`พาณิชย์`ลุยตรวจ 4.6 หมื่นบริษัทต้องสงสัย นอมินี-สวมสิทธิ์สินค้าไทย ปกป้องศก.จากสงครามการค้าโลก
พาณิชย์ลุยตรวจ 4.6 หมื่นบริษัทต้องสงสัย นอมินี-สวมสิทธิ์สินค้าไทย ปกป้องศก.จากสงครามการค้าโลก
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 มิ.ย. 68 14:21 น.
กระทรวงพาณิชย์เดินหน้ารับนโยบายนายกฯ เร่งสกัดสินค้านำเข้าด้อยคุณภาพ การสวมสิทธิตีตรา "สินค้าไทย" และธุรกิจนอมินี สั่งจับตา 46,918 ธุรกิจเป้าหมาย หวังปกป้องระบบเศรษฐกิจจากผลกระทบสงครามการค้าโลก
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมติดตามผลการดำเนินงานตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ในเรื่องการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยมีความคืบหน้าที่สำคัญคือ การบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงมหาดไทย ผ่านการตั้งคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ระดับจังหวัด เพื่อตรวจสอบ สืบสวน สอบสวน จับกุม และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดนอมินี โดยมีนิติบุคคลเป้าหมาย จำนวน 46,918 ราย เพื่อให้แต่ละจังหวัดตรวจสอบธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และรายงานผลให้ทราบภายใน 3 เดือน
นายพิชัย เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดันการขับเคลื่อนนโยบายของนายกรัฐมนตรีให้เกิดผลเป็นรูปธรรมใน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่
1.การจดทะเบียนบริษัทนอมินี
2.การลักลอบนำเข้าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน
3.การสวมสิทธิแอบอ้างเป็นสินค้าไทย
4.โรงงานต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
5.การถ่ายลำสินค้า (Transshipment)
โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับมอบหมายให้ดำเนินการเร่งด่วน เช่น กรมการค้าต่างประเทศประสาน ETDA ใช้กฎหมายกับ e-Commerce Platform , กรมศุลกากรและกรมโรงงานฯ ตรวจสอบคุณภาพสินค้าในเขต Freezone ,ประสานกรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ผลการดำเนินงานและสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้ประกอบการ ,พัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้า และปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการถ่ายลำสินค้าให้ไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์
"ท่านนายกฯให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการจัดระเบียบสินค้านำเข้าและธุรกิจต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ กระทรวงพาณิชย์สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมการค้าต่างประเทศ เร่งแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับมอบหมายงาน และรายงานผลต่อคณะกรรมการฯ โดยเร็ว" นายพิชัยกล่าว
ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 ถึงพฤษภาคม 2568 หน่วยงานภายใต้คณะกรรมการฯ ดำเนินคดีสินค้าผิดกฎหมายกว่า 57,739 คดี มูลค่าความเสียหาย 2,287 ล้านบาท และเก็บภาษีนำเข้าสินค้าต่ำกว่า 1,500 บาท ได้ถึง 1,875 ล้านบาท พร้อมใช้มาตรการ Notice and Takedown ลบสินค้าผิดกฎหมายจากออนไลน์กว่า 14,976 รายการ และดำเนินคดีกับธุรกิจนอมินี 861 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 15,296 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน เพื่อรับมือกับการไหลทะลักของสินค้านำเข้าจากมาตรการภาษีของต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งลดระยะเวลาการไต่สวนมาตรการปกป้องและตอบโต้ทางการค้าให้เหลือไม่เกิน 1 ปี และจับมือภาคเอกชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อพิจารณาใช้มาตรการ Safeguard ป้องกันตลาดภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้จัดประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างชาติฝ่าฝืนกฎหมาย คณะใหญ่ ในต้นสัปดาห์หน้า เพื่อขับเคลื่อนข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีให้เห็นผลเป็นรูปธรรมต่อไป
เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ