โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รู้ไว้ก่อนสาย ‘อาการปวดข้อนิ้วมือ’ อันตรายกว่าที่คิด เผย 7 สัญญาณเตือนโรคร้าย

Khaosod

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 07.15 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 06.49 น.
รู้ไว้ก่อนสาย ‘อาการปวดข้อนิ้วมือ’ อันตรายกว่าที่คิด เผย 7 สัญญาณเตือนโรคร้าย

รู้ไว้ก่อนสายเกินไป! "อาการปวดข้อนิ้วมือ" อันตรายกว่าที่คิด เผย 7 สัญญาณเตือน บ่งบอกโรคร้ายแรง

หลายคนอาจเคยมีอาการปวดข้อนิ้วมือ ซึ่งมือเป็นอวัยวะที่ถูกใช้งานแทบตลอดเวลา จึงคิดว่าอาการปวดดังกล่าวน่าจะเป็นปกติ แต่แท้จริงแล้วอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้าย

โรงพยาบาลธนบุรี ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการปวดข้อนิ้วไว้ว่าปวดข้อนิ้ว เป็นอาการที่หลายคนอาจมองข้ามหรือคิดว่าเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในยุคที่เราต้องใช้นิ้วมือทำงานกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลานาน แต่ความจริงแล้ว อาการปวดข้อนิ้วมืออาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงหลายชนิด การทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อการวินิจฉัยและรักษาได้ทันท่วงที

สาเหตุของการปวดข้อนิ้วมือ

1.สาเหตุจากการใช้งาน

  • การใช้นิ้วมือทำงานซ้ำๆ เป็นเวลานาน
  • การจับอุปกรณ์ไม่ถูกต้อง
  • การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ
  • ท่าทางการทำงานที่ไม่เหมาะสม

2.สาเหตุจากโรค

  • โรคข้ออักเสบ
  • โรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน
  • การติดเชื้อในข้อ

3.สาเหตุจากปัจจัยเสี่ยง

  • พันธุกรรม
  • อายุที่เพิ่มขึ้น
  • การขาดสารอาหารที่จำเป็น

โรคที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดข้อนิ้วมือ

1.โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคภูมิต้านทานตัวเองที่ทำให้เกิดการอักเสบของข้อต่างๆ โดยมักเริ่มที่ข้อนิ้วมือก่อน ผู้ป่วยจะมีอาการปวดข้อนิ้ว บวม และร้อน โดยเฉพาะในช่วงเช้า อาการมักเกิดขึ้นสมมาตรกันทั้งสองข้าง

2.โรคเก๊าท์ เกิดจากการที่มีกรดยูริกในเลือดสูงผิดปกติ ทำให้เกิดผลึกสะสมตามข้อต่าง ๆ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดข้อนิ้วมืออย่างรุนแรง ข้อบวมแดง และร้อน มักเกิดเป็นจุด ๆ และมีอาการรุนแรงในช่วงกลางคืน

3.โรคข้อเสื่อม เป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมของกระดูกอ่อนในข้อ พบบ่อยในผู้สูงอายุหรือผู้ที่ใช้งานข้อมือและนิ้วมือมาก อาการปวดข้อนิ้วมือจะค่อยๆ เป็นมากขึ้น และอาจมีเสียงดังกรอบแกรบเวลาเคลื่อนไหว

7 สัญญาณอันตรายของการปวดข้อนิ้วมือที่ต้องระวัง

1.อาการปวดที่รุนแรงผิดปกติ เมื่อมีอาการปวดข้อนิ้วมือรุนแรงจนรบกวนการทำกิจวัตรประจำวัน หรือปวดจนนอนไม่หลับ อาจเป็นสัญญาณของโรคข้ออักเสบรุนแรงหรือการติดเชื้อในข้อ

2.อาการบวมแดงร้อน ข้อนิ้วที่บวม แดง และมีความร้อนสูงกว่าปกติ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือโรคเก๊าท์

3.อาการปวดที่เป็นทั้งสองข้างพร้อมกัน การปวดข้อนิ้วมือที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งสองมือในตำแหน่งเดียวกัน มักเป็นสัญญาณของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

4.อาการปวดร่วมกับอาการอื่นๆ เมื่อมีอาการปวดข้อนิ้วมือร่วมกับไข้ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด หรือผื่นตามผิวหนัง อาจเป็นสัญญาณของโรคทางระบบภูมิคุ้มกัน

5.การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ข้อนิ้วที่เคลื่อนไหวได้จำกัด หรือมีการผิดรูป อาจเป็นสัญญาณของโรคข้อเสื่อมหรือข้ออักเสบเรื้อรัง

6.อาการปวดที่แย่ลงในตอนเช้า การปวดข้อนิ้วมือที่รุนแรงในตอนเช้าและต้องใช้เวลานานกว่า 30 นาทีในการเคลื่อนไหวให้คล่องตัว มักเป็นสัญญาณของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

7.อาการชาร่วมด้วย เมื่อมีอาการปวดข้อนิ้วมือร่วมกับอาการชา อาจเป็นสัญญาณของการกดทับเส้นประสาท

ขอบคุณภาพประกอบจากโรงพยาบาลธนบุรี

ขอบคุณภาพประกอบจากโรงพยาบาลธนบุรี

แนวทางการรักษาเบื้องต้น

1.การพักการใช้งาน

  • หลีกเลี่ยงการใช้นิ้วมือมากเกินไป
  • ใช้อุปกรณ์ช่วยในการทำงาน
  • จัดท่าทางการทำงานให้เหมาะสม

2.การประคบ

  • ประคบเย็นเมื่อมีอาการบวมอักเสบ
  • ประคบร้อนเมื่อมีอาการปวดเรื้อรัง
  • สลับร้อนเย็นตามคำแนะนำของแพทย์

3.การใช้ยา

  • ยาแก้ปวดลดการอักเสบ
  • ยาทาภายนอก
  • ยาเฉพาะโรคตามแพทย์สั่ง

4.การบริหารข้อ

  • ทำการยืดเหยียดเบา ๆ
  • บริหารข้อเพื่อเพิ่มความแข็งแรง
  • ทำกายภาพบำบัดตามคำแนะนำ

เมื่อไรควรพบแพทย์

1.อาการรุนแรง ควรพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการปวดข้อนิ้วมือรุนแรง บวม แดง ร้อน หรือมีไข้ร่วมด้วย

2.อาการเรื้อรัง หากมีอาการปวดข้อนิ้วมือต่อเนื่องนานเกิน 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์

3.อาการที่รบกวนชีวิตประจำวัน เมื่ออาการปวดข้อนิ้วมือส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน

4.อาการที่มีภาวะแทรกซ้อน หากมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ผื่น ไข้ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด

การป้องกันและดูแลตัวเองในระยะยาว

1.การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

  • หลีกเลี่ยงการใช้นิ้วมือซ้ำ ๆ
  • พักการใช้งานเป็นระยะ
  • จัดท่าทางการทำงานให้เหมาะสม
  • ใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบตามหลักการยศาสตร์

2.การออกกำลังกาย

  • บริหารข้อมือและนิ้วมืออย่างสม่ำเสมอ
  • ทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย
  • เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือและแขน

3.การดูแลสุขภาพโดยรวม

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ลดความเครียด

4.การตรวจสุขภาพ

  • ตรวจสุขภาพประจำปี
  • สังเกตอาการผิดปกติ
  • พบแพทย์ตามนัดหากมีโรคประจำตัว

อาการปวดข้อนิ้วมืออาจเป็นเพียงอาการเล็กน้อยจากการใช้งานมากเกินไป หรืออาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนก็ได้ การสังเกตอาการและรู้จักสัญญาณอันตราย รวมถึงการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม จะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ หากมีข้อสงสัยหรือพบอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

ขอบคุณที่มา : โรงพยาบาลธนบุรี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้ไว้ก่อนสาย ‘อาการปวดข้อนิ้วมือ’ อันตรายกว่าที่คิด เผย 7 สัญญาณเตือนโรคร้าย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...