โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิหด ฉุดกำไรแบงก์ซีไอเอ็มบี ไทยลด 21.2%

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 21.28 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 04.28 น.

นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2568 มีกำไรสุทธิ 1,012.6 ล้านบาท ลดลง 281.9 ล้านบาท หรือ 21.8% เมื่อเทียบกับผลกำไรสุทธิของงวดเดียวกันปี 2567 โดยไม่ได้เกิดจากคุณภาพของสินทรัพย์ที่ลดลงแต่อย่างใด

นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

การลดลงของกำไรสุทธิดังกล่าว มีสาเหตุหลักมาจากรายการพิเศษ (one-off items)ได้แก่ การปรับวิธีรับรู้รายได้จากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest Rate: EIR) และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตเพิ่มเติม (Expected Credit Loss Overlay) ซึ่งเป็นมาตรการเชิงรุกเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

“การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนถึงความระมัดระวังในการบริหารความเสี่ยงของธนาคารภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน”

สำหรับกำไรก่อนภาษีเงินได้จำนวน 1,268.9 ล้านบาท ลดลง 342.1 ล้านบาทหรือ 21.2% สาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 13.6% และการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 86.2% สุทธิกับการลดลงของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน 19.1% และการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิและรายได้อื่น 4.8% และ 21.5% ตามลำดับ

รายได้จากการดำเนินงาน มีจำนวน 6,780.5 ล้านบาท ลดลง 257.8 ล้านบาท หรือ 3.7% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2567 เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 646.0 ล้านบาท หรือ 13.6% จากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อสุทธิกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจำนวน 30.5 ล้านบาท หรือ 4.8% เกิดจากการลดลงของค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ

รายได้จากการดำเนินงานอื่นเพิ่มขึ้น 357.8 ล้านบาทหรือ 21.5% สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิจากการขายเงินลงทุน สุทธิกับการลดลงของกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุนและการลดลงของกำไรสุทธิจากการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพ

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ลดลง 832.7 ล้านบาทหรือ 19.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าเผื่อการด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขายและการลดลงของค่าภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงสุทธิกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน

ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้จากการดำเนินงาน อยู่ที่ 52.1% ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2567 อยู่ที่ 62.0%

อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (Net Interest Margin – NIM) อยู่ที่ 1.9% ลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 2.2% เป็นผลจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 เงินให้สินเชื่อสุทธิจากรายได้รอตัดบัญชี (รวมเงินให้สินเชื่อ ซึ่งค้ำประกันโดยธนาคารอื่นและเงินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงิน) ของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 244.2 พันล้านบาท ลดลง 2.8% เมื่อเทียบกับเงินให้สินเชื่อ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567

กลุ่มธนาคารมีเงินฝาก (รวมตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางประเภท) จำนวน 316.5 พันล้านบาท ลดลง 2.3% จากสิ้นปี 2567 ซึ่งมีจำนวน 324.0 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (the Modified Loan to Deposit Ratio) ของกลุ่มธนาคารลดลงเป็น 77.2% จาก 77.6% ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567

สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) อยู่ที่ 6.3 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อทั้งสิ้นอยู่ที่ 2.6% คงที่เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 เป็นผลจากการที่กลุ่มธนาคารมีนโยบายการจัดการความเสี่ยงด้านการให้สินเชื่อที่รัดกุม มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับปรุงแนวทางในการเรียกเก็บหนี้จากสินเชื่อด้อยคุณภาพที่มีอยู่ และการแก้ปัญหาสินเชื่อด้อยคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่า จะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 อยู่ที่ 155.9% เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 149.0% ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของกลุ่มธนาคารอยู่ที่จำนวน 9.7 พันล้านบาท ซึ่งเป็นเงินสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยจำนวน 1.5 พันล้านบาท

เงินกองทุนรวมของกลุ่มธนาคาร ณ สิ้นวันที่ 30 มิถุนายน 2568 มีจำนวน 60.6 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง 21.7% โดยเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่ 17.0%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...