โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

วุฒิสภาหวั่นวิกฤติชายแดนไทย-กัมพูชา ชงเปิดประชุม 29 ก.ค.นี้

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 01 ส.ค. 2568 เวลา 16.20 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 04.09 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 28 ก.ค.- “วุฒิสภา” หวั่นวิกฤติชายแดนไทย-กัมพูชา ชงเปิดประชุม 29 ก.ค.นี้ ถกหาแนวทางเยียวยา หลังสถานการณ์ลุกลามกระทบ ประชาชนและทหาร เจ็บ-เสียชีวิต

พลเอกสวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เปิดเผยว่า ในการประชุมวุฒิสภาในวันอังคารที่ 29 ก.ค.นี้ ตนจะขอเสนอญัตติให้วุฒิสภาร่วมกันหาแนวทางแก้ไขและเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เนื่องจากสถานการณ์การปะทะกันระหว่างกองกำลังทหารไทยและกัมพูชา บริเวณพื้นที่ชายแดน ได้ลุกลามครอบคลุมพื้นที่ชายแดนหลายจังหวัด ตั้งแต่ จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี โดยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา จนกระทั่งนำมาสู่การลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต การปิดจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

และเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา มีการใช้อาวุธครอบคลุมที่ตั้งปราสาทสำคัญหลายจุด ปั๊มน้ำมัน โรงพยาบาล และฐานทัพ การปะทะได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและกว้างขวางต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ จากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพบว่า มีทหารและประชาชน เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บทั้งจากแรงระเบิดและการปะทะทางอาวุธจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วถึง 14 ราย ถนนหนทาง ร้านค้า ได้รับความเสียหาย บ้านเรือนประชาชนกว่า 100 หลังคาเรือน บางส่วนถูกไฟไหม้และไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ประชาชนตามแนวชายแดนไทยจำนวนมากต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งยังขาดแคลนสิ่งของจำเป็น

“สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรงเท่านั้น หากแต่ยังสร้างความวิตกกังวลอย่างมาก ต่อความมั่นคงในภูมิภาคและภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีระหว่างประเทศดังนั้น เพื่อให้วุฒิสภาในฐานะองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งมีบทบาทในการตรวจสอบ เสนอแนะและให้คำปรึกษาต่อรัฐบาล ได้ร่วมกันแสดงความห่วงใย ส่งขวัญกำลังใจกับประชาชนและทหารที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ และเสนอแนะแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหา เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต จึงขอเสนอญัตติตามข้อบังคับ ข้อ 40 (1) ให้ที่ประชุมวุฒิสภา ปรึกษา ปัญหานี้เป็นเรื่องด่วน และมีมติส่งข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะไปยังคณะรัฐมนตรีต่อไป” พลเอกสวัสดิ์ กล่าว.-312-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...