โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย’ เตรียมรับผลกระทบพายุ ‘วิภา’

เดลินิวส์

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 16.44 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 09.38 น. • เดลินิวส์
‘กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย’ เตรียมรับผลกระทบพายุ ‘วิภา’ กำชับจังหวัดดำเนินการตามข้อสั่งการ ‘ภูมิธรรม’ ส่งทีม ปภ.ส่วนหน้า ลงพื้นที่เชียงใหม่เย็นนี้ ติดตามสถานการณ์พร้อมประสานการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานจากการติดตามข้อมูลกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า อิทธิพลของพายุโซนร้อนวิภาจะส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทยในช่วงวันที่ 21-24 ก.ค. ปภ. ได้เน้นย้ำทุกภาคส่วนให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้สามารถออกปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ทีม ปภ.ส่วนหน้า เตรียมลงพื้นที่ภาคเหนือร่วมติดตามสถานการณ์กับจังหวัดอย่างใกล้ชิดเย็นวันเดียวกันนี้

โดยนายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ปภ. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามการเคลื่อนตัวของพายุโซนร้อนวิภา อย่างใกล้ชิด พบว่าพายุโซนร้อนกำลังแรงวิภา มีศูนย์กลางอยู่บริเวณชายฝั่งเมืองเจียงเหมิน มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน กำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนตัวตามแนวชายฝั่งประเทศจีน เข้าสู่อ่าวตังเกี๋ยและจะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 22 ก.ค. โดยคาดว่าหลังจากวันที่ 22 ก.ค. พายุโซนร้อนวิภาจะเริ่มอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ ซึ่งอิทธิพลของพายุลูกนี้จะส่งผลให้ประเทศไทยเกิดฝนตกหนักสลับกับเบาในช่วงวันที่ 21-24 ก.ค.

โดยช่วงวันที่ 21 ก.ค. กลุ่มฝนจะเริ่มเคลื่อนเข้าสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวเกิดฝนตกต่อเนื่อง และช่วงวันที่ 22-24 ก.ค. ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลาง และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มได้

“เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้กำชับให้ทุกภาคส่วนดำเนินการตามข้อสั่งการของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย อย่างเคร่งครัดและครอบคลุมในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นของการแจ้งเตือนภัยอย่างทันท่วงที และการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมออกปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน ซึ่ง ปภ. โดยศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์เพื่อแจ้งเตือนภัยให้แก่ประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ปภ. ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Cell Broadcast) ไปยังประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 22 จังหวัดที่อาจได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนวิภา

ซึ่งช่วงเช้าที่ 21 ก.ค. ปภ. ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยด้วย Cell Broadcast ไปยังประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย จ.น่าน จ.กาญจนบุรี จ.แพร่ จ.ตาก จ.แม่ฮ่องสอน จ.พะเยา จ.เชียงราย จ.อุดรธานี จ.หนองบัวลำภู และ จ.ชัยภูมิ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์ดินโคลนถล่มจากฝนตกหนักต่อเนื่อง และฝนสะสมในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยกระจายกำลังเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า เพื่อที่จะได้เริ่มปฏิบัติการลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนอย่างทันท่วงที” นายภาสกร กล่าว

นายภาสกร กล่าวว่า ปภ. ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้เน้นย้ำให้จังหวัดติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ให้ข้อมูลและแจ้งเตือนภัยทั้งในส่วนของสถานการณ์ภัยที่เกิดขึ้น พื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ รวมถึงแนวทางการปฏิบัติตนอย่างปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีข้อมูลที่เพียงพอและปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องในช่วงเวลาที่เกิดสถานการณ์ภัยขึ้น อีกทั้งให้จังหวัดเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติการความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย

“เพื่อให้การเตรียมพร้อมรับมือและการให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว การประสานการปฏิบัติงานในทุกระดับเป็นไปอย่างราบรื่น ตนและทีม ปภ.ส่วนหน้า จะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในช่วงเย็นวันที่ 21 ก.ค. เพื่อติดตามการปฏิบัติงานและประสานการปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด” นายภาสกร กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...