โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แอร์ไลน์ไทยตื่นหนุนใช้เชื้อเพลิงSAF ดันเป้าหมายก้าวสู่ยุคไร้มลพิษในด้านการบินที่ยั่งยืน

ไทยโพสต์

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 14.58 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 07.58 น.

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการบินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการผลักดันการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ SAF ที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนหรือของเสีย และได้รับการรับรองมาตรฐานความยั่งยืน ซึ่งมีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมหาศาล สายการบินชั้นนำของไทย ไม่ว่าจะเป็นบางกอกแอร์เวย์ส ไทยเวียตเจ็ท และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หนุนใช้ SAF เพื่อตอบรับเป้าหมายที่ท้าทายของประเทศ การใช้ SAF อย่างน้อย 1% ของปริมาณน้ำมันที่เติมในเที่ยวบินระหว่างประเทศภายในปีนี้

บางกอกแอร์เวย์สชู Low Carbon Skies

23 ก.ค. 2568 - นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ได้ประกาศความมุ่งมั่นในการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการดำเนินธุรกิจ ภายใต้แคมเปญ "Low Carbon Skies by Bangkok Airways" โดยมีหมุดหมายสำคัญคือ การนำเชื้อเพลิง SAF มาใช้ในเที่ยวบินเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป

การเคลื่อนไหวครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของบางกอกแอร์เวย์ส ในการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตการบินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon Emissions) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายด้านความยั่งยืนในภาคการบิน โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา บางกอกแอร์เวย์สได้เริ่มทดลองใช้เชื้อเพลิง SAF ในเที่ยวบินนำร่อง เส้นทาง “สมุย-กรุงเทพฯ” และในปีนี้จะขยายการใช้ SAF ในเที่ยวบินเชิงพาณิชย์จากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) ไปยังจุดหมายปลายทางระหว่างประเทศ ได้แก่ พนมเปญ เซียมเรียบ หลวงพระบาง และมัลดีฟส์

สำหรับการใช้เชื้อเพลิง SAF ในช่วงเริ่มต้นนี้จะเป็นการผสมผสานระหว่าง SAF ในสัดส่วน 1% กับเชื้อเพลิง Jet A-1 สัดส่วน 99% ซึ่งคาดว่าจะสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เฉลี่ยประมาณ 128 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อเที่ยวบิน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบางกอกแอร์เวย์สในฐานะสายการบินชั้นนำระดับภูมิภาค ที่ไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจ แต่ยังใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

มุ่งสู่ ‘สายการบินยั่งยืน’ ด้วยแนวคิด ESG

นอกจากนี้ บางกอกแอร์เวย์สยังเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมาย "สายการบินยั่งยืน" ยึดหลักแนวคิด ESG ครอบคลุมทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และรับผิดชอบใน 3 ด้าน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล โดยในด้านสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญต่อการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการของเสีย การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และพลังงานทางเลือก โดยมีการศึกษามาตรการด้านการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานอย่างมีประสิทธิภาพให้ครอบคลุมทุกมิติ ด้วยการจัดทำรายงานคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร (ขอบเขตที่ 1-3) การเพิ่มประเภทถังคัดแยกขยะ การขยายผลการอัปไซคลิงของเสียภายในกระบวนการดำเนินธุรกิจเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่ากับสังคมและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมให้ผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมกับบริการหรือกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โครงการ Love Earth, Save Earth ปลูกมะพร้าวเพื่อเกาะสมุย ปีที่ 8 เป็นต้น

ทีจีชู SAF ลดปล่อยคาร์บอนได้สูงถึง 80%

ด้าน การบินไทย ในฐานะสายการบินชั้นนำของไทย มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมการบินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ได้สนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน SAF ก่อนหน้านี้ นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกับบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) นำร่องในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง SAF ในเที่ยวบินของการบินไทย เส้นทาง ภูเก็ต-กรุงเทพฯ

การนำเชื้อเพลิง SAF มาใช้นำร่องกับเที่ยวบินของการบินไทย เพื่อแสดงถึงการตระหนักในความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และการร่วมลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเชื้อเพลิง SAF มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดวงจรชีวิตน้อยกว่าเชื้อเพลิงอากาศยานโดยทั่วไป และสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงถึง 80% เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงโดยปกติ และยังสอดคล้องกับที่สหภาพยุโรปกำหนดสัดส่วนการผสมเชื้อเพลิง SAF ในน้ำมันอากาศยานที่จะทำการบินออกจากสนามบินในสหภาพยุโรปที่มีการเพิ่มสัดส่วนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การบินไทยมีความมุ่งมั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ผ่านมาตรการเชิงรุกที่สำคัญที่จะทยอยตามมาอีกในอนาคต

เวียตเจ็ทเดินหน้าโครงการ ‘Green Route’

ขณะที่ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ประกาศเปิดตัวโครงการ “Green Route” อย่างเป็นทางการ เดินหน้าสู่การบินอย่างยั่งยืนด้วยการนำเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) มาใช้บนเส้นทางบินพาณิชย์ที่ให้บริการอยู่แล้วทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ สะท้อนความมุ่งมั่นในการใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสร้างอนาคตที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ โดยเตรียมเริ่มใช้ SAF เพิ่มเติมในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 บนเส้นทาง กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)-ฟู้โกว๊ก (เวียดนาม)

โดย นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า โครงการ Green Route สะท้อนเจตนารมณ์ของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่การบินอย่างยั่งยืน การนำเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนมาใช้ในการปฏิบัติการบิน ไม่เพียงเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่หน่วยงานภาครัฐ ผู้ผลิตเชื้อเพลิง ผู้ผลิตอากาศยาน ไปจนถึงผู้โดยสาร ที่มีบทบาทสำคัญในการร่วมผลักดันอนาคตของอุตสาหกรรมการบินสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ในอนาคต เวียตเจ็ทไทยแลนด์มีแผนขยายการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) บนเส้นทางบินอื่นๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้ SAF ไม่น้อยกว่า 1% ภายในปี 2569 และเพิ่มเป็น 5% ภายในปี 2573 สอดรับกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของอุตสาหกรรมการบินในระดับภูมิภาคและระดับโลก

“การเปิดตัวโครงการ Green Route ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเป็นแรงสำคัญในการส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินของไทยอย่างสมดุลในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม หรือสังคม อีกทั้งยังเสริมสร้างบทบาทของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในฐานะผู้นำด้านการบินอย่างยั่งยืนแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” นายวรเนติ กล่าว

CAAT ขับเคลื่อนไทยสู่ฮับ SAF อาเซียน

ด้าน พลอากาศเอกมนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้ตอกย้ำบทบาทของไทยในการผลักดันการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน โดยเข้าร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Role of SAF in Aviation Transport Decarbonization” ภายในงาน SEA SAF Forum : From Waste to Wings-Thailand’s Role in Sustainable Aviation Fuel (SAF) เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยในการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง National Energy Technology Center (ENTEC), Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit (GIZ) GmbH, หอการค้าเยอรมัน-ไทย (GTCC) และ Informa Markets-Thailand โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมบทบาทของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการพัฒนาและผลักดันการใช้ SAF เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการบิน

“CAAT ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการบินพลเรือนของไทย ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและนโยบายเกี่ยวกับการสนับสนุนการใช้ SAF เพื่อยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบินไทย พร้อมทั้งย้ำถึงความสำคัญของการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นรูปธรรม” พลอากาศเอกมนัท กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...