โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จำกัดการข้ามชายแดนไทย - กัมพูชา หอการค้าประเมินกระทบส่งออกไม่มาก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 00.55 น.
หอการค้าไทย ประเมินมาตรการจำกัดการข้ามแดนไทย - กัมพูชา จะกระทบการส่งออกไทยเพียงร้อยละ 5 - 10 เนื่องจากไม่ใช่เป็นการปิดด่านถาวร

รองศาสตราจารย์ ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากกรณีไทยจำกัดการข้ามแดนกับกัมพูชา โดยระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดน โดยเฉพาะฝั่งกัมพูชาซึ่งพึ่งพาการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทย ขณะที่ไทยก็จะได้รับผลกระทบต่อซัพพลายเชน เนื่องจากนำเข้าวัตถุดิบทางการเกษตรเป็นส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม ไทยส่งออกไปกัมพูชาปีละกว่า 3 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้กว่า 2 แสนล้านบาท มาจากการค้าตามแนวชายแดน โดยด่านสำคัญที่สุดคือด่านอรัญประเทศ และด่านบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา จังหวัดสระแก้ว ซึ่งมีมูลค่าการค้ารวมกันมากกว่า 1 แสนล้านบาท ประเมินว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อถึง 1 ปี มูลค่าการส่งออกจากไทยจะลดลงไป 5 หมื่นล้านบาท แต่ในเบื้องต้นคาดว่ามูลค่าการค้าจะไม่ลดลงอย่างรุนแรง

ผลกระทบที่เห็นชัดในปัจจุบันคือ การที่ด่านอรัญประเทศมีมาตรการห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่ข้ามแดน ทำให้ผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนไปใช้รถกระบะลำเลียงสินค้าแทน ซึ่งทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการบางส่วนต้องปรับไปใช้ด่านบ้านหนองเอี่ยน บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชาที่ยังเปิดให้รถบรรทุกข้ามได้

ทั้งนี้ ประเมินว่า ทั้งสองประเทศน่าจะเข้าใจถึงผลกระทบจากการใช้มาตรการจำกัดการข้ามแดนที่ส่งผลกระทบต่อการค้าขายชายแดนและปากท้องของประชาชน ดังจะเห็นได้จากหลังไทยเริ่มควบคุมเวลาปิด-เปิดด่าน สถานการณ์ที่ตึงเครียดก็ผ่อนคลายอย่างรวดเร็ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...