้อเสื่อม เป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมของกระดูกอ่อนในข้อ พบบ่อยในผู้สูงอายุหรือผู้ที่ใช้งานข้อมือและนิ้วมือมาก อาการปวดข้อนิ้วมือจะค่อยๆ เป็นมากขึ้น และอาจมีเสียงดังกรอบแกรบเวลาเคลื่อนไหว
7 สัญญาณอันตรายของการปวดข้อนิ้วมือที่ต้องระวัง
1.อาการปวดที่รุนแรงผิดปกติ เมื่อมีอาการปวดข้อนิ้วมือรุนแรงจนรบกวนการทำกิจวัตรประจำวัน หรือปวดจนนอนไม่หลับ อาจเป็นสัญญาณของโรคข้ออักเสบรุนแรงหรือการติดเชื้อในข้อ
2.อาการบวมแดงร้อน ข้อนิ้วที่บวม แดง และมีความร้อนสูงกว่าปกติ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือโรคเก๊าท์
3.อาการปวดที่เป็นทั้งสองข้างพร้อมกัน การปวดข้อนิ้วมือที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งสองมือในตำแหน่งเดียวกัน มักเป็นสัญญาณของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
4.อาการปวดร่วมกับอาการอื่นๆ เมื่อมีอาการปวดข้อนิ้วมือร่วมกับไข้ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด หรือผื่นตามผิวหนัง อาจเป็นสัญญาณของโรคทางระบบภูมิคุ้มกัน
5.การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ข้อนิ้วที่เคลื่อนไหวได้จำกัด หรือมีการผิดรูป อาจเป็นสัญญาณของโรคข้อเสื่อมหรือข้ออักเสบเรื้อรัง
6.อาการปวดที่แย่ลงในตอนเช้า การปวดข้อนิ้วมือที่รุนแรงในตอนเช้าและต้องใช้เวลานานกว่า 30 นาทีในการเคลื่อนไหวให้คล่องตัว มักเป็นสัญญาณของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
7.อาการชาร่วมด้วย เมื่อมีอาการปวดข้อนิ้วมือร่วมกับอาการชา อาจเป็นสัญญาณของการกดทับเส้นประสาท
ขอบคุณภาพประกอบจากโรงพยาบาลธนบุรี
แนวทางการรักษาเบื้องต้น
1.การพักการใช้งาน
- หลีกเลี่ยงการใช้นิ้วมือมากเกินไป
- ใช้อุปกรณ์ช่วยในการทำงาน
- จัดท่าทางการทำงานให้เหมาะสม
2.การประคบ
- ประคบเย็นเมื่อมีอาการบวมอักเสบ
- ประคบร้อนเมื่อมีอาการปวดเรื้อรัง
- สลับร้อนเย็นตามคำแนะนำของแพทย์
3.การใช้ยา
- ยาแก้ปวดลดการอักเสบ
- ยาทาภายนอก
- ยาเฉพาะโรคตามแพทย์สั่ง
4.การบริหารข้อ
- ทำการยืดเหยียดเบา ๆ
- บริหารข้อเพื่อเพิ่มความแข็งแรง
- ทำกายภาพบำบัดตามคำแนะนำ
เมื่อไรควรพบแพทย์
1.อาการรุนแรง ควรพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการปวดข้อนิ้วมือรุนแรง บวม แดง ร้อน หรือมีไข้ร่วมด้วย
2.อาการเรื้อรัง หากมีอาการปวดข้อนิ้วมือต่อเนื่องนานเกิน 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์
3.อาการที่รบกวนชีวิตประจำวัน เมื่ออาการปวดข้อนิ้วมือส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน
4.อาการที่มีภาวะแทรกซ้อน หากมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ผื่น ไข้ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด
การป้องกันและดูแลตัวเองในระยะยาว
1.การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- หลีกเลี่ยงการใช้นิ้วมือซ้ำ ๆ
- พักการใช้งานเป็นระยะ
- จัดท่าทางการทำงานให้เหมาะสม
- ใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบตามหลักการยศาสตร์
2.การออกกำลังกาย
- บริหารข้อมือและนิ้วมืออย่างสม่ำเสมอ
- ทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย
- เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือและแขน
3.การดูแลสุขภาพโดยรวม
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
- ควบคุมน้ำหนัก
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ลดความเครียด
4.การตรวจสุขภาพ
- ตรวจสุขภาพประจำปี
- สังเกตอาการผิดปกติ
- พบแพทย์ตามนัดหากมีโรคประจำตัว
อาการปวดข้อนิ้วมืออาจเป็นเพียงอาการเล็กน้อยจากการใช้งานมากเกินไป หรืออาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนก็ได้ การสังเกตอาการและรู้จักสัญญาณอันตราย รวมถึงการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม จะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ หากมีข้อสงสัยหรือพบอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องต่อไป
ขอบคุณที่มา : โรงพยาบาลธนบุรี
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้ไว้ก่อนสาย ‘อาการปวดข้อนิ้วมือ’ อันตรายกว่าที่คิด เผย 7 สัญญาณเตือนโรคร้าย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th