โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

BAYมองGDPปี68ดีสุด2.1% คาดครึ่งหลังบาทแข็งค่าต่อ

ทันหุ้น

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 10.45 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 10.45 น.

#BAY #ทันหุ้น - BAY ประเมิน GDP ไทยปี 2568 เติบโตอยู่ที่ 2.1% และกรณีแย่สุดคือเติบโตได้เพียง 1.5% หากไทยโดยสหรัฐ เก็บภาษี 36% หรือโดนเก็บภาษีมากกว่าคู่แข่ง อีกทั้งเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังยังถูกกดดันจากการใช้จ่ายภาครัฐ ท่องเที่ยวไทย การส่งออก และความไม่แน่นของรัฐบาล ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่ากดดันให้เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นโดยเฉพาะครึ่งปีหลัง และเสี่ยงหลุด 32 บาทต่อดอลลาร์

นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อํานวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยว่า ได้ประมาณการ GDP ไทยปี 2568 อยู่ที่ 2.1%ในกรณีที่สหรัฐ เก็บภาษีนำเข้าจากไทย 10% รวมถึงประเทศส่วนใหญ่ และเก็บภาษีนำเข้าจากจีน 30% ซึ่งจะทำให้ส่งออกขยายตัว 2%โดยมีอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.25%

ในกรณีแย่ที่สุดมองว่า GDP ไทยอาจเติบโตได้เพียง 1.5%หากสหรัฐเก็บภาษีนำเข้าจากไทย 36%รวมถึงถูกเก็บภาษีนำเข้ามากกว่าประเทศคู่แข่งจะทำให้การส่งออกไม่มีการขยายตัว โดยมีอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 0.75%แม้จะมีปัจจัยทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่คาดว่าโอกาสที่ GDP ของไทยจะต่ำกว่า 1.5%นั้นมีน้อยมาก ยกเว้นแต่จะเกิดการยุบสภาแบบไม่ทันตั้งตัว รัฐบาลไม่มีอำนาจเต็ม และงบประมาณปี 2569 สะดุด

@เศรษฐกิจครึ่งปีหลังน่าห่วง

ทั้งนี้ปัจจัยที่จะหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง คือ การใช้จ่ายภาครัฐและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่จะมีปัจจัยกดดันจากภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวตั้งแต่ไตรมาส 2/2568 ไปจนถึงครึ่งปีหลัง รวมถึงผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐ ทำให้การส่งออกในครึ่งหลังของปีอาจหดตัว

อีกทั้งยังมีความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ เช่น กรณีศาลรัฐธรรมนูญสั่งนายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ซึ่งทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงประมาณ 15 สตางค์ ขณะที่ความสามารถในการแข่งขันของไทยลดลง เนื่องจากสินค้าจากจีนราคาถูกไหลเข้าไทย

@ดอลลาร์อ่อนค่า

ในส่วนค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปีแข็งค่าขึ้นประมาณ 4.5%เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยที่ทำให้เงินบาทแข็งค่า ส่วนใหญ่มาจากความอ่อนแอของดอลลาร์ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลง และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของสหรัฐ

ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ลดอัตราดอกเบี้ยช้าลง ซึ่งตลาดมองว่าเป็นการเสียโอกาสในการสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงฐานะการคลังระยะยาวของสหรัฐเปราะบาง จากการที่หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่าเงินเงินดอลลาร์ถูกกดดัน เมื่อเทียบกับเกือบทุกสกุลเงินในตลาดโลก

@ค่าเงินบาทเสี่ยงหลุด 32 บาท

แต่ทั้งนี้เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักที่ไม่ใช่ดอลลาร์ เช่น ยูโร ปอนด์ และเยน เงินบาทอ่อนค่าลงซึ่งสะท้อนปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยที่ไม่ได้แข็งแกร่งมาก ทำให้เงินบาทไม่ใช่ตัวเลือกอันดับต้นๆ ของนักลงทุนระดับโลก รวมถึงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น สงครามในตะวันออกกลางที่คาดเดาได้ยากว่าจะปะทุขึ้นอีกเมื่อใด ส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทผ่านต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ดีแนวโน้มค่าเงินบาทโดยรวม คาดว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในช่วงครึ่งหลังของปี มองกรอบค่าเงินบาทในไตรมาส 3/2568 ทดสอบระดับ 33-34บาทต่อดอลลาร์ และในช่วง ไตรมาส 4/2568 ไปจนถึงไตรมาส 1/2569 มีโอกาสที่เงินบาทจะกลับมาอยู่ในระดับ 32บาทต่อดอลลาร์ หรือหลุด 32 บาทได้ ให้กรอบค่าเงินบาทไว้ที่ 31.5-34 บาทต่อดอลลาร์

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...