‘ค่าเงินบาท’ เปิดเช้านี้ที่ 33.19 บาท/ดอลลาร์ ‘แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย’ กรอบวันนี้ 33.10-33.40 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.19 บาท/ดอลลาร์ ‘แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย’ จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.27 บาท/ดอลลาร์ ‘กรุงไทย’ ประเมินกรอบวันนี้ที่ 33.10-33.40 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยแนวโน้มค่าเงินบาทวันที่ 19 พ.ค. 2568 ว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทยังมีกำลังอยู่
อย่างไรก็ดี เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way Volatility ขึ้นกับแนวโน้มราคาทองคำซึ่งเคลื่อนไหวสอดคล้องกับเงินบาทสูงถึง 82% (จาก 1-month correlation) เพราะแม้ราคาทองคำอาจอยู่ในช่วงการพักฐานและเสี่ยงย่อตัวลงบ้าง แต่ก็อาจมีจังหวะรีบาวด์ขึ้นเช่นกัน
นอกจากนี้ ควรจับตาทิศทางบรรดาสกุลเงินฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะเงินหยวนจีน ที่อาจผันผวนได้พอสมควรในสัปดาห์ที่ตลาดรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีน
อนึ่งเงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าจากโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติที่อาจสูงราว 9.5 พันล้านบาท ตลอดทั้งสัปดาห์ ขณะเดียวกัน บรรดานักลงทุนต่างชาติอาจทยอยขายสินทรัพย์ไทยเพิ่มเติมได้บ้าง
ในเชิงเทคนิคัลนั้น แนวรับของเงินบาท (USDTHB) อาจขยับขึ้นมาแถว 33.00 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์) ส่วนโซนแนวต้านสำคัญจะอยู่ในช่วง 33.50 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 33.75-33.85 บาทต่อดอลลาร์)
ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์อาจชะลอการแข็งค่าขึ้น และอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways หลังผู้เล่นในตลาดกลับมาเชื่อว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยราว 2 ครั้งในปีนี้ โดยทิศทางเงินดอลลาร์จะขึ้นกับว่า รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ จะออกมาอย่างไร เมื่อเทียบกับประเทศเศรษฐกิจสำคัญอื่นๆ
เราคงคำแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรเลือกใช้เครื่องมือในการปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของเงินบาท รวมถึงสกุลเงินอื่นๆ ที่สูงขึ้นกว่าช่วงอดีตที่ผ่านมาพอสมควร โดยผู้เล่นในตลาดอาจเลือกใช้เครื่องมือเพิ่มเติม อาทิ Options หรือ Local Currency ควบคู่ไปกับการปิดความเสี่ยงผ่านการทำสัญญา Forward
มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 32.95-33.65 บาท/ดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วงโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.10-33.40 บาท/ดอลลาร์