โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อียูยั้งมือ ไม่ตอบโต้ทรัมป์ทันที ยืดภาษีโต้กลับไปถึงต้น ส.ค. แต่พร้อมสวนกลับ หากเจรจาไร้ผล

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 13 ก.ค. 2568 เวลา 21.46 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 04.00 น.

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า สหภาพยุโรป (อียู) เตรียม “ยืดเวลาตอบโต้” ภาษีนำเข้าของทรัมป์ออกไปจนถึง “ต้นเดือนสิงหาคม” และยังคงผลักดันการเจรจา เพื่อหาข้อตกลงร่วมกันต่อไป ขณะที่ปธน.ทรัมป์กดดันให้ประเทศคู่ค้ายอมอ่อนข้อเพิ่มเติม

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า เขาจะเรียกเก็บ “ภาษี 30%” สำหรับสินค้านำเข้าส่วนใหญ่จากสหภาพยุโรปและเม็กซิโก เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งถือเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อประเทศอื่น ๆ ด้วย

เควิน แฮสเซ็ตต์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาวกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า “ข้อเสนอข้อตกลงทางการค้าจากประเทศต่าง ๆ ที่ผ่านมา ยังไม่เป็นที่พอใจของประธานาธิบดีทรัมป์”

“ประธานาธิบดีคิดว่าข้อตกลงเหล่านี้ จำเป็นต้องดีกว่านี้” แฮสเซ็ตต์กล่าวในรายการ This Week ของสถานีข่าว ABC” และเพื่อแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน เขาจึงส่งจดหมายเหล่านี้ออกไปถึงหลายฝ่าย แล้วเราจะได้เห็นกันว่า จะเป็นอย่างไรต่อไป

อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบนโยบายการค้าของสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศสมาชิกกล่าวว่า สหภาพยุโรปจะคงแนวทางสองทางไว้เช่นเดิม ได้แก่ เดินหน้าเจรจา และเตรียมมาตรการตอบโต้ไว้พร้อมกัน

“เรายืนยันมาโดยตลอดว่า เราต้องการทางออกผ่านการเจรจา นี่ยังคงเป็นจุดยืนของเรา และเราจะใช้เวลาที่มีอยู่ในตอนนี้ให้เกิดประโยชน์” ฟอน แดร์ ไลเอินกล่าวในการแถลงข่าว พร้อมทั้งเสริมว่าสหภาพยุโรปจะขยายเวลาระงับมาตรการตอบโต้ไปจนถึงเดือนสิงหาคม

การตัดสินใจของฟอน แดร์ ไลเอินที่จะไม่ตอบโต้ในทันที สะท้อนถึงความตั้งใจของคณะกรรมาธิการยุโรปที่จะหลีกเลี่ยงการยกระดับสงครามการค้าแบบตอบโต้กันไปมาในลักษณะปะทะกลับ ซึ่งอาจบานปลาย หากยังคงมีโอกาสเจรจา เพื่อหาข้อตกลงที่ดีกว่าเดิมได้

ด้านฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีกล่าวว่า เขา “มุ่งมั่นอย่างจริงจัง” ที่จะหาทางออกด้านการค้าร่วมกับสหรัฐ โดยให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์สาธารณะ ARD ของเยอรมนีว่า เขาจะทำงานอย่างเข้มข้นในเรื่องนี้ร่วมกับฟอน แดร์ ไลเอิน และเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสตลอดช่วงสองสัปดาห์ครึ่งข้างหน้า

เมื่อถูกถามถึงผลกระทบของภาษีศุลกากร 30% จากสหรัฐต่อเยอรมนี เมิร์ซกล่าวว่า “หากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง เราคงต้องเลื่อนความพยายามด้านนโยบายเศรษฐกิจครั้งใหญ่หลายประการออกไป เพราะจะกระทบทุกอย่าง และจะเล่นงานอุตสาหกรรมส่งออกของเยอรมนีอย่างจัง”

ท่าทีล่าสุดจากทรัมป์และคำถามว่าจะตอบโต้เช่นไร อาจกลายเป็นบททดสอบความเป็นเอกภาพของชาติสมาชิกในสหภาพยุโรป โดยฝรั่งเศสดูเหมือนจะมีจุดยืนที่แข็งกร้าวกว่าเยอรมนี ซึ่งเป็นมหาอำนาจด้านอุตสาหกรรมของกลุ่ม และมีเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกอย่างมาก

มาครง กล่าวว่า คณะกรรมาธิการยุโรปจำเป็นมากกว่าที่เคยที่จะ “แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสหภาพฯ ในการปกป้องผลประโยชน์ของยุโรปอย่างเด็ดเดี่ยว” และการตอบโต้ในครั้งนี้อาจจำเป็นต้องรวมถึงเครื่องมือป้องกันการบีบบังคับด้วย

“หากไม่สามารถหาข้อตกลงที่เป็นธรรมผ่านการเจรจาได้สำเร็จ เราจำเป็นต้องใช้มาตรการตอบโต้ที่เด็ดขาดเพื่อปกป้องงานและบริษัทต่าง ๆ ในยุโรป” ลาร์ส คลิงไบล์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของเยอรมนีกล่าว

แม้สหภาพยุโรปจะยังไม่ตอบโต้สหรัฐตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ก็ได้จัดเตรียมแผนตอบโต้ไว้ 2 ชุด ซึ่งรวมกันอาจกระทบสินค้าสหรัฐ คิดเป็นมูลค่ารวมถึง 93,000 ล้านยูโร

“แผนชุดแรก” เป็นการตอบโต้ภาษีของสหรัฐที่เรียกเก็บ 50% กับเหล็กและอะลูมิเนียมนำเข้า ซึ่งจะกระทบสินค้าสหรัฐ มูลค่า 21,000 ล้านยูโร โดยมาตรการนี้ถูกระงับไว้ 90 วันตั้งแต่เดือนเมษายน เพื่อเปิดทางให้การเจรจา และเดิมมีกำหนดหมดอายุในวันจันทร์ ก่อนที่การขยายเวลาจะถูกประกาศออกมา

“แผนชุดที่สอง” เป็นมาตรการตอบโต้ภาษีต่างตอบแทนที่ทรัมป์ประกาศในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเล็งเป้าสินค้าสหรัฐ มูลค่า 72,000 ล้านยูโร มาตรการชุดนี้ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ และรายชื่อสินค้าสุดท้ายยังต้องได้รับความเห็นชอบจากประเทศสมาชิกก่อน
อ้างอิง: reuters

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...