โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กต.ยันไทย ยึดสันติวิธี แก้ปัญหาชายแดน ชี้กัมพูชาขาดความจริงใจ ปฏิเสธปรับกำลัง-ลดตึงเครียด

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 14.55 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 11.26 น.

กต.ยันไทย ยึดสันติวิธี แก้ปัญหาชายแดน ชี้กัมพูชาขาดความจริงใจ ปฏิเสธปรับกำลัง-ลดตึงเครียด

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยโฆษกกระทรวงกลาโหมและโฆษกกองทัพบก ได้จัดแถลงข่าวเกี่ยวกับพัฒนาการของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

โดยนายนิกรเดชแถลงถึงพัฒนาการล่าสุดว่า ตามที่เกิดเหตุปะทะระหว่างทหารของทั้งสองฝ่ายเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 บริเวณช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ฝ่ายไทยมีความจำเป็นต้องป้องกันตนเองและปกป้องอธิปไตยของประเทศ โดยเป็นไปอย่างเหมาะสม ได้สัดส่วน และสอดคล้องกับหลักกฎหมายและแนวปฏิบัติสากล ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าวฝ่ายไทยได้ใช้ความอดทนอดกลั้นและมุ่งแก้ไขสถานการณ์ด้วยสันติวิธี โดยเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาพยายามลดความตึงเครียดในพื้นที่และจำกัดความขัดแย้งให้อยู่เพียงจุดเกิดเหตุ โดยมีการพูดคุยหารือในทุกระดับทั้งระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและกองทัพบกของทั้งสองประเทศ บนพื้นฐานของความสุจริตใจ(in good faith)และความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยกับกัมพูชาในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีโดยผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่แล้วมาโดยตลอด

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศได้พบหารือกันที่จ.สระแก้ว เพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยฝ่ายไทยได้ย้ำอีกครั้งถึงความจำเป็นในการลดระดับความตึงเครียดบริเวณชายแดนและเสนอให้มีการปรับกำลังทหารให้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติเดิมก่อนเกิดเหตุขัดแย้งเพื่อลดโอกาสการปะทะทางทหาร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายที่ฝ่ายกัมพูชาได้ปฏิเสธทันทีต่อข้อเสนอในการปรับกำลังและยังมีการเสริมกำลังทหารในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง และปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามเอ็มโอยูปี 2543 หรือปีค.ศ.2000 บนพื้นฐานของการเจรจาแบบสันติวิธี ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะยิ่งเพิ่มความตึงเครียดและทำให้สถานการณ์ในพื้นที่มีความเปราะบางมากยิ่งขึ้น

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า การดำเนินการของฝ่ายกัมพูชาข้างต้นแสดงให้ถึงการขาดเจตนารมณ์และความจริงใจที่จะร่วมมือกับฝ่ายไทยในการลดและระงับความตึงเครียดที่มีอยู่เดิมและทำให้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติ ดังนั้น เป็นไปตามมติที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 และเพื่อเป็นการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยแก่ประชาชนไทยตามแนวชายแดน ฝ่ายไทยจึงจำเป็นพิจารณาใช้มาตรการควบคุมการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชา โดยที่ประชุมสมช.ได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 รวมถึงกองกำลังจันทบุรี-ตราด โดยที่ประชุมสมช.ได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 เป็นผู้กำหนดมาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีและเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาที่จำเป็นและเหมาะสมในการผ่านแดนบริเวณจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งความเข้มข้นของมาตรการดังกล่าวจะเป็นไปตามระดับความตึงเครียดของสถานการณ์อันเกิดจากความร่วมมือของกัมพูชาในการแก้ไขปัญหา

นายนิกรเดชกล่าวย้ำว่าการดำเนินการของไทยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรักษาความปลอดภัยของทั้งประชาชนไทยและกัมพูชาในพื้นที่ชายแดนและความสงบเรียบร้อยตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยฝ่ายไทยจะคำนึงและระมัดระวังไม่ให้มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการค้าขายและความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสองประเทศที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว รวมทั้งมนุษยธรรม

นายนิกรกล่าวอีกว่า ฝ่ายไทยขอเรียกร้องอีกครั้งหนึ่งให้ฝ่ายกัมพูชาลดระดับความตึงเครียดตลอดแนวชายแดน เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามโดยไม่จำเป็น ซึ่งจะส่งผลเสียต่อประชาชนทั้งสองฝ่ายตามแนวชายแดน ฝ่ายไทยยืนยันความพร้อมที่จะใช้กลไกทวิภาคี โดยเฉพาะการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยเขตแดน(เจบีซี) ไทย-กัมพูชา ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ รวมถึงกลไกทวิภาคีอื่นๆ ที่มีอยู่ เพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ บนพื้นฐานของความเคารพและความจริงใจต่อกัน เพื่อให้ชายแดนไทย-กัมพูชากลับไปสู่ความสงบสุขเพื่อประโยชน์ของประชาชนของทั้งสองประเทศ

ต่อข้อซักถามว่ารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้มีการกำชับหรือสั่งการพิเศษเพื่อดูแลเรื่องนี้และดำเนินการด้านไปแล้วบ้าง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมมีหน้าที่รับและดำเนินการตามนโยบายของท่านรองนายกฯและรมว.กลาโหม ที่ผ่านมาท่านไม่ได้ละเลย แต่ท่านได้อดทนและพยายามใช้การเจรจาอย่างสันติวิธี และกำชับหน่วยในพื้นที่ให้เฝ้าระวังไม่ให้เกิดการรุกล้ำเพิ่มขึ้นอย่างเด็ดขาด แต่ความพยายามที่ผ่านมาไม่ได้รับการตอบสนองที่ไม่ได้เป็นในทางบวก จึงต้องปรับมาตรการต่างๆ โดยล่าสุดทางสมช.ได้มีมติมอบหมายให้กองทัพบกเป็นผู้รับผิดชอบในการนำแผนไปปฏิบัติต่อ

โดยโฆษกกองทัพบกได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ในส่วนการปฏิบัติของหน่วยปฏิบัติโดยกองทัพภาคที่ 1 และ 2 มีในส่วนของการประสานกับหน่วยบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ในส่วนของกองทัพกำหนดอำนาจให้ผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่ กองกำลังสุรนารีและกองกำลังบูรพามีอำนาจในการควบคุมเรื่องเปิด-ปิดจุดผ่านแดน ซึ่งตนได้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่จะมีเพิ่มเติมเรื่องรายละเอียดของขั้นตอน ซึ่งการดำเนินการยังคงคำนึงถึงผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและกิจกรรมที่มีตามพื้นที่ชายแดน ให้แต่ละหน่วยพิจารณาเรื่องของขั้นตอนซึ่งมี 4 ขั้นตอน เริ่มไปแต่ละจุดอาจไม่เหมือนกัน

โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ในขั้นตอนแรกจะเป็นเรื่องของการจำกัดเรื่องของคน อาจเป็นผู้ที่ไม่มีความจำเป็นจริง เช่น กลุ่มคนที่จะไปเล่นการพนัน หรือกลุ่มคนที่จะไปสนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมายต่างๆ ซึ่งหน่วยในพื้นที่จะคัดกรองส่วนนี้ สำหรับส่วนอื่นๆ เจ้าหน้าที่ยังพิจารณาที่จะให้เข้าออกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บัญชาการทหารบกห่วงใยกลุ่มที่ต้องการเดินทางเพื่อการศึกษา เช่น นักเรียนนักศึกษา หรือผู้ที่้ต้องเข้าออกเพื่อรับการรักษาพยาบาล ขั้นที่ 2 ลักษณะของการควบคุมเรื่้องเวลา อาจกำหนดช่วงเวลา อาจไม่ได้เปิดตลอด หรือเวลาเดิมที่เปิดอยู่อาจสั้นลง ให้มีความจำเป็นจริง หรือการพิจารณาบางจุดที่มีการกระทำผิดกฎหมายบ่อยๆ เช่นการลักลอบนำเข้าสินค้า ที่อาจมีการพิจารณาปิดบางจุดไปที่ไม่จำเป็น ทั้งนี้ทั้งนั้นยังคงคำนึงถึงการดำเนินชีวิตของพื้นที่ชายแดน และมาตรการสุดท้ายคือปิดทุกจุดตลอดพรมแดน ขณะนี้กองทัพบกมีคำสั่งให้หน่วยสามารถดำเนินการได้ แต่จะต้องมีการประสานกับหน่วยในทุกระดับอยู่เหมือนเดิม

เมื่อถูกถามว่า เจบีซียังมีอยู่ใช่ไหม นายนิกรกล่าวว่า เจบีซียังมีอยู่ ตามที่แถลงไปเมื่อสักครู่ เรายังคงประสงค์และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการประชุมเจบีซีที่กำหนดไว้ในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ และหวังเป็นการเจรจาอย่างจริงใจ ในชั้นนี้ทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดที่จะมีการประชุม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กต.ยันไทย ยึดสันติวิธี แก้ปัญหาชายแดน ชี้กัมพูชาขาดความจริงใจ ปฏิเสธปรับกำลัง-ลดตึงเครียด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...