โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ปอดมี 5 อาหาร ที่เปรียบเสมือน "เครื่องราง" กินแล้วช่วยล้างพิษ "ศัตรู" ของมะเร็งปอด

sanook.com

เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 15.52 น. • Sanook
5 อาหารมหัศจรรย์ที่เปรียบเสมือน

แม้ว่าอาหาร 5 ชนิดที่ได้ชื่อว่าเป็น “ศัตรูตัวฉกาจของมะเร็งปอด” จะเป็นของอร่อย ราคาถูก และคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้คุณค่าและมองข้าม

โรคมะเร็งปอดยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของโลก ตามรายงานของสมาคมมะเร็งสหรัฐฯ มะเร็งปอดแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ มะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก (ประมาณ 85%) มะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก (10-15%) และเนื้องอกคาร์ซินอยด์ในปอด (น้อยกว่า 5%) โดยเฉพาะมะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็กนั้นมีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ส่วนมะเร็งต่อมไร้ท่อในกลุ่มไม่ใช่เซลล์เล็กถือเป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด

โรคนี้มักพัฒนาขึ้นอย่างเงียบ ๆ โดยอาการต่าง ๆ เช่น ไอเรื้อรัง เสียงแหบ ไอมีเลือด หายใจลำบาก น้ำหนักลด ปวดกระดูก หรือปวดศีรษะ มักจะปรากฏเมื่อโรคเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว นอกจากปัจจัยทางพันธุกรรมแล้ว สารพิษจากสิ่งแวดล้อม เช่น ควันบุหรี่ ก๊าซเรดอน แร่ใยหิน หรือโลหะหนัก ก็ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการรักษาทางการแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญยังชี้ให้เห็นว่า มีอาหารบางชนิดที่สามารถช่วยล้างพิษปอด เสริมภูมิคุ้มกัน และอาจช่วยชะลอการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้

5 อาหารที่ถือเป็น “เกราะป้องกันจากธรรมชาติ” สำหรับปอด

Pixabay

  • ลูกแพร์: กระตุ้นให้เซลล์มะเร็งทำลายตัวเอง

ตามข้อมูลจากแพทย์อายุรกรรมชาวอเมริกัน ดร.ลินน์ เอลดริดจ์ สาร “ฟลอเรติน” (phloretin) ที่พบในลูกแพร์และแอปเปิล ถูกพิสูจน์ในการทดลองกับเซลล์มะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็กว่า สามารถกระตุ้นกระบวนการ apoptosis หรือการที่เซลล์ “ตั้งโปรแกรม” ให้ทำลายตัวเอง แทนที่จะเพิ่มจำนวนและลุกลามต่อไป ซึ่งผลการยับยั้งเซลล์มะเร็งของลูกแพร์นั้นมีประสิทธิภาพดีกว่าแอปเปิลเสียอีก

นอกจากนี้ ลูกแพร์ยังอุดมด้วยน้ำและไฟเบอร์ ช่วยบรรเทาอาการไอ ช่วยให้ชุ่มคอ และขับเสมหะในทางเดินหายใจ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับปอดหรือระบบทางเดินหายใจโดยรวม

Charlotte May

  • ชาเขียว: อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เสริมพลังการรักษามะเร็ง

ชาเขียวขึ้นชื่อมานานในด้านการต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะสาร EGCG ที่มีอยู่ในปริมาณสูง งานวิจัยในห้องทดลองและการทดลองในสัตว์บางชิ้นพบว่า EGCG ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอด แต่ยังสามารถเสริมประสิทธิภาพของเคมีบำบัดในการรักษาโรคได้อีกด้วย

จุดเด่นของ EGCG คือสามารถยับยั้งกระบวนการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง และขัดขวางการสร้างหลอดเลือดใหม่ที่ไปหล่อเลี้ยงเนื้องอก ซึ่งนับเป็นแนวทางที่น่าจับตามองในการสนับสนุนการรักษามะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพ

Cup of Couple

  • ขิง: ต้านอักเสบและต้านมะเร็งอย่างทรงพลัง

ขิงถือเป็นหนึ่งในอาหารที่มีคุณสมบัติต้านมะเร็ง และดีต่อระบบทางเดินหายใจมาแต่โบราณ ช่วยให้ปอดอบอุ่น ขับเสมหะ บรรเทาอาการไอ ลดการอักเสบ และช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น ส่งผลดีต่อการไหลเวียนของอากาศในปอด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดร.เจียง ไจ้เซียน จากไต้หวัน เปิดเผยว่า สารประกอบชนิดหนึ่งในขิงถูกค้นพบว่ามีฤทธิ์ยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งปอด ทั้งในการทดลองในห้องแล็บและในสัตว์ทดลอง นอกจากนี้ ขิงยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบตามธรรมชาติ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน และบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยระหว่างการทำเคมีบำบัดสำหรับผู้ป่วยมะเร็งปอด

Public Domain Pictures

  • ผลเบอร์รี่: “อาวุธลับ” สกัดหลอดเลือดที่เลี้ยงก้อนมะเร็ง

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น บลูเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี่ ฯลฯ อุดมไปด้วยสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นยอด ช่วยกำจัดสารพิษและอนุมูลอิสระในร่างกาย โดยเฉพาะ เดลฟินิดิน ซึ่งเป็นแอนโทไซยานินชนิดหนึ่ง ถูกค้นพบว่ามีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งปอดในการทดลองกับหนู

เดลฟินิดินสามารถขัดขวางการสร้างหลอดเลือดใหม่ที่ใช้หล่อเลี้ยงก้อนมะเร็ง จึงช่วยชะลอหรือหยุดยั้งการลุกลามของเซลล์มะเร็งได้ การรับประทานผลเบอร์รี่อย่างสม่ำเสมอ ยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ และปกป้องปอดจากการถูกทำร้ายด้วยอนุมูลอิสระ ส่งผลดีต่อสุขภาพปอดและร่างกายโดยรวม

mali maeder

5.แครอท: ช่วยล้างปอด ยับยั้งการเติบโตของก้อนมะเร็ง

ที่น่าสนใจคือ งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า แครอทยังอุดมไปด้วยกรดคลอโรเจนิก ซึ่งเป็นสารประกอบที่สามารถยับยั้งกระบวนการสร้างหลอดเลือดใหม่ของเซลล์มะเร็ง ส่งผลให้ก้อนมะเร็งขาดสารอาหารและไม่สามารถเติบโตต่อไปได้

แครอทยังเป็นผักที่นำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย จะรับประทานสด ต้ม นึ่ง หรือคั้นเป็นน้ำดื่มก็ล้วนดีต่อสุขภาพปอด อย่างไรก็ตาม ควรบริโภคในปริมาณพอเหมาะ เพราะหากทานมากเกินไป อาจทำให้ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเหลือง และเกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...