โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ETDA คุมเข้ม! “แอปเรียกรถ” ไรเดอร์ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ พร้อมจดทะเบียน “รย.18”

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 08.31 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 08.31 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 68 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (3) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 พ.ศ. 2568

โดยมีสาระสำคัญหลัก คือ กำหนดให้ผู้ขับรถรับจ้างโดยสารสาธารณะ ทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ ต้องจดทะเบียนรถสาธารณะและต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ตามเงื่อนไขในการให้บริการสาธารณะ ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด นอกจากนี้ ประกาศดังกล่าวยังกำหนดให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถ ต้องมีบริการหรือมีการเก็บข้อมูลตามที่คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์กำหนด

ทำใบขับขี่รถสาธารณะ ต้องทำอย่างไร ?

1.) มีใบขับขี่รถส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี เช่น รถยนต์ส่วนบุคคล รถสามล้อส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล

2.) ทำใบขับขี่รถยนต์สาธารณะ เช่น ใบขับขี่แท็กซี่ และรถยนต์สามล้อสาธารณะ ต้องมีอายุ 22 ปีขึ้นไป ใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

3.) ไม่มีโรคประจำตัว และร่างกายไม่พิการจนไม่สามารถขับรถได้

4.) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน

5.) มีความสามารถในการขับรถ และเข้าใจกฎจราจร

6.) ไม่อยู่ระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบขับขี่

7.) ไม่เคยมีคดีเกี่ยวกับการขับรถ หรือโดนปรับตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป

8.) ไม่เคยต้องโทษจำคุกในคดีต่าง ๆ แต่หากเคยรับโทษ ต้องพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่กำหนด ดังนี้

(1)กรณีจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ต้องพ้นโทษมาไม่น้อยกว่า 6 เดือน (2)กรณีจำคุกเกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องพ้นโทษมาไม่น้อยกว่า 1 ปี 6 เดือน (3)กรณีจำคุกเกิน 3 ปี ต้องพ้นโทษมาไม่น้อยกว่า 3 ปี (4)กรณีอื่น ๆ เช่น โดนปรับ รอลงอาญา รอขึ้นศาล ต้องมีเอกสารทางคดีจากสถานีตำรวจมายืนยันชี้แจงเกี่ยวกับคดีความ

ทั้งนี้ ขั้นตอนในการทดสอบและทำใบขับขี่รถสาธารณะ เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

เอกสารที่ต้องมี สำหรับทำใบขับขี่รถสาธารณะ

1.) บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง

2.) ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลมีอายุไม่น้อยกว่า 1 ปี

3.) ใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 1 เดือน

4.) ค่าธรรมเนียม (1)กรณีรถยนต์สาธารณะ อายุ 3 ปี ค่าธรรมเนียม 300 บาท (2)กรณีรถยนต์สามล้อสาธารณะ อายุ 3 ปี ค่าธรรมเนียม 150 บาท (3)กรณีรถจักรยานยนต์สาธารณะ อายุ 3 ปี ค่าธรรมเนียม 150 บาท โดยมีค่าคำขอ 5 บา

อีกทั้งยังมีเงื่อนไขการจดทะเบียน “รถสาธารณะ” ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยมี 3 ประเภทรถสาธารณะที่ระบุไว้ในประกาศฉบับดังกล่าว ดังนี้

1.) รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน (รย.6)

2.) ห้ามกว้างเกิน 2.50 เมตร และยาวไม่เกิน 6 เมตร

3.) มีประตูไม่ต่ำกว่าสี่ประตู ซึ่งต้องเป็นประตูที่มิได้ติดตั้งระบบควบคุมการปิดเปิดประตูรถจากศูนย์กลาง (CENTRAL LOCK)

4.) กระจกกันลมต้องโปร่งใสเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในรถและสภาพการจราจรภายนอก

5.) ห้ามติดวัสดุใดหรือปิดส่วนใด ของกระจก เว้นแต่เป็นเครื่องหมายหรือเอกสารตามที่กฎหมายกำหนด หากติดวัสดุที่มีลักษณะบังหรือกรองแสงแดดที่กระจกกันลมหน้าจะต้องปฏิบัติตามขนาดที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

6.) เครื่องยนต์ต้องมีความจุในกระบอกสูบรวมกันตั้งแต่ 1,000 ลูกบาศก์เซนติเมตรขึ้นไป

สำหรับประเภทรถจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง หรือ รถแท็กซี่ที่จดทะเบียนก่อนวันที่ 17 เมษายน 2535 ข้อกำหนดคือต้องเป็นรถเก๋งสองตอนหรือรถเก๋งสองตอนที่มีพื้นที่บรรทุกภายในรถ ตัวรถต้องผลิตจากสำเร็จจากผู้ผลิตเท่านั้น และมีความกว้างของตัวรถต้องไม่เกิน 2.5 เมตร ความยาวต้องไม่เกิน 6 เมตร มีประตูไม่ต่ำกว่าสี่ประตู และมีเครื่องยนต์ที่มีความจุในกระบอกสูบรวมกันไม่ต่ำกว่า 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร

ประเภทรถรับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน มีดังนี้

1.) เก๋งสองตอน

2.) เก๋งสองตอนแวน

3.) เก๋งสามตอน

4.) เก๋งสามตอนแวน

5.) นั่งสองตอน

6.) นั่งสองตอนแวน

7.) นั่งสามตอน

8.) นั่งสามตอนแวน

9.) รถจักรยานยนต์สาธารณะ (รย.17)

ทั้งนี้ จักรยานยนต์ที่ใช้รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร ความยาวไม่เกิน 2.50 เมตร และมีความสูงไม่เกิน 2 เมตร ไม่รวมรถจักรยานยนต์ที่มีพ่วงข้างและจักรยานที่ติดเครื่องยนต์

อย่างไรก็ตาม รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือแอปพลิเคชัน (รย.18) รถประเภทดังกล่าว ต้องเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันเท่านั้น ไม่สามารถเรียกโบกรถระหว่างทางได้ และต้องคิดค่าบริการจากแอปพลิเคชันเท่านั้นห้ามเรียกราคาเหมาจ่าย

คนขับ-ผู้ใช้งาน-แพลตฟอร์ม ต้องทำอะไรบ้าง ?

โดยคนขับรถผ่านแอปพลิเคชันรถต้องจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (รย.18) ต้องมีใบขับขี่สาธารณะและผู้ขับขี่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวตนด้วยระบบจดจำใบหน้า (Face Recognition) ก่อนเริ่มงานทุกวัน โดยห้ามให้คนอื่นใช้บัญชีขับรถแทนเด็ดขาด อีกทั้งยังผู้ขับขี่แชร์ตำแหน่ง GPS ตลอดเวลาแบบเรียลไทม์ และคุยกับลูกค้าได้ผ่านแอปพลิเคชันเท่านั้น ไม่เปิดเผยเบอร์โทรผู้ใช้แอปเรียกรถ

นอกจากนี้ผู้ใช้งานแอปพลิเคชันต้องยืนยันตัวตนก่อนใช้งาน เลือกประเภทรถได้ และดูราคาประเมินล่วงหน้า โดยยกเลิกหรือเปลี่ยนปลายทางได้ตามเงื่อนไข และการให้คะแนนและร้องเรียนคนขับได้ง่ายขึ้น

สำหรับแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันจะต้องรายงานจำนวนรถทุกประเภทให้กรมขนส่งทางบกทุกปี โดยคิดราคาค่าโดยสารตามกฎหมายที่กำหนดเท่านั้น ไม่ใช่ตั้งราคากันเอง และต้องมีข้อมูลชัดเจน อย่างเช่น คนขับ, ทะเบียน, ราคา, เส้นทาง ก่อนเริ่มเดินทาง โดยที่แอปพลิเคชันจะต้องมีปุ่มขอความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นฝั่งผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารก็ตาม โดยต้องมีพนักงานประจำรับแจ้งเหตุ 24 ชม. และเก็บข้อมูลและแสดงประวัติการเดินทางทุกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...