โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“บริษัทสหรัฐ” แห่ซื้อออปชันยูโรป้องกันความเสี่ยง หวั่นค่าเงินแข็งเกินพื้นฐาน ฉุดรายได้ต่างประเทศ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 12.43 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 05.43 น.

"บริษัทสหรัฐ" เริ่มป้องกันความเสี่ยงรายได้จากยุโรป หลังยูโรแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจากภาวะดอลลาร์อ่อน โดยหันมาใช้กลยุทธ์ซื้อออปชันยูโรแบบ Put และ Zero-Cost Collar หวังล็อกอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า

วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 เวลา 03.23 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ขณะที่ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี หลังสหรัฐประกาศขึ้นภาษีเกินคาดในเดือนเมษายน ส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่า นักลงทุนเริ่มกังวลว่าค่าเงินยูโรอาจแข็งเกินพื้นฐานที่แท้จริง ส่งผลให้บริษัทสัญชาติอเมริกันบางแห่งเริ่มป้องกันความเสี่ยงจากการอ่อนค่าของยูโรในอนาคต ผ่านการซื้อออปชันยูโรแบบ Put ซึ่งจะได้ประโยชน์เมื่อยูโรอ่อนค่า

อีริค เมอร์ลิส ผู้ร่วมบริหารตลาดโลกของธนาคาร Citizens กล่าวว่า บริษัทที่มีรายได้จากยุโรปเริ่มมองว่า “เราได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีมาช่วงหนึ่งแล้ว ก็ควรป้องกันความเสี่ยงไว้ก่อนเผื่อยูโรปรับลงแรงในอนาคต”

ตลาดออปชันสะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนต่อแนวโน้มค่าเงิน ปัจจุบันสัญญาออปชันยูโรแบบ Put ซึ่งให้นักลงทุนสิทธิ์ขายยูโรที่ราคาเฉพาะในอนาคต กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากรายได้ในยุโรปที่อาจถูกแปลงกลับเป็นดอลลาร์ในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เอื้ออำนวย

แม้ในช่วงเมษายน ดัชนี S&P 500 เคยปรับตัวลงหลังข่าวภาษี แต่นับจากนั้นฟื้นขึ้นถึง 26% โดยล่าสุดขยับบวก 6.4% นับตั้งแต่ต้นปี จากการเลื่อนใช้ภาษีนำเข้า ผลประกอบการไตรมาสแรกที่ออกมาดีกว่าคาด และข้อมูลเศรษฐกิจที่เป็นบวก

ข้อมูลจาก Clarus ระบุว่า ตลาดออปชันเริ่มลดการเดิมพันว่าดอลลาร์จะอ่อนต่อ โดยปริมาณการซื้อขายออปชันยูโร/ดอลลาร์ในเดือนมิถุนายนอยู่ที่มูลค่า 803 พันล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 907 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน

นักเทรดระบุว่าความสนใจในออปชันยูโรแบบ Put เพิ่มขึ้นชัดเจนในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา สวนทางกับคาดการณ์ว่า “ดอลลาร์จะอ่อน” ที่เคยเกิดขึ้นหลังข่าวภาษี โดยนักลงทุนคาดว่ายูโรจะมีเพดานระหว่าง 1.18 ถึง 1.20 ดอลลาร์ จากระดับปัจจุบันราว 1.16 ดอลลาร์

การใช้กลยุทธ์แบบ Zero-Cost Collar กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจสุขภาพของสหรัฐที่เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนเพื่อป้องกันรายได้ในยุโรป โดยกลยุทธ์นี้เกี่ยวข้องกับการ ขายออปชัน Call เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการซื้อออปชัน Put โดยไม่ต้องจ่ายค่าพรีเมียม

เปาลา คัมมิงส์ หัวหน้าฝ่ายขาย FX แห่ง U.S. Bank ยกตัวอย่างว่า หากบริษัทต้องการล็อกอัตราแลกเปลี่ยนยูโร-ดอลลาร์ล่วงหน้า 1 ปี สามารถเลือกล็อกแบบ Forward ที่ 1.188 ดอลลาร์ได้ทันที หรือใช้ Collar เพื่อล็อกช่วงอัตราแลกเปลี่ยนระหว่าง ดีที่สุดที่ 1.2518 ดอลลาร์ กับแย่ที่สุดที่ 1.1338 ดอลลาร์ ซึ่งดีกว่าช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ทำได้เพียง 1.058 ดอลลาร์ (Forward) หรือ Collar ที่ 1.0991 ถึง 1.0049 ดอลลาร์

“ช่วงนี้ถือว่าเป็นจังหวะที่ดีที่สุดในรอบ 20 ปี” คัมมิงส์กล่าว พร้อมเสริมว่าลูกค้าหลายรายกำลังพิจารณาใช้กลยุทธ์นี้

คริส คิง จากบริษัท Dukes & King ในลอนดอน ระบุว่าลูกค้าหลายรายเริ่มใช้กลยุทธ์นี้เพื่อป้องกันงบประมาณปีหน้า โดยกล่าวว่า “บริษัทอเมริกันที่เคยไม่มีอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีมาก่อน ตอนนี้เริ่มได้ประโยชน์ทั้งจาก spot rate และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระยะยาว”

ปัจจุบันดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแล้วประมาณ 12% เมื่อเทียบกับยูโร นับตั้งแต่ต้นปี และแม้ว่าทรัมป์จะเลื่อนการใช้ภาษีตอบโต้กับยุโรปออกไปเป็นวันที่ 1 สิงหาคม แต่ตลาดเงินตรายังอาจผันผวนสูงในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม แจ็คกี้ โบวี่ หัวหน้าภูมิภาค EMEA จาก Chatham Financial ในอังกฤษ มองว่า ด้วยดอลลาร์อยู่ในระดับต่ำในเชิงประวัติศาสตร์ บริษัทสหรัฐอาจได้ประโยชน์ที่สุดจากการซื้อขายแบบ Forward โดยตรง เพื่อแปลงรายได้กลับมาเป็นดอลลาร์

ขณะเดียวกัน หัวหน้าฝ่ายอนุพันธ์องค์กรของธนาคารสหรัฐรายหนึ่งกล่าวว่า “ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจที่สุดสำหรับบริษัท ที่ไม่เคยเห็นอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีขนาดนี้มานานหลายปี”

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...