โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

นับถอยหลัง 1 ปี ฟุตบอลโลก 2026 เรารู้อะไรแล้วบ้าง?

THE STANDARD

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 12.18 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 12.18 น. • thestandard.co
นับถอยหลัง 1 ปี ฟุตบอลโลก 2026 เรารู้อะไรแล้วบ้าง?

เริ่มนับถอยหลัง 1 ปี สู่ฟุตบอลโลก 2026 อย่างเป็นทางการ

แม้เสียงนกหวีดยังไม่ดังขึ้น แต่โลกฟุตบอลก็เริ่มสั่นสะเทือนแล้ว เพราะในอีกไม่ถึง 364 วันข้างหน้า มหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกกำลังจะกลับมาอีกครั้ง กับ FIFA World Cup 2026 ที่คราวนี้ไม่ได้มาแบบธรรมดา

เพราะฟุตบอลโลกหนนี้ถูกบิลด์ให้เป็น ‘ฟุตบอลโลกที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์’ ทั้งในแง่จำนวนทีม จำนวนแมตช์ และจำนวนประเทศเจ้าภาพ โดยจะจัดขึ้นร่วมกัน 3 ชาติ คือ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก พร้อมเปิดเวทีให้ 48 ทีมจากทั่วโลกเข้ามาชิงชัย ตลอดระยะเวลา 39 วันเต็ม

นอกจากการขยายขนาดทัวร์นาเมนต์แล้ว ฟีฟ่ายังตั้งเป้าให้ฟุตบอลโลก 2026 เป็นหมุดหมายใหม่ของวงการกีฬาโลก ทั้งด้านเทคโนโลยี ประสบการณ์แฟนบอล และเม็ดเงินมหาศาลที่จะสะพัดใน 3 ประเทศเจ้าภาพ

แล้วจนถึงตอนนี้… เรารู้อะไรเกี่ยวกับฟุตบอลโลกครั้งประวัติศาสตร์นี้บ้าง?

⚽ สารจากหนึ่งในเจ้าภาพ..สหรัฐฯ “พร้อมต้อนรับทุกคน” แม้การเมืองภายในตึงเครียด

แม้จะมีความตึงเครียดทางการเมืองภายในประเทศ โดยเฉพาะนโยบายด้านตรวจคนเข้าเมืองที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

แต่บรรดาเมืองเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 ในสหรัฐฯ ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า จะยังคงต้อนรับแฟนบอลจากทั่วโลกอย่างเต็มที่

โดยในงานนับถอยหลัง 1 ปีก่อนฟุตบอลโลกจะเปิดฉาก ซึ่งจัดขึ้นที่นิวยอร์ก ซิตี้ ตัวแทนจากเมืองเจ้าภาพหลายแห่งระบุว่า พวกเขากำลัง ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด และเตรียมการทุกด้านเพื่อให้มั่นใจว่า ผู้มาเยือนทุกคนจะรู้สึกปลอดภัยและได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในระดับประเทศ

ด้าน จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ได้กล่าวย้ำว่า “อเมริกาจะเปิดรับโลกใบนี้อย่างเต็มที่ ใครก็ตามที่อยากมาสนุกและร่วมเฉลิมฉลองกับฟุตบอล ก็สามารถทำเช่นนั้นได้”

⚽ เพราะนี่คือ ‘ฟุตบอลโลก’ ที่ยิ่งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์!

ฟุตบอลโลก 2026 จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จัดขึ้นโดย 3 ชาติร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก โดยกำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม 2026 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 39 วัน

โดยสหรัฐอเมริกาในฐานะเจ้าภาพหลักจะรับหน้าที่จัดการแข่งขันมากที่สุดถึง 78 จาก 104 แมตช์ ขณะที่แคนาดาและเม็กซิโกรับผิดชอบฝ่ายละ 13 แมตช์ โดยมีทั้งหมด 16 เมืองเจ้าภาพ กระจายอยู่ทั่วทั้ง 3 ประเทศ

สำหรับแมตช์สำคัญ หรือนัดเปิด-ปิดทัวร์นาเมนต์จะเกิดขึ้นใน 2 สนาม ประกอบด้วย

  • นัดเปิดสนาม: จัดขึ้นที่สนาม Estadio Azteca กรุงเม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก ซึ่งถือเป็นสนามประวัติศาสตร์ที่เคยใช้จัดนัดเปิดสนามและชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกในอดีต
  • นัดชิงชนะเลิศ: จัดที่ MetLife Stadium ในนิวยอร์ก/นิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐฯ ที่จุคนได้มากถึง 82,500 ที่นั่ง

และความพิเศษอีกอย่างของฟุตบอลโลกครั้งนี้ คือการเพิ่มจำนวนทีมจาก 32 เป็น 48 ทีม เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ พร้อมเพิ่มจำนวนแมตช์รวมเป็น 104 นัด จากเดิม 64 นัด ซึ่งนับว่าเป็นการยกระดับรายการให้ยิ่งใหญ่ขึ้นในทุกมิติ

⚽ รูปแบบการแข่งขัน..ที่เปลี่ยนแปลง (เล็กน้อย)

ฟุตบอลโลก 2026 จะมีทีมเข้าร่วมทั้งสิ้น 48 ทีม โดยแบ่งออกเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม ทีมที่ได้อันดับ 1 และ 2 จากแต่ละกลุ่ม รวมถึงอันดับ 3 ที่ดีที่สุดอีก 8 ทีม รวมเป็น 32 ทีม จะผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์

ส่วนการแข่งขันในรอบน็อกเอาต์จะเริ่มตั้งแต่รอบ 32 ทีม, ตามด้วยรอบ 16 ทีม, รอบก่อนรองชนะเลิศ, รอบรองชนะเลิศ และนัดชิงชนะเลิศ โดยทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบรองฯ จะต้องลงเล่นมากถึง 8 นัด ซึ่งมากกว่ารูปแบบเดิมที่สูงสุดเพียง 7 นัด

นั่นทำให้ฟีฟ่ากำหนดให้แต่ละทีมมี ระยะเวลาพักขั้นต่ำ 3 วัน ระหว่างแมตช์ เพื่อคงคุณภาพการแข่งขันให้สมบูรณ์ที่สุด และตอบโจทย์ความเข้มข้นของทัวร์นาเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

⚽ ทีมชาติไหนบ้าง..ที่เริ่มจองตั๋วแล้ว?

อัปเดตข้อมูล ณ ปัจจุบัน (12 มิถุนายน 2025) มีทั้งหมด 16 ทีมที่ผ่านเข้ารอบแน่นอนแล้ว สำหรับฟุตบอลโลก 2026 เริ่มจาก 3 เจ้าภาพ ได้แก่ แคนาดา, เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา ที่ได้สิทธิ์เข้ารอบอัตโนมัติแบบไม่ต้องเล่นรอบคัดเลือก

ส่วนอีก 10 ทีมที่เหลือ มาจากทวีปต่างๆ ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมในการคัดเลือก พร้อมการันตีตั๋วไปเล่นรอบสุดท้าย มีดังนี้

  • โซนอเมริกาใต้: อาร์เจนตินา, บราซิล และเอกวาดอร์
  • โซนเอเชีย: ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, อิหร่าน, จอร์แดน และอุซเบกิสถาน
  • โซนโอเชียเนีย: นิวซีแลนด์

ขณะที่โควตาอื่นๆ รวมถึงทวีปยุโรป ยังคงอยู่ระหว่างการแข่งขันในรอบคัดเลือก ซึ่งจะได้บทสรุปครบทั้งหมดภายในช่วงต้นปี 2026 ก่อนเข้าสู่การจับสลากแบ่งกลุ่มอย่างเป็นทางการ

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...