โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลขาฯ ยูเอ็น เรียกร้องให้ไทย-กัมพูชาใช้ความอดกลั้นอย่างที่สุด

SpringNews

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 06.42 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 06.30 น.

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา ฟาร์ฮาน ฮัก รองโฆษกของเลขาธิการสหประชาชาติกล่าวในการแถลงข่าวประจำวัน ระบุว่า นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กำลังติดตามรายงานความกังวลเกี่ยวกับการปะทะด้วยอาวุธที่ชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทย พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างถึงที่สุดในการแก้ไขปัญหาใดๆ ผ่านการเจรจาและด้วยจิตวิญญาณแห่งมิตรภาพที่ดี เพื่อหาทางออกที่ยั่งยืนสำหรับข้อพิพาทนี้

เมื่อวานนี้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติยังได้ประชุมฉุกเฉิน โดยมีองค์ประชุม 15 ชาติสมาชิกเข้าร่วมเพื่อรับฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย ได้แก่ นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยฯ และ เจีย แก้ว เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรกัมพูชาฯ

ภายหลังจบการประชุม เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำสหประชาชาติให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า กัมพูชาเรียกร้องให้มีการหยุดยิงอย่างไม่มีเงื่อนไขทันที และเรียกร้องให้มีการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติ

ด้านผู้แทนถาวรของไทย กล่าวต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า ประเทศไทยขอประณามการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนอย่างไม่เลือกหน้าและไร้มนุษยธรรมของกัมพูชาอย่างรุนแรงที่สุด ทั้งยังเรียกร้องให้กัมพูชายุติการสู้รบและการรุกรานทั้งหมดทันที และกลับมาเจรจาด้วยความจริงใจ

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดหรือผลการประชุมอย่างแน่ชัด

การปะทะทางทหารปะทุขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีในพื้นที่ชายแดนที่เป็นข้อพิพาทระหว่างสองประเทศ ได้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในไทยอย่างน้อย 14 ราย และผู้เสียชีวิตในกัมพูชา 13 ราย ตามรายงานของแต่ละฝ่าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...